ฉันพยายามเสมอที่จะให้ทุกๆ
คนที่อยู่ด้วยกัน
รู้จักทำตนให้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน
ในเรื่องปลุกปลอบน้ำใจของกันและกัน
โดยอาศัยความรักใคร่เป็นสำคัญอยู่เสมอๆ
และบันทึกไว้เช่นเดียวกับเรื่องที่ควรบันทึกอื่นๆ
สรุปรวมความสั้นๆ
ว่า
เราได้พยายามกันทุกๆ
ทาง
ในอันที่จะให้การกระทำของเรา
ผลักดันเราไปในทางสูงอยู่ตลอดเวลา
ทั้งๆที่เราจะรู้ได้และรู้ไม่ได้ชัดเจน
ซึ่งหวังว่าเมื่อเราอยู่ในสถานที่นี้นานพอสมควรแล้ว
ต่อไปเราจะมีความสุขหรือเอาตัวรอดได้
ถ้าท่านจะได้พลิกดูที่ปกหน้าและปกหลังด้านในของหนังสือพิมพ์
พุทธสาสนา
ปีที่ ๔ เล่ม ๓
หรือ เล่ม ๔
ก็ตาม
ตอนความฝันของคณะธรรมทาน
ในแผนกสวนโมกข์
จนเข้าใจดีแล้ว
ฉันอาจกล่าวกับท่านได้ว่า
เราได้รับความพอใจที่สุด
แม้ว่าเราจะทำกันตามสติกำลัง
หรือตามความสามารถอันจะเรียกว่าอย่างเด็กๆ
ทำก็ไม่ผิดนัก
เราก็ได้ทำให้ลุล่วงไปตามที่เราฝันๆ
ไว้ได้หลายสิบเปอร์เซนต์
ซึ่งเราหวังว่าคงจะเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ได้สักคราวหนึ่งในวันข้างหน้า
และสิ่งสุดท้ายที่เราหวังกันนักนั้นก็คือ
ความสามารถในการเผยแพร่พุทธศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ซึ่งเป็นการช่วยกันจัดโลกนี้
ให้เป็นโลกที่เต็มไปด้วยความสุขความสามารถของตนๆ
ในเมื่อวิธีการอย่างอื่นๆ
ไม่อาจสร้างสรรค์สันติภาพให้แก่โลกได้อีกต่อไป
เรายินดีเสียสละ
อดทนต่อการกระทบกระทั่งจากผู้อื่นที่เข้าใจผิด
พร้อมกับการชื่นชมยินดี
ในเมื่อมีผู้อนุโมทนาสาธุการ
เนื่องจากเข้าใจถูกในงานที่เราทำเรื่อยๆ
ไป
จนกว่าจะลุถึงจุดหมาย
เรื่องสุดท้ายที่ฉันจะเล่าสู่ท่านทั้งหลายฟังก็คือเรื่อง
ทุน
เรื่องนอนนั้นโดยมากก็เป็นเรื่องที่ท่านอาจทราบได้แล้วหรือบางเรื่องก็เป็นของส่วนตัว
เกินไปกว่าที่จะนำมาเล่าในหน้ากระดาษเหล่านี้
ทุนอันแรก
คือ
เงินและแรง
การใช้จ่ายเนื่องกับสวนโมกข์นั้น
ปรากฏอยู่แล้วตามบัญชีในแถลงการณ์ของคณะธรรมทาน
ว่ามีจำนวนเท่าใด
ทั้งหมดนั้นส่วนมากใช้ในการตกแต่งสถานที่
การล้อมด้วยลวดหนามการทำที่พักอาศัย
และใช้เป็นค่าหยูกยาในคราวเจ็บไข้
ตลอดจนค่าเดินทางไปมาซึ่งมีอยู่บ่อยๆ
บางปีก็มากบางปีก็น้อย
และนับตั้งแต่แรกเริ่มมา
เมื่อพิจารณาดูแล้ว
อาจจะพบความจริงได้อย่างหนึ่งว่า
การจัดสถานที่แบบนี้
ไม่เป็นการหมดเปลืองมากมายอย่างใดเลย
เมื่อคำนึงถึงผลแล้ว
รู้สึกว่าได้ผลเกินค่า
หากแต่ว่าผลนั้นๆ
เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวมีตนแสดงอยู่ปรากฏชัดเหมือนการบริจาคสร้างโบสถ์สร้างวัด
สร้างโรงเรียน
เป็นต้น
จึงดูเป็นไม่ชวนให้ทำ
การเสียสละเพียงเท่านี้ในประเทศไทย
เรามีคนอาจจะสละได้เป็นจำนวนหลายหมื่นคน
หากแต่ว่ากิจการอันนี้ยังไม่เป็นที่เข้าใจดี
สำหรับผู้พร้อมที่จะเสียสละเหล่านั้นเท่านั้น
ทุนอันที่สอง
คือ
กำลังน้ำใจ
พวกเราได้กำลังน้ำใจกันมาจากไหน
ท่านอาจทราบได้แล้วจากข้อความที่เขียนมาข้างต้นๆ
ทุนอันนี้สำคัญยิ่งไปกว่าเงิน
หรือ แรง
เพราะถ้าไม่มีกำลังใจมุ่งหวังไปอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างแรงกล้า
และได้รับการสนับสนุนจากมิตรสหาย
และเหตุการณ์บางอย่างอยู่เสมอแล้ว
ก็ชวนให้เบื่อหน่าย
ฉะนั้น
การที่มีผู้อ่านหนังสือเพื่อหาความรู้หรือเพื่อทราบข่าวกิจการของเราก็ตาม
เป็นการให้กำลังน้ำใจอย่างดีของเราอยู่ส่วนหนึ่ง
ซึ่งเราขอขอบคุณโดยทั่วกัน
ทุนอันที่สาม
ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย
ได้แก่
ผู้กล้ารับภาระจัดการเป็นตัวยืนโรง
ถ้าไม่มีใครทำ
หรือใครช่วยก็ยินดีที่จะทำไปคนเดียวเรื่อยๆ
ไม่ยอมเลิกล้ม
ได้เท่าใดก็เอาเท่านั้น
ซึ่งมีความสำคัญในข้อที่ว่า
คนที่คอยให้ทุนหรือกำลังใจนั้น
มิใช่ได้มาทำด้วยได้
ต่อเมื่อทุนมีครบพร้อมทั้งสามประการดังกล่าวมา
กิจการก็ก่อรูปและดำเนินไปได้
สำหรับงานประเภทนี้
ซึ่งเราอาจกล่าวได้เต็มปากว่า
ไม่เป็นงานที่ชวนให้ทำตามธรรมชาติ
เหมือนงานที่ได้รับค่าจ้างรางวัลตรงๆ
เสียเลย
ฉันขอแสดงความหวังเป็นอย่างมากว่า
เพื่อนพุทธบริษัทผู้ใดที่ตั้งใจจะจัดงานตามแบบนี้ขึ้น
ควรจะรวมทุนทั้งสามประการนี้ให้ครบถ้วนเสียก่อน
การกุศลชนิดที่ไม่มีค่าจ้างหรือเงินเดือนนี้
ซึ่งความจริงไม่ใช่เป็นของท่าน
แต่เป็นของชาติและศาสนา
จึงจะดำเนินไปได้
ไม่มากก็น้อย
ในที่สุด
ขอสรุปการเล่าอันยืดยาวของฉัน
ด้วยถ้อยคำสั้นๆ
ว่า
พวกเรากำลังได้รับความพอใจในงานที่ทำ
มีความกล้าหาญรื่นเริง
เป็นสุขสบายดีอยู่ทั่วกันทุกคน
และตั้งใจที่จะทำหน้าที่ของเราเรื่อยๆ
ไปไม่ว่าสถานการณ์ของโลกจะเปลี่ยนไปอย่างใด.
พุทธทาสภิกขุ
๒๗ ต.ค.
๒๔๘๖