เราคือหนทาง
ความจริง และชีวิต
เขาเป็นใคร อาหารค่ำมื้อสุดท้าย
ถูกศิษย์ทรยศ ใช่! เราเป็นกษัตริย์
สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระเยซูกลับคืนชีพ
พระเยซูเด็จขึ้นสวรรค์ เทศกาลปัสกา

Back to home page
Email: wichai@bucc4.buu.ac.th




จงรักกันและกัน
เขาเป็นใคร
  • เขาเป็นลูกของหญิงธรรมดาคนหนึ่ง
  • เขาเกิดมายากจน ต้องอาศัยรางหญ้าเป็นที่นอน อาศัยถ้ำเลี้ยงสัตว์เป็นบ้านเกิด
  • เขาเติบโตในหมู่บ้านเล็กๆ โดยมีอาชีพเป็นช่างไม้ จนกระทั่งอายุ 30 ปี จึงออกจากบ้านท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ
  • ใครๆ เรียกเขาว่าอาจารย์ ทั้งที่เขาไม่เคยเรียนในมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยเขียนตำรา ไม่เคยทำวิจัย ไม่มีตำแหน่งใดๆ
  • เขาไม่มีครอบครัว ไม่มีทรัพย์สมบัติถาวร
  • เขามีเพื่อน มีลูกศิษย์ไม่กี่คน
  • เขาเทศน์สอนให้ทุกคนเป็นคนดีและรักกัน
  • เขาช่วยรักษาคนเจ็บให้หาย รักษาคนตาบอดให้มองเห็น และทำให้คนตายฟื้นกลับมีชีวิต
  • ความดีที่เขาเพียรสร้าง กลับทำให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองอิจฉา เลยหวังจะกำจัดเขา
  • ที่สุดเขาก็ถูกศิษย์ทรยศ ขายเขาให้ศัตรูนำไปทรมาน และประหารชีวิตโดยการตรึงกางเขน
  • เขาต้องตายบนไม้กางเขน ระหว่างโจรสองคนอย่างน่าเวทนา
  • แต่เขาก็เอาชนะความตาย กลับเป็นขึ้นมาหลังจากถูกฝังไว้ 3 วัน ตามที่เขาเคยประกาศไว้
  • ความจริงเกี่ยวกับตัวเขา ตั้งแต่เกิดจนตาย และได้กลับเป็นขึ้นมาจากความตาย ถูกนำไปเผยแพร่ พร้อมกับคำสั่งสอนของเขา ทำให้คนเกือบครึ่งโลกยอมรับตัวเขา
  • เป็นเวลา 2000 ปีมาแล้ว ที่คำสั่งสอนของเขานั้น ได้ช่วยให้มนุษย์ได้รอดพ้นจากบาป และได้รับชีวิตนิรันดร
  • เขาผู้นั้นเป็นใคร

Go Top




Hoc est enim
Corpus Meum
อาหารค่ำมื้อสุดท้าย
The Last Supper

ทรงตั้งศีลมหาสนิท
ขณะที่กำลังรับประทานนั้น พระเยซูเจ้าทรงหยิบขนมปัง ทรงเสก บิออก และยื่นให้แก่สาวก พลางตรัสว่า "จงรับและกินเถิด นี่คือกายของเรา" ครั้นแล้วก็ทรงหยิบถ้วยกาลิกษ์ขึ้น ทรงขอบพระคุณแล้วยื่นแก่สาวก พลางตรัสว่า "ท่านจงดื่มให้ทั่วกันเถิด เหตุว่า นี่คือโลหิตของเรา อันเป็นหลักฐานมิตรภาพใหม่ โลหิตนี้จะหลั่งไหลเพื่อชำระบาปของมนุษย์จำนวนมาก อนึ่ง เราขอแจ้งว่า เราจะไม่ดื่มน้ำองุ่นอีกเลย จนกว่าจะถึงวันที่เราจะดื่มใหม่พร้อมกับพวกท่าน ในพระอาณาจักรแห่งพระบิดาของเรา" ครั้นแล้ว (พระเยซูเจ้าพร้อมกับสาวก) จึงไปยังเขามะกอก

Go Top




ถูกศิษย์ทรยศ

พระเยซูเจ้าถูกจับ
ขณะนั้น ยูดาส คนหนึ่งแต่ในศิษย์สิบสองคนก็มาถึง พร้อมด้วยผู้คนเป็นอันมาก ถือกระบี่กระบอง พวกเจ้าคณะสงฆ์และพวกผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นผู้ใช้เขาเหล่านั้นมา ผู้ทรยศนั้นได้ให้สัญญาณแก่พวกเขาว่า "ข้าพเจ้าจูบผู้ใด ก็คือผู้นั้นแหละ จงจับตัวไว้เถิด" แล้วทันทียูดาสก็เข้ามาเฝ้าพระองค์ทูลว่า "สวัสดีพระอาจารย์" แล้วจูบพระองค์ พระเยซูเจ้าตอบว่า "สหายเอ๋ย มาทำอะไรที่นี่เล่า!" เวลานั้นเอง พวกนั้นก็รุมเข้าจับกุมพระองค์ แล้วพาพระองค์ไปส่งให้มหาปุโรหิต

Go Top





Yes,
I am King
ใช่! เราเป็นกษัตริย์

ถูกพิพากษา
เขาพาพระองค์มายังจวนของผู้ว่าราชการปีลาต ปีลาตถามพระเยซูเจ้าว่า "ท่านเป็นกษัตริย์ของชาวยิวหรือ?" พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า "ท่านถามเอง หรือมีผู้อื่นมาบอกท่านถึงเรื่องของเรา?" ปีลาตตอบว่า "ข้าพเจ้าเป็นยิวหรือ? ชนชาติของท่านและพวกมหาปุโรหิตมอบท่านให้ข้าพเจ้า ท่านทำผิดอะไรมา?" พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า "อาณาจักรของเราไม่ใช่โลกนี้ ถ้าอาณาจักรของเราคือโลกนี้แล้ว คนของเราก็จะต่อสู้ เพื่อมิให้เราตกในมือของพวกยิว แต่อาณาจักรของเรามิใช่โลกนี้หรอก" ปีลาตจึงถามพระองค์ว่า "ถ้าเช่นนั้นท่านก็เป็นกษัตริย์น่ะซี?" พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า
"ท่านพูดถูกแล้ว เราเป็นกษัตริย์
เราเกิดมาในโลกนี้เพื่อยืนยันความจริง
ผู้ใดอยู่ข้างความจริง ก็ฟังเสียงเรา"

ถูกทรมานและถูกตัดสินประหารชีวิต
ปีลาตจึงสั่งจับและโบยตีพระเยซูเจ้า พวกทหารเอาหนามมาสาน เป็นมงกุฏสวมพระเศียร ให้พระองค์สวมเสื้อแดง แล้วเข้ามาใกล้พระองค์ กล่าวว่า "สวัสดี กษัตริย์ของชาวยิว!" แล้วตบพระพักตร์พระองค์ ปีลาตจึงมอบพระองค์ให้เขานำไปตรึงกางเขน

Go Top





Iesu
Nazarenus
Rex
Iudaeorum
พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน

ทรงแบกกางเขน
เขาจึงพาพระเยซูเจ้า ให้แบกกางเขนมุ่งตรงไปยังตำบลหัวกระโหลก ภาษายิวว่า กลโกธา ที่นั้น เขาได้ตรึงพระองค์พร้อมกับโจรอีกสองคน อยู่คนละข้างและพระเยซูเจ้าอยู่ตรงกลาง ปีลาตได้เขียนป้ายติดไว้บนกางเขน มีข้อความว่า
"เยซู ชาวนาซาเร็ธ กษัตริย์ของชาวยิว"
Iesu Nazarenus Rex Iudaeorum
เขียนย่อเป็น INRI

พระเยซูเจ้าทรงสิ้นพระชนม์
ต่อจากนั้นพระองค์ทรงทราบว่าบัดนี้ทุกสิ่งสำเร็จแล้ว และเพื่อให้พระคัมภีร์สำเร็จไป จึงตรัสว่า "เรากระหาย!" ที่นั้นมีอ่างใบหนึ่งเต็มด้วยน้ำส้ม เขาจึงเอาฟองน้ำชุบน้ำส้ม เสียบปลายไม้อิสปส่งไปที่พระโอษฐ์ พระเยซูเจ้าเสวยน้ำส้มแล้วตรัสว่า "ทุกสิ่งสำเร็จแล้ว" แล้วทรงเอนพระเศียร สิ้นพระชนม์

Go Top





Resurrexi
et adhuc
tecum sum,
Alleluia
พระเยซูกลับเป็นขึ้นมาจากความตาย
The Resurrection

พระคูหาว่างเปล่า
วันอาทิตย์เช้ามืด มารีย์ ชาวมักดาลา มาที่พระคูหา นางแลเห็นว่า หินถูกยกออกจากพระคูหา นางจึงวิ่งกลับมาหาซีโมน เปโตร และสาวกที่พระองค์ทรงรัก บอกกับเขาว่า "มีคนเอาศพพระอาจารย์ไปแล้ว ไม่รู้ว่าเอาไปไว้ไหน!" เปโตรและสาวกอีกคน ออกไปที่พระคูหาทันที ทั้งสองวิ่งไป แต่สาวกอีกคนนั้นวิ่งเร็วกว่าเปโตร ได้มาถึงคูหาก่อน เขาก้มตัวลง แลเห็นผ้าตราสังวางอยู่ที่ดิน แต่เขามิได้เข้าไป ซีโมน เปโตรตามมาถึง เข้าไปในคูหา ได้เห็นผ้าตราสังวางอยู่ที่ดิน ผ้าพันพระเศียรวางอยู่ที่ดินเหมือนกัน แต่มิได้อยู่กับผ้าตราสัง แต่พับอยู่ต่างหากอีกที่หนี่ง สาวกอีกผู้หนึ่งที่มาถึงคูหาก่อน ก็เข้าไปในคูหาด้วย ได้แลเห็นและเชื่อ เพราะเขายังไม่เข้าใจ พระคัมภีร์ที่ว่า
พระองค์จะต้องเสด็จกลับเป็นขึ้นมา
หลังจากนั้นทั้งสองก็กลับบ้าน

ทรงประจักษ์แก่สาวกครั้งแรก
ค่ำวันต้นสัปดาห์นั้น ประตูห้องที่พวกสาวกประชุมกันปิดอยู่ เพราะกลัวพวกยิว พระเยซูเจ้าเสด็จมา ประทับท่ามกลางพวกเขา ตรัสว่า "สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่าน" ตรัสแล้วก็ทรงส่งพระหัตถ์และสีข้าง ให้พวกสาวกเห็น บรรดาสาวกต่างชื่นชม ที่ได้เห็นพระอาจารย์เจ้า พระองค์ทรงตรัสกับพวกเขาอีกว่า "สันติสุขจงมีแก่พวกท่าน พระบิดาใช้เรามาอย่างไร เราก็ใช้พวกท่านต่อไปด้วย" ตรัสดังนี้แล้ว พระองค์ทรงเป่าลมเหนือพวกเขา ตรัสว่า "จงรับพระจิตเจ้า ท่านจะยกบาปให้ผู้ใดบาปของผู้นั้นจะถูกลบ ท่านจะหน่วงเหนี่ยวบาปของผู้ใด บาปของผู้นั้นก็จะถูกหน่วงเหนี่ยวไว้"
ฝ่ายโธมัส คนหนึ่งแต่ในสาวกสิบสองคนไม่อยู่ด้วยกัน ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จมา สาวกคนอื่นๆ จึงบอกแก่โธมัสว่า "เราได้เห็นองค์พระเจ้าแล้ว" โธมัสตอบว่า "ถ้าฉันไม่ได้เห็นรอยตะปูที่พระหัตถ์ แล้วมิได้เอานิ้วแยงไปที่ รอยตะปูกับที่สีข้างของพระองค์แล้ว ฉันจะไม่ยอมเชื่อ!"

ทรงประจักษ์แก่สาวกครั้งที่สอง
แปดวันล่วงไป พวกสาวกอยู่ในที่เดียวกันนั้น โธมัสก็อยู่ในที่นั้นด้วย พระเยซูเจ้าเสด็จมาโดยประตูคงปิดอยู่ พระองค์ประทับยืนกลางพวกสาวก ตรัสว่า "สันติสุขจงมีแก่พวกท่าน" แล้วตรัสกับโธมัสต่อว่า "จงยื่นนิ้วมาที่นี่ แล้วพิจารณาดูมือเรา ยื่นมือมาที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยอีก แต่จงเชื่อเถิด" โธมัสกราบทูลว่า "พระอาจารย์เจ้าและพระเป็นเจ้าของข้าพเจ้า!" พระองค์ตรัสตอบว่า "โธมัสเอ๋ยเจ้าเชื่อเพราะได้เห็นรา ผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อ ก็เป็นผู้มีความสุข"

บทความพิเศษ

Go Top




พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์
The Ascension

แล้วพระองค์ทรงพาเขาออกไปจากเมือง ถึงหมู่บ้านเบธานี
ณ ที่นั่นพระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ออก อวยพรเขา ขณะที่ยังอวยพรอยู่ พระองค์ก็เสด็จขึ้นสวรรค์ ทุกคนนมัสการพระองค์ แล้วกลับเข้ากรุงเยรูซาเล็ม ด้วยความปลาบปลื้ม เขาอยู่ในพระวิหารตลอดเวลา เพื่อขอบพระคุณพระเจ้า (ลก.24:50-53)
เวลาที่พระองค์เสด็จขึ้นไปนั้น มีเทวดาสององค์สวมเสื้อขาว มาอยู่ข้างๆ เขา และกล่าวว่า
"ชาวกาลิลีเอ๋ย เหตุไฉนท่านจึงเขม้นดูท้องฟ้า พระเยซูองค์นี้ ซึ่งจากท่านขึ้นไปสวรรค์นั้น จะเสด็จกลับมาอีก เหมือนอย่างที่ท่านได้เห็น พระองค์เสด็จไปยังสวรรค์นั้น" (กจ.1:10-11)

Go Top




วันฉลองปัสกา
Easter

คนไทยส่วนมากจะรู้จักวันฉลองคริสต์มาส มากกว่า วันฉลองปัสกา (วันอีสเตอร์) ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว วันฉลองปัสกา มีความหมายและความสำคัญ มากกว่าวันคริสต์มาสเสียอีก

หลังจาก 40 วันแห่งการพลีกรรมใช้โทษบาป ใน เทศกาลมหาพรต พระศาสนจักรฉลองความชัยชนะ อันยิ่งใหญ่ ที่เรียกว่า เทศกาลปัสกา คือ การเสด็จกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า หลังจากถูกตรึงและตายบนไม้กางเขน
ถ้าพระเยซูเจ้าไม่กลับเป็นขึ้นมาจากความตาย การไถ่บาปของพระองค์ นั่นคือ ความทุกข์ทรมาน การแบกกางเขน และการตายบนไม้กางเขน ก็จะไร้ความหมาย

ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ตามหนังสืออพยพ ปัสกาเป็นเทศกาลกินขนมปังไร้เชื้อของชาวยิว เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเป็นเจ้า ทรงช่วยเหลือบรรพบุรุษของเขา ออกมาจากการเป็นทาสของชาวอียิปต์ ในวันนั้นเขาจะนำแกะมาฆ่า แล้วเอาเลือดมาทาที่วงกบประตู เพื่อว่าทูตสวรรค์ที่ผ่านมา เพื่อประหารลูกหัวปีของชาวอียิปต์ จะผ่านบ้านที่ทาวงกบด้วยเลือดของลูกแกะไป ทั้งนี้เพื่อให้ชาวอียิปต์ยอมให้อิสรภาพแก่ชาวยิว

สำหรับคริสตชน "ปัสกา" มีความหมายว่า เป็นการผ่านความทุกข์ สู่ความยินดีโดยอาศัยการทนทุกข์ทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระเยซูคริสต์ ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือ การฉลองการได้รับชีวิตที่เป็นอิสระจากบาป และความตายนั่นเอง

บทความ พิเศษ



Go Top
Back to home page