ฉะนั้น
ฉันควรจะกล่าวถึงสภาพของสวนโมกข์
สมัยเริ่มแรกนี้ต่อไปอีกสักเล็กน้อย
เพื่อเป็นการศึกษาสำหรับผู้ที่จะริเริ่มเป็นนักฝึกฝนเกี่ยวกับทางจิตตามควร.
ความสะดุ้งหวาดเสียวชนิดใด
ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเล่าไว้ในบาลีภยเภรวสูตร
ม.ม.
ฉันรู้สึกว่า
ฉันได้เสพคบกับความหวาดเสียวชนิดเดียวกันนั้นมาแล้วอย่างมีปริมาณไม่น้อย
เพราะฉันก็เช่นเดียวกับท่านผู้อ่านส่วนมาก
คือมิได้ชินกับป่าด้วยการกำเนิดและเติบโตในป่า
ทั้งที่ฉันได้เคยศึกษา
พระบาลี
ภยเภรวสูตร
นั้นมาแล้ว
ก่อนแต่ไปอยู่เปลี่ยวๆ
คนเดียวเช่นนั้น
ฉันก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ด้วยเหตุนั้น
กี่มากน้อยเลย
ข้อความตอนหนึ่งแห่งพระบาลีนั้นว่า.
"...
เสนาสนะอันสงัด
คือป่าและป่าเปลี่ยว
เป็นเสนาสนะยากที่จะเสพได้
ความสงัดเป็นของยากที่จะทำได้
ยากที่จะยินดีในการอยู่ผู้เดียว
ป่าทั้งหลายเป็นประหนึ่งว่า
ได้นำไปเสียแล้ว
ซึ่งใจของภิกษุผู้ยังไม่ได้สมาธิ.."
"พราหมณ์, ความคิดอันนี้ได้มีแก่เราว่า
ถ้ากระไร
ในราตรีอันกำหนดว่าเป็นวัน
๑๔,๑๕ และ ๘
ค่ำแห่งปักษ์
อารามอันถือว่าศักดิ์สิทธิ์ป่า
อันถือว่าศักดิ์สิทธิ์
ต้นไม้อันถือว่าศักดิ์สิทธิ์
ที่ใดที่น่าพึงกลัวเป็นที่ชูชันแห่งโลมชาติ
เราพึงอยู่ในเสนาสนะเช่นนั้นเถิด
บางทีเราอาจจะจับตัวความขลาดและความกลัวได้.
พราหมณ์,
เราได้อยู่ในเสนาสนะเช่นนั้นและในวันอันกำหนดไว้นั้นๆ
แล้ว"
"พราหมณ์,
เมื่อเราอยู่ในเสนาสนะเช่นนั้น
สัตว์ป่าแอบเข้ามาหรือว่านกยูงทำกิ่งไม้แห้งให้ตกลงมา
หรือว่าลมพัดหยักเยื่อกิ่งไม้ให้ตกลงมา
ความตกใจกลัวได้เกิดแก่เรา
โดยเข้าใจว่านั่นแล้วตัวความกลัว,
ความคิดค้นได้มีแก่เราต่อไปว่า
ทำไมหนอ
เราจึงเป็นผู้พะวงแต่ในความหวาดกลัว
ถ้าอย่างไรเราจะหักห้ามความหวาดกลัวนั้นเสีย
โดยอิริยาบถที่ความหวาดกลัวนั้นๆ
มาสู่เรา"
"พราหมณ์,
เมื่อเราเดินอยู่
ความกลัวเกิดมีมา
เราก็ขืนเดินแก้ความขลาดนั้น
ตลอดเวลานั้นเราไม่ยืน
ไม่นั่ง
ไม่นอน.
ถ้าเมื่อเรายืนอยู่
ความหวาดกลัวเกิดมีมา
เราก็ขืนยืนแก้ความขลาดนั้น
ตลอดเวลานั้น
เราไม่เดิน
ไม่นั่ง
ไม่นอน
ถ้าเมื่อเรานั่งอยู่
ความหวาดกลัวเกิดมีมา
เราก็ขืนนั่งแก้ความขลาดนั้น
ตลอดเวลานั้น
เราไม่ยืน
ไม่เดิน
ไม่นอน
ถ้าเมื่อเรานอนอยู่
ความขลาดเกิดมีมา
เราก็ขืนนอนแก้ความขลาดนั้น
ตลอดเวลานั้น
เราไม่เดิน
ไม่ยืน
ไม่นั่งเลย.."
เพียงเท่านี้
ก็แสดงว่า
การสู้รบกับความหวาดกลัวอันเป็นสัญชาตญาณของสัตว์
เป็นปัญหาอันยากเย็นเพียงไร
ความคาดคะเนอยู่ในห้องเมื่อยังอยู่ที่กรุงเทพฯ
ว่าฉันจะตั้งหลักของฉันเพื่อจะแก้ปัญหาเหล่านี้ๆ
เช่นนั้นๆ
เป็นสิ่งที่ใช้อะไรไม่ได้เลย
เพราะว่า
สิ่งที่สำคัญที่สุดนั้น
ไม่ได้อยู่ที่
หลัก
อะไรมากมายนัก
แต่อยู่ที่ความมากน้อยของกำลังใจ
และความช้าหรือเร็วของสติ
และความเคยชินหรือไม่
เป็นส่วนใหญ่.
รสชาติของการอยู่คนเดียวในสถานที่อันสงัดและดึกสงัดนั้น
เป็นสิ่งที่ไม่อาจบอกให้เข้าใจกันได้ด้วยตัวหนังสือ
หรือด้วยการนึกเทียบเอาจากการที่อยู่ในที่อันเป็นธรรมดาของผู้ที่ไม่เคยไปอยู่
มีอำนาจอะไรอย่างหนึ่งซึ่งดูเหมือนว่าได้
ริบ
เอากำลังใจไปเสียหมดแล้ว
ตั้งแต่เมื่อเริ่มรู้สึกตนว่า
ได้อยู่ผู้เดียวในที่ที่ปราศจากการคุ้มครองแต่อย่างใด
ยิ่งเมื่อมีอะไรหวอ
หรือ
โครมคราม
วูดวาดออกมา
ในเวลาที่ไม่รู้สึกตัวและเพิ่งประสบเป็นครั้งแรก
ย่อมเป็นการเหลือวิสัยที่จะไม่ให้เกิดการสะดุ้ง
ครั้นกำลังใจค่อยเข้มแข็งขึ้น
สติค่อยรวดเร็วขึ้น
ความเคยชินค่อยมากขึ้น
สิ่งนั้นๆ
ค่อยๆ
กลายเป็นธรรมดาไป.
เพราะฉะนั้น
ต้องให้เวลาอย่างน้อยสัก
๗ วัน
สำหรับบทเรียนขั้นต้นนี้
เพื่อฝึกฝนการใช้หลักอย่างใดอย่างหนึ่ง
จนกว่าจะได้ผลเป็นที่พอใจ.