Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!
 


เรียนปรัชญา

เรียนอะไร ถ้าเรียน อย่างปรัชญา

ที่เทียบกับ คำว่า ฟิโลโซฟี่

เรียนจนตาย ก็ไม่ได้ พบวิธี

ที่อาจขยี้ ทุกข์ดับ ไปกับกร

 

เพราะมันเรียน เพื่อมิให้ รู้อะไร

ชัดลงไป ตามที่ธรรม- ชาติสอน

มัวแต่โยก โย้ไป ให้สั่นคลอน

สร้างคำถาม ป้อนต้อน รอบรอบวง

 

ไม่อาจจะ มีวิมุตติ เป็นจุดจบ

ยิ่งเรียนยิ่ง ไม่ครบ ตามประสงค์

เป็นเฮโรอีน สำหรับปราชญ์ ที่อาจอง

อยู่ในกรง ปรัชญา น่าเอ็นดูฯ

 

 

เรียนแบบคันถธุระ

คันถธุระ คือเรียนร่ำ พระคัมภีร์

ที่ร้อยกรอง กันเต็มที่ ยุคทีหลัง

เป็นมัดมัด ตู้-ตู้ ดูมากจัง

เรียนจนคลั่ง เคลิ้มไคล้ ไปก็มี

 

ภาวนาว่า นางฟ้า ปิฎกไตร

จงผูกใจ ข้าฯไว้ ให้ถนัดถนี่

จะตายไป กี่ชาติ กี่ภพมี

ขอสมรส ด้วยวาณี ตลอดไป

 

เป็นการสืบ ศาสนา ปริยัติ

จะได้มี ปฏิบัติ ที่แจ่มใส

แต่ดูดู คล้ายจะมุด คุดอยู่ใน

ไม่อยากได้ พระนิพพาน สักท่านเดียวฯ  

 

เรียนวิปัสสนา

เรียนวิปัสสนา เพิ่งมีมา ต่อภายหลัง

ไม่เคยฟัง ในบาลี ที่ตถา

ไม่แยกเป็น คันถะ วิปัสสนา

มีแต่ว่า ตั้งหน้า บำเพ็ญธรรม

 

เพราะทนอยู่ ไม่ได้ ในกองทุกข์

จึงได้ลุก จากเรือนอยู่ สู่เนกขัม

จัดชีวิต เหมาะแท้ แก่กิจกรรม

เพื่อกระทำ ให้แจ้ง แห่งนิพพาน

 

ในบัดนี้ มีสำนัก วิปัสสนา

เกิดขึ้นมา เป็นพิเศษ เขตสถาน

ดูเอาจริง ยิ่งกว่าครั้ง พุทธกาล

ขอให้ท่าน จริง, ดี มีวิปัสสนาฯ

 

สิบปีในสวนโมกข์ 
สารบัญ

หน้า ๑
หน้า ๒
หน้า ๓
หน้า ๔
หน้า ๕
หน้า ๖
หน้า ๗
หน้า ๘
หน้า ๙
หน้า ๑๐
หน้า ๑๑
หน้า ๑๒
หน้า ๑๓
หน้า ๑๔
หน้า ๑๕
หน้า ๑๖
หน้า ๑๗
หน้า ๑๘

 

 

 

ในปีต่อๆ มา มีภิกษุและสามเณรมาขออยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คราวละรูปสองรูป บางปีถึงอยู่จำพรรษากันตั้ง ๑๐ รูปก็มีในตอนหลัง บางรูปที่มารู้สึกว่า ท่านได้รับผลเป็นที่พอใจ เป็นกัลยาณมิตรที่ดี มีบางรูปตรงกันข้าม กลับออกไปป่าวข่าวอกุศล ในฝ่ายหนึ่งที่พอใจนั้น มีสาระสำคัญตรงที่มีการวางระดับสิ่งต่างๆ ไว้ในใจออกจะตรงๆ กัน เช่น เมื่อมีปัญหาว่า

เท่าไร เรียกว่า สันโดษ หรือ เลี้ยงง่าย

ก็มีความเห็นตรงกันว่า เท่านี้เรียกว่า เลี้ยงง่าย หรือกินอยู่อย่างต่ำ แต่บางพวกเห็นว่า เท่านั้นแร้นแค้นรุนแรงไป จนเป็นอัตตกิลมถานุโยค

ในบางเรื่อง เช่นมีปัญหาว่า ภิกษุสามเณรประเภทนี้ควรทำอะไรได้บ้าง? บางพวกเห็นว่าทำวัตรสวดมนต์ก็ไม่ควร อ่านหนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้ ซึ่งเมื่อพวกก่อนทำเช่นนั้นอยู่ ก็ยกขึ้นเป็นข้อรังเกียจ บางพวกก็ถือเคร่งไปในทางตามตัวหนังสือ เช่น น้ำ แม้จะสะอาดอยู่แล้วอย่างไร ก็ยังจะต้องกรองกันอีกด้วยผ้ากรอง จนน้ำนั้นกลับสกปรกไปด้วยอำนาจผ้ากรอง ซึ่งมีไว้สักว่าตามธรรมเนียมนั้นเสียอีก เพราะเชื่อว่า ตัวสัตว์ชนิดที่ดูด้วยตาไม่เห็นนั้น ผ้ากรองบางๆ จะกรองเอาไว้ได้ ถ้าใครเกิดไม่ทำดังนี้ขึ้นมาสักคนหนึ่ง ก็ตั้งข้อรังเกียจ ส่วนพวกที่ตรงกันข้าม ก็ชักจะคิดว่า พวกหนึ่งครึไป แต่ก็มีอีกพวกหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนมาก เอาใจใส่แต่เรื่องของตัว เห็นการที่ถือยิ่งหย่อนกว่ากันบ้างนั้น เป็นของส่วนตัวไม่รังเกียจฝ่ายไหนทั้งหมด เป็นมิตรกับทุกฝ่าย ซึ่งนับได้ว่าเป็น นักปฏิบัติธรรมแท้

สำหรับในเรื่องนี้ มีข้อที่ควรสังเกตไว้ด้วยอย่างหนึ่งว่า ในบรรดาผู้อ้างตัวเองเป็นนักปฏิบัติธรรมนั้น มีคนประเภทที่เรียกว่า จิตไม่สมประกอบรวมอยู่ด้วย นี้ยิ่งไปกันใหญ่ เป็นปัญหาที่แก้ยาก

การมีสถานกลางเปิดรับอาคันตุกะจากทุกทิศนั้น มีอะไรที่แตกต่างจากสำนัก หรือวัดที่ตั้งอยู่เป็นหลักแหล่ง มีขอบเขตจำกัดนั้นมากนัก ในสถานกลางเช่นนี้ จะมีอาคันตุกะชนิดต่างๆ แทบครบทุกชนิด แม้จะไม่อยู่เลย เพียงแต่มาพักชั่วคราว เพื่อมาดูมาเยี่ยม ก็มีอะไรทำให้เป็นปัญหาเกิดขึ้นได้ สิ่งใดที่แปลกไปจากสิ่งที่ตนทำหรือถืออยู่ เป็นของใช้ไม่ได้ หรือขบขันแล้ว คนนั้นจะลำบากที่สุด ฉันสังเกตเห็นว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ช่วยอะไรไม่ได้เสียจริงๆ เช่น อาคันตุกะบางคนจะฉันอาหาร ต้องยกบาตรขึ้นวางบนที่สูง แล้วลงนั่งยองๆ ประนมมือข้างล่าง ว่าอะไรพึมพำเสียครู่หนึ่งแล้วจึงนำมาฉัน พวกที่ไม่เคยทำดังนั้นก็อดขัน หรืออดขยิบตากันไม่ได้ ซึ่งที่จริงก็น่าขันสำหรับผู้ที่ไม่เคยทำเคยเห็นอยู่บ้างเหมือนกัน แม้ในตอนหลังจะได้รับคำอธิบายว่า ที่ทำดังนั้น เพื่อเป็นการบูชาถวายพระพุทธเจ้าเสียก่อน และเป็นการขอบคุณพระองค์ในการที่แผ่บารมี ทำเหล่าสาวกให้มีอาหารฉันไม่ขาดแคลน ซึ่งพิจารณาดูก็เป็นการกระทำที่ดีและมีเหตุผลอยู่ ส่วนมากก็ยังสั่นเศียร ไม่รับถือลัทธินี้ซึ่งฉันเชื่อว่าเป็นลัทธิที่ถือกันแต่เพียงบางถิ่น พวกที่ถือเคร่ง ก็หาว่าพวกที่ไม่ถือนั้น ไม่รู้จักคุณของพระพุทธเจ้า พวกที่ไม่ถือก็มีคำตอบว่า เขามีวิธีอย่างอื่นที่จะขอบคุณพระพุทธเจ้า และเขารู้สึกว่าทำอย่างนั้นคล้ายกับเซ่นผี หรือเซ่นวิญญาณพระพุทธเจ้า นี้เป็นเพียงตัวอย่างบางอย่างที่จะได้พบเห็นทำนองเดียวกันอีกหลายอย่าง ในสถานที่อันเป็นสถานที่อันเป็นสถานกลาง เป็นที่มาพักของอาคันตุกะแทบทุกชนิด

พระเณรที่อ้างตัวเองเป็นนักปฏิบัติธรรมหรือบำเพ็ญสมณธรรมนั้น เมื่อฟังดูแต่ชื่อน่าจะเป็นอย่างเดียวกันหมด แต่ความจริงกลับมีเป็นชนิดๆ ที่แตกต่างกัน ยิ่งไปกว่าพระคันถธุระตามวัดในบ้านในเมืองเสียอีก เพราะเหตุว่า มีพระนักปฏิบัติธรรมบางพวกที่ไม่เคยเรียนปริยัติเสียเลย มีสำนักหลักแหล่งเป็นหย่อมน้อยๆ ต่างคนต่างทำของตนได้ตามพอใจหรือความเห็นของตนหรือของอาจารย์ที่สอนสืบๆ กันมา เมื่อไม่มีปริยัติซึ่งเป็นเสมือนเส้นกลางหรือกรุยทางเป็นแนวสังเกตอยู่ ความคิดเห็นก็แตกแยกกันไปคนละทางสองทาง จนมีบางพวกไม่ยอมเชื่อว่า ปริยัตินั้นเป็นมูลฐานของการปฏิบัติไปก็มี เมื่อนักปฏิบัติพวกนี้โดยเฉพาะคือพวกที่เห็นว่าปริยัติเป็นข้าศึกกับปฏิบัติ เดินดุ่มๆ ไปห่างเส้นกลางมากเข้า ความรู้สึกที่เห็นว่า ฝ่ายหนึ่งฝ่ายผิดหรือใช้ไม่ได้ ก็เกิดขึ้นในระหว่างพวกนี้กับพวกอื่นเป็นธรรมดา และโดยเฉพาะก็คือระหว่างพระป่ากับพระบ้าน ซึ่งไม่ค่อยมีโอกาสทำความเข้าใจกันเสียเลย

ฉันมีความเห็นว่า ในสถานที่กลางนั่นเอง ถ้าหากมีการจัดให้ดี อาจกลายเป็นสถานที่ที่ชำระสะสางความขุ่นข้องหมองมัวในระหว่างลัทธิต่างๆ ที่แตกแยกกันอยู่ ให้เกิดความเข้าใจต่อกันและกันได้ เพราะตามที่สังเกตเห็น เมื่อยกเอาพวกที่เจตนาเดิมไม่ดีออกไปเสียให้หมดแล้ว ส่วนมากก็ล้วนแต่หวังดี หวังบุญกุศลด้วยกันทั้งนั้น แม้จะถือลัทธิบางอย่างแตกต่างกันอยู่อย่างไม่เข้ารอยกัน ก็อาจปรองดองกันได้ โดยให้เห็นเสียว่า เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั้นเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จริงๆ และเป็นเรื่องส่วนตัวด้วย เมื่อคนอื่นเขาไม่ถือ ก็ไม่ควรยกเอาเป็นข้อรังเกียจ ในเมื่อส่วนใหญ่หรือส่วนสำคัญของเขายังถูกต้องดีอยู่

การที่ถือมั่นในลัทธิเกินไป อาจทำให้ลืมตัว ยึดถือลัทธิเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นขึ้นเป็นสำคัญกว่าธรรมวินัยไปก็ได้ เช่น ลืมความสามัคคีอันเป็นรากฐานอันสำคัญของหมู่คณะ หรือทำให้ขาดประโยชน์ อันตนจะพึงได้รับจากการคบหาสมาคมกับเพื่อนพรหมจรรย์ทั่วๆ ไป

เมื่อในวงศาสนาของตนเองก็ยังสมาคมกันไม่สำเร็จเช่นนี้แล้ว จะสมาคมกับพวกอื่นที่เป็นคนละศาสนาได้อย่างไรเล่า สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งควรจะมีหูตายาว ก็จะมากลายเป็นคนหูตาสั้นได้ยินได้ฟังน้อยไป

 

 

สิบปีในสวนโมกข์ ๙  สิบปีในสวนโมกข์ ๑๑
บทความในวารสาร พุทธสาสนา ปีที่ ๖๘ เล่ม ๒ พุทธศักราช ๒๕๔๓ ฉบับวิสาขบูชา
ฉบับพิเศษ พฤษภาคม พุทธธรรม- พุทธทาสรำลึก