Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!
 


อยู่กับธรรม  

เมื่อรบสู้ กับศัตรู สู้ด้วยธรรม

จะปลุกปล้ำ กันเท่าใด ไม่เสียหาย

ถ้าสู้กัน อย่างนี้ ไม่มีตาย

ในสุดท้าย จะปรองดอง ต้องใจกัน

 

เมื่อป้องกัน ศัตรู รู้ใช้ธรรม

เป็นกำแพง เพชรล้ำ เลิศมหันต์

ป้องกันได้ สารพัด น่าอัศจรรย์

ป้อมค่ายมั่น กว่าสิ่งใด ในโลกคน

 

เมื่อหลบซ่อน จากศัตรู อยู่กับธรรม

ไม่ระกำ ทุกข์เห็น สักเส้นขน

ช่วยปลุกปลอบ ชื่นชอบ ฉ่ำกมล

ขอทุกคน จงมีธรรม ประจำกายฯ  

 

 

 

สิบปีในสวนโมกข์ 
สารบัญ

หน้า ๑
หน้า ๒
หน้า ๓
หน้า ๔
หน้า ๕
หน้า ๖
หน้า ๗
หน้า ๘
หน้า ๙
หน้า ๑๐
หน้า ๑๑
หน้า ๑๒
หน้า ๑๓
หน้า ๑๔
หน้า ๑๕
หน้า ๑๖
หน้า ๑๗
หน้า ๑๘

 

 

 

ฉันพยายามเสมอที่จะให้ทุกๆ คนที่อยู่ด้วยกัน รู้จักทำตนให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ในเรื่องปลุกปลอบน้ำใจของกันและกัน โดยอาศัยความรักใคร่เป็นสำคัญอยู่เสมอๆ และบันทึกไว้เช่นเดียวกับเรื่องที่ควรบันทึกอื่นๆ สรุปรวมความสั้นๆ ว่า เราได้พยายามกันทุกๆ ทาง ในอันที่จะให้การกระทำของเรา ผลักดันเราไปในทางสูงอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่เราจะรู้ได้และรู้ไม่ได้ชัดเจน ซึ่งหวังว่าเมื่อเราอยู่ในสถานที่นี้นานพอสมควรแล้ว ต่อไปเราจะมีความสุขหรือเอาตัวรอดได้

ถ้าท่านจะได้พลิกดูที่ปกหน้าและปกหลังด้านในของหนังสือพิมพ์ พุทธสาสนา ปีที่ ๔ เล่ม ๓ หรือ เล่ม ๔ ก็ตาม ตอนความฝันของคณะธรรมทาน ในแผนกสวนโมกข์ จนเข้าใจดีแล้ว ฉันอาจกล่าวกับท่านได้ว่า เราได้รับความพอใจที่สุด

แม้ว่าเราจะทำกันตามสติกำลัง หรือตามความสามารถอันจะเรียกว่าอย่างเด็กๆ ทำก็ไม่ผิดนัก เราก็ได้ทำให้ลุล่วงไปตามที่เราฝันๆ ไว้ได้หลายสิบเปอร์เซนต์ ซึ่งเราหวังว่าคงจะเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้สักคราวหนึ่งในวันข้างหน้า

และสิ่งสุดท้ายที่เราหวังกันนักนั้นก็คือ ความสามารถในการเผยแพร่พุทธศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งเป็นการช่วยกันจัดโลกนี้ ให้เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความสุขความสามารถของตนๆ ในเมื่อวิธีการอย่างอื่นๆ ไม่อาจสร้างสรรค์สันติภาพให้แก่โลกได้อีกต่อไป เรายินดีเสียสละ อดทนต่อการกระทบกระทั่งจากผู้อื่นที่เข้าใจผิด พร้อมกับการชื่นชมยินดี ในเมื่อมีผู้อนุโมทนาสาธุการ เนื่องจากเข้าใจถูกในงานที่เราทำเรื่อยๆ ไป จนกว่าจะลุถึงจุดหมาย

เรื่องสุดท้ายที่ฉันจะเล่าสู่ท่านทั้งหลายฟังก็คือเรื่อง ทุน เรื่องนอนนั้นโดยมากก็เป็นเรื่องที่ท่านอาจทราบได้แล้วหรือบางเรื่องก็เป็นของส่วนตัว เกินไปกว่าที่จะนำมาเล่าในหน้ากระดาษเหล่านี้

ทุนอันแรก คือ เงินและแรง การใช้จ่ายเนื่องกับสวนโมกข์นั้น ปรากฏอยู่แล้วตามบัญชีในแถลงการณ์ของคณะธรรมทาน ว่ามีจำนวนเท่าใด ทั้งหมดนั้นส่วนมากใช้ในการตกแต่งสถานที่ การล้อมด้วยลวดหนามการทำที่พักอาศัย และใช้เป็นค่าหยูกยาในคราวเจ็บไข้ ตลอดจนค่าเดินทางไปมาซึ่งมีอยู่บ่อยๆ บางปีก็มากบางปีก็น้อย

และนับตั้งแต่แรกเริ่มมา เมื่อพิจารณาดูแล้ว อาจจะพบความจริงได้อย่างหนึ่งว่า การจัดสถานที่แบบนี้ ไม่เป็นการหมดเปลืองมากมายอย่างใดเลย เมื่อคำนึงถึงผลแล้ว รู้สึกว่าได้ผลเกินค่า หากแต่ว่าผลนั้นๆ เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวมีตนแสดงอยู่ปรากฏชัดเหมือนการบริจาคสร้างโบสถ์สร้างวัด สร้างโรงเรียน เป็นต้น จึงดูเป็นไม่ชวนให้ทำ การเสียสละเพียงเท่านี้ในประเทศไทย เรามีคนอาจจะสละได้เป็นจำนวนหลายหมื่นคน หากแต่ว่ากิจการอันนี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจดี สำหรับผู้พร้อมที่จะเสียสละเหล่านั้นเท่านั้น

ทุนอันที่สอง คือ กำลังน้ำใจ พวกเราได้กำลังน้ำใจกันมาจากไหน ท่านอาจทราบได้แล้วจากข้อความที่เขียนมาข้างต้นๆ ทุนอันนี้สำคัญยิ่งไปกว่าเงิน หรือ แรง เพราะถ้าไม่มีกำลังใจมุ่งหวังไปอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างแรงกล้า และได้รับการสนับสนุนจากมิตรสหาย และเหตุการณ์บางอย่างอยู่เสมอแล้ว ก็ชวนให้เบื่อหน่าย

ฉะนั้น การที่มีผู้อ่านหนังสือเพื่อหาความรู้หรือเพื่อทราบข่าวกิจการของเราก็ตาม เป็นการให้กำลังน้ำใจอย่างดีของเราอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเราขอขอบคุณโดยทั่วกัน

ทุนอันที่สาม ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย ได้แก่ ผู้กล้ารับภาระจัดการเป็นตัวยืนโรง ถ้าไม่มีใครทำ หรือใครช่วยก็ยินดีที่จะทำไปคนเดียวเรื่อยๆ ไม่ยอมเลิกล้ม ได้เท่าใดก็เอาเท่านั้น ซึ่งมีความสำคัญในข้อที่ว่า คนที่คอยให้ทุนหรือกำลังใจนั้น มิใช่ได้มาทำด้วยได้

ต่อเมื่อทุนมีครบพร้อมทั้งสามประการดังกล่าวมา กิจการก็ก่อรูปและดำเนินไปได้ สำหรับงานประเภทนี้ ซึ่งเราอาจกล่าวได้เต็มปากว่า ไม่เป็นงานที่ชวนให้ทำตามธรรมชาติ เหมือนงานที่ได้รับค่าจ้างรางวัลตรงๆ เสียเลย ฉันขอแสดงความหวังเป็นอย่างมากว่า เพื่อนพุทธบริษัทผู้ใดที่ตั้งใจจะจัดงานตามแบบนี้ขึ้น ควรจะรวมทุนทั้งสามประการนี้ให้ครบถ้วนเสียก่อน การกุศลชนิดที่ไม่มีค่าจ้างหรือเงินเดือนนี้ ซึ่งความจริงไม่ใช่เป็นของท่าน แต่เป็นของชาติและศาสนา จึงจะดำเนินไปได้ ไม่มากก็น้อย

ในที่สุด ขอสรุปการเล่าอันยืดยาวของฉัน ด้วยถ้อยคำสั้นๆ ว่า พวกเรากำลังได้รับความพอใจในงานที่ทำ มีความกล้าหาญรื่นเริง เป็นสุขสบายดีอยู่ทั่วกันทุกคน  และตั้งใจที่จะทำหน้าที่ของเราเรื่อยๆ ไปไม่ว่าสถานการณ์ของโลกจะเปลี่ยนไปอย่างใด.

พุทธทาสภิกขุ
          ๒๗ ต.ค. ๒๔๘๖

สิบปีในสวนโมกข์ ๓  สิบปีในสวนโมกข์ ๕
บทความในวารสาร พุทธสาสนา ปีที่ ๖๘ เล่ม ๒ พุทธศักราช ๒๕๔๓ ฉบับวิสาขบูชา
ฉบับพิเศษ พฤษภาคม พุทธธรรม- พุทธทาสรำลึก