แต่ในบางครั้ง
เมื่อเรากำลังสงบอารมณ์กันอยู่เช่นนี้
มีเสียงกึกก้องเจี๊ยวจ๊าวดังขึ้นระงมไปหมด
ซึ่งฉันเคยสังเกตรู้สึกว่า
มันช่างเป็นเสียงที่แสดงให้ระวังอันตราย
หรือบอกเหตุอันตรายเอาจริงๆ
ทั้งนี้มิใช่เพราะสัตว์เหล่านั้นพากันตื่นจากการพักผ่อน
เพราะว่านกกะปูดยังไม่ได้ส่งสัญญาณบอกเวลาบ่ายเลย
แต่ว่าได้มีอันตรายมาจริงๆ
คือมีนกใหญ่บางชนิดซึ่งเป็นตระกูลนกอินทรีได้ผ่านเข้ามา
ตลอดเวลาที่นกพวกนี้ยังอยู่
สัตว์เหล่านั้นเป็นไม่ยอมหยุดร้อง
ที่สวนโมกข์เรามีกระรอกกว่า
๔๐ ตัว
และนกเล็กๆ
นานาชนิดนับไม่ถ้วน
ไก่ป่าฝูงใหญ่เหล่านี้ทั้งหมดช่วยกันตะเบ็งเสียงเป็นที่บอกให้รู้กันอย่างทั่วถึง
ให้ระวังอันตราย
ฟังดูแล้วใครๆ
ก็ย่อมรู้สึกว่า
เป็นเสียงขอความช่วยเหลืออยู่ชัดเจนทีเดียว
ความสะดุ้งจะมีได้อีกครั้งหนึ่ง
สำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านมาก่อน.
ถ้าเหตุการณ์พิเศษเช่นนี้ไม่มี
ก็จะเงียบสงัดไปจนถึงบ่าย
จนกว่านกกะปูดจะให้สัญญาณอีกครั้งหนึ่ง
การเคลื่อนไหวค่อยมีขึ้นทีละตัวสองตัว
จนเป็นป่าที่ตื่นอยู่ตามปรกติ.
เดือนหงายแจ่มคืนหนึ่ง
ดึกมากแล้ว
ฉันตื่นขึ้นด้วยเสียงกั๊บๆ
อยู่ใกล้ๆ
ค่อยๆ
ลุกนั่งฟังดูแหวกผ้าบังช่องหน้าต่างมองไปตามเสียงเห็นหมูป่าสี่ตัวด้วยกัน
กำลังกินอะไรอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่ม
ในระยะห่างออกไปจากที่พักเพียง
๘-๙ เมตร
ไม่เป็นภาพที่น่ากลัวเลย
แต่น่าดูมากกว่า
และคงเป็นหมูป่านี่เอง
ที่เคยกระโจนไปสนั่นป่าครั้งหนึ่งในเมื่อฉันเปิดประตูออกมาในตอนใกล้รุ่ง
กระจงแม่ลูกอ่อน
นกคุ่มแม่ลูกอ่อน
ซึ่งบางทีเดินตามกันเป็นหางเหล่านี้
เป็นสิ่งที่น่าเอ็นดูมากในตอนเย็นๆ
นกบางชนิดร้องเหมือนแกล้งว่ามีทั้งกลางวันและกลางคืน
บางตัวก็สวยมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของธรรมชาติล้วนๆ
โดยปราศจากความช่วยเหลือของพระเป็นเจ้า
คืนฝนตก
งูที่ชุมที่สุดก็คือ
งูกะปะ
ซึ่งกัดมีพิษเจ็บมากและเปื่อยลามจนนิ้วหลุดหรือหงิกงอไป
และสิ่งที่ชุกชุมทุกๆ
คืนก็คือยุง
เหล่านี้แหละคือธรรมชาติที่ให้บทเรียนอันไม่รู้จักเบื่อ
หลายอย่างหลายประการ
ในตอนแรกๆ
ที่จากชีวิตในหมู่บ้านไปเป็นชีวิตป่าของฉัน
ทุกสิ่งทุกอย่างช่างมีอะไรให้คิดให้นึกจนเกิดความรู้สึกใหม่ๆ
ขึ้นมากหลายเหลือที่จะขีดเขียนไว้หมดสิ้นได้
ภาพอันเต็มไปด้วยความหมายลึกๆ
และปัญหายากๆ
เหล่านี้
ธรรมชาติมีให้โดยพร้อมมูล
ก็แต่เมื่อสถานที่นั้นยังมิได้ถูกดัดแปลงแก้ไขให้ผิดไปจากธรรมชาติเดิมแม้แต่น้อยเท่านั้น
ครั้นสวนโมกข์ถูกดัดแปลงแก้ไขมาเรื่อยๆ
ทุกๆ ปี
หลายปีเข้าก็หย่าขาดกันกับธรรมชาติบางประการ
ที่เคยให้บทเรียนอันแสบเผ็ด
จนในบัดนี้
นับว่าส่วนมากที่สุดก็ให้แต่ความเยือกเย็นสบายเท่านั้น
ไม่สู้มีบทเรียนอันกระทบความคิดนึกตรึกตรองเท่าใดนัก
ในการที่จะศึกษาจากธรรมชาติแท้ๆ
เพราะเรามีบทเรียนจากการศึกษาเล่าเรียนอย่างอื่นมาแทนที่มากเข้า
กลางคืนทุกสิ่งทุกอย่างพากันหลับจริงหรือ
?
ข้อนี้ไม่มีความจริงเลยแม้แต่น้อย
จากการศึกษาด้วยธรรมชาตินั่นเอง
เราจะรู้สึกว่า
กลางคืน
เสียอีกเป็นเวลาที่โลกตื่นที่สุด
แต่ว่าเป็นความตื่นอย่างประณีตเหลือเกิน
เมื่อจะมองดูกันในแง่ของสัตว์นานาชนิด
ก็พบว่า
มีสัตว์ที่ตื่นและทำงานไม่น้อยกว่ากลางวัน
วิ่งว่อนเอาจริงเอาจังไม่น้อยกว่ากลางวัน
เว้นเสียแต่มนุษย์ของโลก
และสัตว์บางประเภทเท่านั้น
ที่ดูเหมือนว่าหลับเอาเสียจริงๆ
ส่วนมนุษย์ของธรรม
นั้น
กลางคืนเป็นเวลาที่ตื่นที่สุด
เพราะว่ากลางวันความรู้สึกของจิตมักจะถูกริบไปเสียในด้านต่างๆ
จนแทบจะหมดสิ้น
ด้วยสิ่งอันรบกวน
หรือยากที่จะดิ่งลงสู่อารมณ์อันสงัด
ครั้นตกถึงกลางคืน
ความว่างได้มีขึ้นอย่างสดชื่น
ความแจ่มใสของจิตแหลมคมยิ่งกว่ากลางวัน
ในภายในจึงรุ่งเรืองไปด้วยความสว่างไสวของการมองเห็นสิ่งที่สว่างบางสิ่ง
เป็นจิตที่ตื่นอยู่อย่างสดชื่นยิ่งนัก
แม้จะหลับก็หลับชนิดที่ตื่นอยู่ทุกเมื่อ
พร้อมที่จะรู้สึกสิ่งทั้งหลายตรงตามที่เป็นจริงอยู่เสมอไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ครั้นตกถึงกลางวันมีเรื่องที่จะทำ
มีแขกที่จะต้องต้อนรับมีผู้อื่นที่จะต้องช่วยเหลือสงเคราะห์
ความเหน็ดเหนื่อยนั้นได้
ทำให้มีความมึนชาอ่อนเพลียไป
จนมืดมัวคล้ายกับความหลับ
ซึ่งผิดกับความแจ่มใสอันจะมีได้ในตอนที่ดึกสงัดล่วงไปแล้ว