ทูตสวรรค์
พระเจ้าทรงสร้างทูตสวรรค์ก่อนที่จะสร้างมนุษย์
(โยบ 38:4-7)
ทูตสวรรค์มีจำนวนมากมาย
มีศักดิ์สูงกว่ามนุษย์หน่อยหนึ่ง
(สดด.8:5)
เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าในอาณาจักรสวรรค์
ตั้งแต่สมัยก่อนที่จะสร้างมนุษย์
ซาตานและลูกสมุนของมันคือทูตสวรรค์กลุ่มหนึ่งได้ทรยศต่อพระเจ้า
แต่พวกมันมีอำนาจเพียงในขอบเขตที่พระเจ้ากำหนดให้เท่านั้น
(ดู ``ซาตาน'')
ทูตสวรรค์ที่กล่าวถึงในพระคัมภีร์มีอย่างน้อย
4 ประเภทคือ
1)
อัครเทวทูตาธิบดี
(ยด.ข้อ 8)
2)
ทูตสวรรค์ทั่วไป
(วว.5:11)
3)
เครูบหรือเชรูบิม
(ปฐก.3:24; อพย.25:18; 2พกษ.19:15)
4) เสราฟิม (อสย.6:1-2)
ในพระคัมภีร์เดิมมีการใช้คำว่า
``ทูตของพระเจ้า''
โดยไม่ได้หมายถึงทูตสวรรค์ประเภทใดประเภทหนึ่งใน
4 ประเภทนี้
แต่เป็นคำที่หมายถึง
``พระเจ้า''
โดยตรง (ปฐก.16:7-14;
วนฉ.13:18-23)
ธรรมบัญญัติ
คำว่า ``ธรรมบัญญัติ''
บางครั้งหมายถึงกฎบัญญัติข้อใดข้อหนึ่งโดยเฉพาะ
บางครั้งหมายถึงหนังสือ
5
เล่มแรกของพระคัมภีร์เดิม
และบางครั้งหมายถึงพระคัมภีร์เดิมทั้งเล่ม
(มธ.5:17; ลก.24:44; ยน.1:45)
ธรรมบัญญัติเป็นมาตรฐานทางศีลธรรมที่พระเจ้าทรงให้ชนชาติอิสราเอล
แบ่งออกเป็นกฎหมายเกี่ยวกับสังคม
และกฎหมายเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา
พระเจ้าทรงประทานธรรมบัญญัตินี้
เพื่อให้พวกเขาดำเนินชีวิตตามมาตรฐานอันบริสุทธิ์ของพระเจ้า
(อพย.19:4-6)
ธรรมศาลา
เกิดขึ้นหลังจากพระวิหารหลังแรกของชาวอิสราเอลถูกทำลาย
ในปี 586 ก่อน ค.ศ.โดยกองทัพบาบิโลน
ธรรมศาลาเป็นสถานที่สั่งสอนธรรมบัญญัติแก่ประชาชน
เป็นสถานที่นมัสการ
อธิษฐาน
ปรึกษาหารือระหว่างผู้อาวุโสชาวยิว
พบปะสังสรรค์ระหว่างชาวบ้าน
เป็นศาลตัดสินคดีต่างๆของพวกยิว
เป็นที่ศึกษาเล่าเรียนสำหรับเด็กชายชาวยิว
เป็นที่เรียนพระบัญญัติสำหรับเด็กและผู้ใหญ่
เป็นที่อภิปรายปัญหาต่างๆ
เจ้าหน้าที่ของธรรมศาลาประกอบด้วย
``นายธรรมศาลา''
ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาสถานที่
ดูแลรักษาม้วนพระคัมภีร์ในการนำออกมาอ่านและเก็บเข้าที่
ดูแลการนมัสการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
มอบหน้าที่อันมีเกียรติต่างๆให้แก่บุคคลที่เหมาะสม
เช่น
หน้าที่ในการอ่านพระบัญญัติและคำของผู้เผยพระวจนะ
(ลก.4:16-17)
นายธรรมศาลาหรือที่เรียกว่า
``อาร์คี''
อาจจะได้รับเลือกเข้าประจำการครั้งละหนึ่งปีหรือเข้าประจำการตลอดชีวิต
มีผู้ช่วยเรียกว่า
``ฮัซซัน''
มีหน้าที่เปิดเอาม้วนพระคัมภีร์ออกมาให้อาร์คีเพื่อมอบให้แก่ผู้อ่านต่อไป
ธรรมาจารย์
ในสมัยก่อนไม่มีเครื่องพิมพ์จึงต้องจ้างคนรับหน้าที่คัดลอก
ที่เรียกว่า
``อาลักษณ์''
มาคัดลอกพระคัมภีร์
พวกอาลักษณ์เป็นพวกที่ประชาชนยกย่องอย่างสูง
และถือว่าเป็นคนเก่ง
เพราะรู้ธรรมบัญญัติอย่างดี
สมัยก่อนผู้ที่มีหน้าที่สั่งสอนธรรมบัญญัติคือพวกปุโรหิต
แต่ภายหลังจากชาวยิวกลับจากการเป็นเชลยที่บาบิโลน
ผู้นำชาวยิวชื่อเอสราได้ทำหน้าที่เป็นผู้สั่งสอนธรรมบัญญัติแก่ประชาชนชาวยิว
(ราวปี 450 ก่อน
ค.ศ.)
เอสราจึงเป็นเสมือนต้นแบบของพวกธรรมาจารย์ในสมัยต่อมา
(อสร.7:6;11)
เมื่อถึงสมัยพระคัมภีร์ใหม่คนที่อยากเรียนรู้พระคัมภีร์แทนที่จะไปหาปุโรหิต
แต่พวกเขากลับไปหาอาลักษณ์จนอาลักษณ์พวกนี้กลายเป็นผู้มีอำนาจมากทางศาสนา
จนได้ชื่อว่าเป็นพวกธรรมาจารย์
(ภาษาฮีบรูเรียกว่า
``รับบี'')
พวกเขามิได้อธิบายธรรมบัญญัติอย่างเดียว
แต่ขยายกฎเกณฑ์เพิ่มเติม
จนมีกฎหยุมๆ
หยิมๆ
เกิดขึ้นมากมาย
และบังคับให้คนปฏิบัติตาม
พวกเขากลายเป็นพวกผู้ใหญ่ปกครองธรรมศาลา
และตั้งโรงเรียนเพื่ออบรมลูกศิษย์
แล้วก็ส่งลูกศิษย์ไปสอนตามหมู่บ้าน
(ลก.5:17)
จนคำสอนของพวกธรรมจารย์กลายเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตของชาวยิวทั่วๆไป
ผู้นำศาสนายิวแบ่งออกเป็นสองพวกใหญ่ๆ
คือ สะดูสี
และฟาริสี
พวกธรรมจารย์ส่วนมากเป็นพวกฟาริสี

GUEST BOOK / WEB
BOARD / SHARE&CARE / KIDS CENTER
/ FAMILY / COMPOSITION /
PRAY CENTER /
BIBLE STUDY /ARTICLES / MALL CENTER
/ NEWS / PICTURES
/ CONTACT US / WEB LINKS
/ PRAISE&WORSHIP
/ HOME
|