Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!
 

มหาเงื่อม อินฺทปญฺโญ

อยู่กับธรรม  

เมื่อรบสู้ กับศัตรู สู้ด้วยธรรม

จะปลุกปล้ำ กันเท่าใด ไม่เสียหาย

ถ้าสู้กัน อย่างนี้ ไม่มีตาย

ในสุดท้าย จะปรองดอง ต้องใจกัน

 

เมื่อป้องกัน ศัตรู รู้ใช้ธรรม

เป็นกำแพง เพชรล้ำ เลิศมหันต์

ป้องกันได้ สารพัด น่าอัศจรรย์

ป้อมค่ายมั่น กว่าสิ่งใด ในโลกคน

 

เมื่อหลบซ่อน จากศัตรู อยู่กับธรรม

ไม่ระกำ ทุกข์เห็น สักเส้นขน

ช่วยปลุกปลอบ ชื่นชอบ ฉ่ำกมล

ขอทุกคน จงมีธรรม ประจำกายฯ  

 

 

 

 

 

สิบปีในสวนโมกข์ 
สารบัญ

หน้า ๑
หน้า ๒
หน้า ๓
หน้า ๔
หน้า ๕
หน้า ๖
หน้า ๗
หน้า ๘
หน้า ๙
หน้า ๑๐
หน้า ๑๑
หน้า ๑๒
หน้า ๑๓
หน้า ๑๔
หน้า ๑๕
หน้า ๑๖
หน้า ๑๗
หน้า ๑๘

 

 

เมื่อได้กล่าวถึงจำนวนภิกษุสามเณรผู้มาอาศัยในสวนโมกข์แล้ว ควรจะกล่าวถึงแขกผู้มาเยี่ยมเยือนเสียด้วย. 

แขกที่เป็นบรรพชิต ผู้มากไปด้วยความกรุณาอารี อันเราจะลืมเสียมิได้นั้น มีอยู่มากด้วยกัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ญาณวโร เจริญ) วัดเทพศิรินทราวาส ประธานสังฆสภาปัจจุบัน อันท่านผู้อ่านจะหารายละเอียดได้จากหนังสือพิมพ์พุทธสาสนาปีที่ ๕ เล่ม ๒

และที่เป็นฆราวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระยาลัดพลีธรรมประคัลภ์ ประธานกรรมการศาลฎีกาในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากได้ให้ความช่วยเหลือทั่วๆ ไป ในกิจการของคณะธรรมทานแล้ว ยังได้ช่วยเหลือฉันเป็นพิเศษเป็นส่วนตัว ในการที่ฉันจะต้องบำรุงและให้การศึกษาแก่ภิกษุสามเณรชุดพิเศษอีกชุดหนึ่ง ซึ่งทำให้กิจการอันนี้ดำเนินมาได้ราบรื่นตลอดมา

ในบรรดาแขกเหล่านี้ บางคนก็มาพักเพียงวันสองวัน หรืออย่างมากก็อาทิตย์หนึ่ง เว้นแต่แขกบรรพชิตอีกพวกหนึ่ง ซึ่งมีเวลามากพอที่จะพักได้ตั้งเดือนสองเดือน เพื่อหาความผาสุกตามที่ตนพอใจ และแลกเปลี่ยนความรู้แก่กันและกันกับเพื่อนที่ไม่เคยสมาคมกัน โดยประมาณเมื่อเฉลี่ยแล้ว เรามีแขกประเภทที่ว่านี้ประมาณปีละ ๔-๕ คน ซึ่งฉันเห็นว่าเป็นจำนวนมาก

แขกทั้งหมดนี้ เชื่อว่า ส่วนมากได้รับความพอใจ เพราะมีการมาซ้ำๆ กันก็มี จะมาซ้ำอีกในวันหน้าก็มี แต่ก็เชื่อได้บ้างเหมือนกันว่า คงจะมีจำนวนสัก ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ได้รับความพอใจ เนื่องจากไม่เห็นพ้องในวิธีการ นับตั้งแต่บ้านเมืองได้รับความกระทบกระเทือนเนื่องจากสงครามเป็นต้นมา สวนโมกข์เกือบจะกล่าวได้ว่าไม่มีแขกเลย โดยเฉพาะแขกฆราวาส ได้รับข่าวแต่ว่า ไม่มีเวลามา ทั้งที่อยากมาอยู่เสมอ นึกดูก็น่าเห็นใจกันโดยทั่วๆ ไป

เมื่อกล่าวถึงจำนวนผู้อยู่อาศัยแล้ว จะได้เล่าถึงการกินอยู่ต่อไป การขบฉันของภิกษุสามเณรนั้นอาศัยเฉพาะของที่ได้มาจากการบิณฑบาตโดยตรง คือได้มาทั้งข้าวและกับข้าว พอสบายสำหรับผู้ต้องการจะเป็นอยู่ง่ายๆ ตลอดเวลา ๑๐ ปี เว้นแต่ปีสุดท้ายนี้ มีผู้มาจัดอาหารพิเศษส่งไปวันละสิ่ง โดยเห็นว่าดีกว่าที่จะไม่ทำอย่างนั้น

บาตร สมัยปัจจุบันเพื่อความสะดวกและเป็นการเคารพต่อการฝึกฝนตัว เราได้ฉันในภาชนะง่ายๆ ภาชนะเดียวตลอดมา ที่เรียกภาชนะเดียวนั้นหมายถึง ใส่ข้าวลงในภาชนะใบหนึ่ง แล้วเกลี่ยกับลงไปข้างบนเท่าที่ต้องการ โดยแบ่งออกมาจากส่วนรวมเท่าที่ได้มาในวันหนึ่งๆ แล้วก็ไปนั่งฉันตามสบาย บางคนและบางสมัยก็ใช้บาตรนั่นเองเป็นภาชนะ แต่บางคนและบางสมัยก็ใช้ภาชนะอื่นที่สะดวกกว่า เพราะบาตรไม่เหมาะที่จะใช้เช่นนั้นมากด้วยบาตรสมัยนี้ ไม่ได้ทำให้ปากกว้างเป็นรูปขันน้ำอย่างบาตรครั้งพุทธกาล และล้างให้หมดกลิ่นยากกว่าภาชนะอื่น เช่นอ่างกะละมัง เป็นต้น ทำให้เสียเวลามากในการรักษาความสะอาด ถ้าจะดำเนินการฉันแบบง่ายๆ กันตลอดชีวิต ใช้ภาชนะอื่นดีกว่า เช่น อ่างกะละมังขนาดกลางใบเดียวก็พอ เมื่อเล็งถึงใจความแล้ว ก็ไม่เป็นการมักมากอย่างใด ในการที่จะใช้ภาชนะเช่นนี้แทนบาตร ยังเป็นการธุดงค์หรือการขูดเกลาเต็มที่อยู่นั่นเอง

การฉันเช่นนี้ ยังมีผู้เข้าใจกันแปลกๆ เช่น เข้าใจว่าต้องคลุกหรือขยำจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันจึงจะถูกต้องตามแบบแผน นี้ก็มี แต่นั่นเป็นความคิดเห็นและความพอใจส่วนตัว หรือถึงกับเป็นเหตุผลเฉพาะตัวเฉพาะคนบางคน ที่อยากจะวัดกำลังใจของตนเท่านั้น

การฉันแบบนี้ เราใช้กันตั้งแต่แรกเริ่มจนกระทั่งบัดนี้ ทั้งที่สวนโมกข์ ที่หอสมุดธรรมทาน และที่สวนโมกข ์(บน) อันจัดสร้างขึ้นใหม่เมื่อปีกลาย

เวลาฉันนั้น เราฉันกันแต่เช้าเท่าที่จะทำได้ ผู้สมัครจะฉันหนเดียวก็ฉันเพียงหนเดียว แต่ผู้ที่บางคราวต้องทำงานออกแรงทางกาย เช่น เกี่ยวกับการจัดสร้างสถานที่ หรือสามเณรรุ่นเล็ก จะฉันเพลด้วยก็ได้ ในเมื่อมีเหตุผลอันสมควร ฉันอาหารตามธรรมดา ตามที่ทายกจะให้ ถ้าใครต้องการจะเว้นอาหารบางอย่างหรือทดลองการฉันแบบพิเศษออกไป ต้องหาโอกาสทำเป็นพิเศษ และเป็นได้เพียงครั้งคราว

 

 

 

สิบปีในสวนโมกข์ ๑๑  สิบปีในสวนโมกข์ ๑๓
บทความในวารสาร พุทธสาสนา ปีที่ ๖๘ เล่ม ๒ พุทธศักราช ๒๕๔๓ ฉบับวิสาขบูชา
ฉบับพิเศษ พฤษภาคม พุทธธรรม- พุทธทาสรำลึก