Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!


 

ธรรมิกชน
ในพระคัมภีร์เดิม หมายถึงบุคคลที่มีชีวิตที่สัตย์ซื่อ ชอบธรรม เมตตาและบริสุทธิ์ ส่วนในพระคัมภีร์ใหม่หมายถึงบุคคลที่ถูกชำระให้บริสุทธิ์ เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงแยกไว้ต่างหากเพื่อเป็นชนชาติที่บริสุทธิ์ของพระองค์ เปาโลได้ใช้คำนี้เพื่อเรียกบรรดาคริสตชน (2คร.1:1; ฟป.1:1)

 


นรก
มาจากคำว่า ``เกะเอ็นนา'' ในภาษากรีก ซึ่งเป็นคำทับศัพท์ของคำว่า ``เกฮินโนม'' ในภาษาฮีบรู เกฮินโนมเป็นชื่อของหุบเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยรูซาเล็ม ที่เชื่อมต่อกับหุบ\=เขาขิด\=โรน หุบเขานี้เคยเป็นที่ตั้งของปูชนียสถานสูงชื่อโทเฟทที่แปลว่า ``เตาไฟ'' (ยรม.7:31) กษัตริย์อา\=หัสและมนัส\=เสห์ รวมทั้งพวกคนยูดาห์เคยใช้สถานที่นี้เผาบูชาลูกๆของตน แก่พระต่างชาติ (2พศด.28:2; 33:6) เยเรมีย์ได้เผยพระวจนะว่าสถานที่ดังกล่าวจะกลาย เป็นที่พิพากษาของยูดาห์ (ยรม.7:31; 19:6) ด้วยเหตุนี้ ในสมัยต่อมาและในสมัยพระคัมภีร์ใหม่ ชื่อหุบเขานี้จึงถูกนำมาใช้เปรียบเทียบกับสถานที่ หรือการลงโทษคนชั่วในวาระสุดท้าย (มธ.10:28; มก.9:43)

 


เนื้อหนัง
ในพระคัมภีร์เดิมหมายถึงร่างกายของมนุษย์ซึ่งสูญสลายได้ แต่ในพระคัมภีร์ใหม่ส่วนใหญ่มีความหมายที่ลึกกว่านั้น (รม.8:4-8) คือเป็นตัวที่ทำให้เราทำบาป มันจึงเป็นอำนาจบาปที่แฝงอยู่ในตัวเรา ทำให้เราต่อสู้และไม่ประพฤติตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ไม่ยอมประพฤติตามพระวจนะของพระองค์ (กท.5:19-21) เนื้อหนังจึงเป็นสิ่งที่นำเราไปสู่ความตาย (รม.8:6) และเป็นศัตรูกับพระวิญญาณ ด้วยเหตุนี้พระเยซูจึงตรัสสอนว่า เนื้อหนังไม่มีประโยชน์เลย (ยน.6:63) เนื้อหนังจึงเล็งถึงอำนาจบาปในตัวมนุษย์ทั้งฝ่ายร่างกายและจิตวิญญาณ

 


บาป
ความหมายทั่วไปคือ การกระทำที่ผิดไปจากมาตรฐานหรือพระประสงค์ของพระเจ้า อีกนัยหนึ่งคือ การเสื่อมจากพระสิริของพระองค์ (รม.3:23) พระคัมภีร์สอนว่าบาปเข้ามาในโลกทางอาดัม เพราะมนุษย์ไม่พอใจสถานภาพของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะถูกสร้างมาตามพระฉายาของพระเจ้า (ปฐก.1:27) จึงพยายามยกตัวเทียบเท่ากับพระองค์ (ปฐก.3:5) นี่คือรากเหง้าของบาป ในกิตติคุณยอห์น กล่าวถึงบาปว่าเป็นสิ่งที่ต่อสู้กับความจริง คือคนที่เห็นความจริง แต่ก็ยังปฏิเสธความจริงนั้นอยู่ (ยน.9:41; 15:22-25) ส่วนเปาโลกล่าวถึงบาปว่าเป็นอำนาจที่ครอบงำชีวิตมนุษย์ (รม.6:14) ทำให้เราเป็นทาสของมัน (รม.6:17,20; 7:25) แต่เราจะได้รับการปลดปล่อยโดยทางพระเยซูคริสต์ (รม.6:22)

 


บริสุทธิ์
บริสุทธิ์ หมายถึง คนหรือสิ่งของที่ไม่มีมลทิน ไม่มีจุดด่างพร้อย แต่ในพระคัมภีร์เดิมหมายถึง คนหรือสิ่งของที่แยกไว้สำหรับพระเจ้า (ลนต.8:10-11) หรือเล็งถึงความบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า (อสย.6:3) และในพระคัมภีร์ใหม่ยังมีความหมายรวมไปถึงการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับน้ำพระทัยของพระเจ้าด้วย (1ปต.1:14-15) ดู ``ชำระตัว'' และ ``ธรรมิกชน''

 


บัพติศมา
เป็นพิธีใช้น้ำเพื่อเป็นสัญลักษณ์เล็งถึงการใช้ชีวิตใหม่ การเปลี่ยนศาสนา หรือการกลับใจ พวกยิวก็ใช้พิธีนี้เพื่อชำระบาปของคนที่เปลี่ยนศาสนามาถือศาสนายิว ส่วนยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาใช้เป็นเครื่องหมายแสดงถึงการกลับใจจากบาป และหันมาหาพระเจ้า ส่วนบัพติศมาของคริสตชนหมายถึง การเข้าส่วนในความตายและเป็นขึ้นมาจากความตายกับพระเยซูเพื่อสำแดงชีวิตใหม่ (รม.6:4)

 


บุตรของพระเจ้า
แต่เดิมเป็นคำที่ใช้อ้างถึงชนชาติอิสราเอลในสมัยพระคัมภีร์เดิม (ฮชย.1:10) เพราะพระเจ้าทรงเลือกชนชาติอิสราเอลจากบรรดาประชาชาติบนแผ่นดินโลก และทรงโปรดตั้งพวกเขาให้อยู่ในฐานะบุตรของพระองค์ ต่อมาในพระคัมภีร์ใหม่ เปาโลใช้คำนี้เพื่ออ้างถึงคริสตชนทุกคนที่มาเชื่อพระเยซู (รม.8:14-15; กท.4:5-6) เพราะโดยทางพระเยซูนั้น พวกเขาซึ่งเคยเป็นคนบาปและไม่มีสิทธิ์จำเพาะพระพักตร์พระเจ้า กลับได้รับเกียรติมาเป็นบุตรของพระองค์

 


บุตรมนุษย์
เป็นพระนามที่พระเยซูทรงใช้เมื่อเอ่ยถึงพระองค์เอง พระนามนี้มาจากนิมิตของดาเนียล ซึ่งเล็งถึงพระเมสสิยาห์ที่จะมารับอำนาจครอบครองแผ่นดินโลก (ดนล.7:13-14) พระเยซูทรงสำแดงอำนาจในฐานะบุตรมนุษย์นี้ในการยกความผิดบาป (มก.2:10) และในการตายเพื่อไถ่ถอนมนุษย์จากบาป (มก.10:45) นอกจากนี้พระคัมภีร์มักจะใช้คำว่า ``บุตรมนุษย์'' เมื่อกล่าวถึงการเสด็จกลับมาของพระเยซูคริสต์ เพื่อตั้งอาณาจักรแห่งอำนาจและสง่าราศรี (มก.8:38) แต่คำว่า ``บุตรมนุษย์'' อาจจะหมายถึงมนุษย์ทั่วๆไปด้วย ดังนั้นคำนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นพระนามของพระเยซูคริสต์เพราะมีความหมายทั้ง 2 อย่างคือ ไม่เพียงแต่จะชี้ให้เห็นถึงความเป็นพระเจ้าของพระองค์ (พระบุตรของพระเจ้า) แต่ขณะเดียวกันก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งด้วย (เป็นเชื้อสายของดาวิด

  GUEST BOOK / WEB BOARD / SHARE&CARE / KIDS CENTER / FAMILY / COMPOSITION / PRAY CENTER / BIBLE STUDY /ARTICLES / MALL CENTER / NEWS / PICTURES / CONTACT US / WEB LINKS / PRAISE&WORSHIP / HOME