เพราะเหตุนี้เอง
เมื่อฟังดูทั่วๆ
ไปแต่ผู้ที่มาจากทิศต่างๆ
ฟังได้อย่างหนึ่งว่า
สำนักปฏิบัติธรรมต่างๆ
นั้น
มักมีอะไรยึดถือเป็นลัทธิอย่างหนึ่งประจำสำนักของตนคล้ายกับเป็นเครื่องหมาย
หรือยี่ห้อเฉพาะของสำนักเสมอ
ความที่อยากจะให้เห็นว่าดีหรือสูงกว่าสำนักอื่น
เป็นเหตุให้คิดหาอะไรที่แปลกจากสำนักอื่นยึดไว้
ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง
ครั้นสำนักมีมากเข้า
ข้อที่หยิบขึ้นถือให้เคร่งไว้เป็นเครื่องเชิดหน้าชูตา
ก็มีมากชนิดเข้า และเกิดความรู้สึกในทำนองท้าทายแข่งขันกัน
อันเป็นทางให้กลมเกลียวกันยาก
ถ้าการแข่งขันนั้น
ต่างฝ่ายมีสาระสำคัญที่บำเพ็ญประโยชน์สายใหญ่อย่างใดอย่างหนึ่ง
ไปตามความถนัดชำนาญของตัวก็ดีมาก
แต่ถ้าเป็นไปเพียงเพื่อลัทธิเล็กๆ
น้อยๆ
ที่มีไว้สำหรับอวดเคร่งต่อกันแล้ว
บาปก็จะตกอยู่แก่พระศาสนา
ซึ่งเป็นของส่วนรวม
และฉันเข้าใจว่า
เหตุอันนี้เองที่ทำให้มาตรฐานของการปฏิบัติในทางจิตของสำนักปฏิบัติแทบทั้งหมดชะงักอยู่
ไม่เขยิบสูงขึ้นไปได้
ซึ่งเป็นเหตุให้ฐานะหรือเกียรติของงานประเภทนี้ยังมืดมัวสลัวอยู่ร่ำไป
สถานที่ที่เป็นสำนักปฏิบัติธรรม
ควรจะเป็นสำนักซึ่งมีหน้าที่กวาดล้างสนิมหรือเสี้ยนหนามเหล่านี้
พร้อมกันไปกับการเผยแพร่ธรรมชั้นสูงของพระผู้มีพระภาคเจ้า
ด้วยการทำตนให้เป็นตัวอย่างให้ดูจริงๆ
ในที่สุด
ก็กลายเป็นสถานที่ที่ให้ผลตอบแทนแก่การลงทุนอย่างสมค่า
น่าชื่นใจยิ่งกว่าการลงทุนจัดสร้างสถานที่อย่างอื่นเป็นแน่.
ผู้อยู่ในสถานที่เช่นนั้น
ในส่วนตัวจะต้องขยันคิดนึกศึกษา
ในส่วนการสมาคม
ต้องมีใจกว้างพอที่จะไม่รังเกียจผู้ที่มีอะไรไม่ลงรอยกับตน
และในส่วนการสั่งสอนผู้อื่น
ก็พยายามทำตามความสามารถ
บริสุทธิ์ตรงไปตรงมาจริงๆ
โดยไม่เห็นแก่ของตอบแทน
เมื่อเป็นเช่นนี้
การปฏิบัติธรรมก็ก้าวหน้า
และศาสนาจะรุ่งเรืองโดยไม่ต้องสิ้นเปลืองอะไรของมหาชนหรือชาติประเทศมากมายนัก
และในที่สุด
สถานปฏิบัติธรรมก็จะเป็นสถานที่นิดๆ
ใช้เงินน้อยๆ
เป็นอยู่ต่ำๆ
ปอนๆ
แต่ว่าผลน่าชื่นใจยิ่งกว่าสถานที่ชนิดอื่นที่ตรงกันข้ามมากมายหลายเท่า
เหลือที่จะเปรียบกันได้โดยแท้
ข้อที่ความหวังอันนี้
หวังได้ยากอยู่ในบัดนี้
ฉันเห็นว่า
ส่วนใหญ่เนื่องจากงานประเภทนี้มองดูยาก
เข้าใจไม่ได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป
ที่จะร่วมมือส่งเสริมหรือแม้ที่สุด
วงการที่ทรงอำนาจของคณะสงฆ์
ก็ยังไม่ได้จัดการส่งเสริม
หรือควบคุมให้เป็นล่ำเป็นสัน
คงปล่อยให้เป็นเรื่องส่วนตัวบุคคลทำกันไปตามความสมัครใจ
และที่ร้ายไปกว่านั้น
วงการที่ทรงอำนาจบางแห่งกลับเข้าใจไปเสียว่า
การทำเช่นนั้นเป็นการทำของบุคคลผู้ตัดช่องน้อยแต่พอตัว
หรือผู้ปรารถนานิพพานนั้น
เป็นผู้เอาเปรียบผู้อื่นไปก็มี
ซึ่งเป็นเหตุอันหนึ่งที่ทำให้กิจการแผนกนี้ได้รับความสนใจพินิจพิจารณาของมหาชน
น้อยไปกว่าควร
อันได้ทำให้พระศาสนาของเราเว้าๆ
แหว่งๆ
ไปในบางสิ่งอวบนูนอุ่นหนาฝาคั่งเกินต้องการไปในบางส่วน
ซึ่งข้อนั้น
ย่อมบ่งถึงความที่ศาสนาของเรายังทำหน้าที่หลั่งไหลอมฤต
ให้แก่ชาติประเทศของเราได้ไม่เต็มที่นั่นเอง
ข้อที่วงการอันทรงอำนาจยังไม่มีหลักการส่งเสริม
หรือให้เกียรติแก่งานประเภทนี้โดยเฉพาะงานประเภทนี้
ต้องตกเป็นงานส่วนตัวของผู้ที่เผอิญได้ขอบงานประเภทนี้เอาจริงๆ
ซึ่งนานจึงจะมีผู้คงแก่เรียนสักคนหนึ่ง
ลูบคลำงานประเภทนี้ไปอย่างเงียบๆ
ให้เป็นที่สะดุดตาสะกิดใจของนักศึกษาหนุ่มๆ
ที่เรียนปริยัติเสร็จมาใหม่ๆ
ซึ่งส่วนมากย่อมจะหันไปทางด้านการบริหารการปกครองหมู่คณะ
อันเป็นทางที่จะนำไปสู่เกียรติยศลาภผลเห็นอยู่อย่างชัดเจน
แทนที่จะปรารถนานิพพาน
หรือลองหันมาปฏิบัติธรรมชั้นสูงอย่างเคร่งครัดดูสักพักหนึ่ง
ก่อนแต่จะหันไปจับงาน
ที่เป็นการบำเพ็ญประโยชน์แก่โลกอย่างกว้างขวาง
ด้วยใจที่กว้างขวางหรือสูงมาแล้วจริงๆ
เพราะมูลเหตุสำคัญดังกล่าวมา
จึงทำให้บุคคลผู้มีวิญญาณแห่งการรักปฏิบัติน้อยตัว
เมื่อมีน้อยตัว
ก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่ผู้ที่จะก้าวไปได้ย่อมน้อยไปกว่านั้นอีก
หรืออาจถึงกับไม่มีเสียก็ได้
เพราะฉะนั้น
สำนักปฏิบัติธรรมต่างๆ
ที่ใครจัดขึ้น
หรือกำลังจะจัดขึ้นก็ตาม
ถ้าปรากฏว่า
หานักปฏิบัติได้น้อยเกินไป
หรือไม่ได้เสียเลย
ก็ไม่ควรประหลาดใจหรือเสียใจ,
อย่างน้อยที่สุด
การที่มีสถานที่ว่างๆ
ไว้
ก็เป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่เร้าใจให้นักศึกษาหนุ่มผู้กล้าหาญ
เกิดความกล้าขึ้นในวันหนึ่ง
และเป็นเครื่องกันลืมพระศาสนาในด้านนี้
ได้เป็นอย่างดี
ถ้ายังเป็นสำนักที่อุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยนักปฏิบัติไม่ได้
ก็เป็นเพียงสำนักที่นัดพบของนักคิดอิสระหรือผู้ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อเป็นนักปฏิบัติไปพลาง
ก็ได้ผลคุ้มกันเหลือหลาย
หรืออย่างน้อยที่สุด
ก็เป็นสถานที่นักพบเพื่อศึกษาเป็นครั้งคราวของผู้ใฝ่ฝันในความสงบได้ดี
ซึ่งก็มีผลมากเหมือนกัน