Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!
เทคนิคการเซ็ทอัพระบบเซอร์ราวนด์ Dolby Digital (AC-3)

.......สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เราจะมาว่ากันถึงเรื่องการเซ็ทอัพระบบโอมเธียเตอร์ให้เข้ากับระบบดิจิตอลเซอร์ราวนด์หรือที่มักเรียกกันติดปากว่า Dolby Digital (AC-3) ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทที่ผลิตชิพโปรเซสเซอร์ ให้กับ Dolby Digital Decoder อยู่ 2 บริษัท ซึ่งชิพทั้ง 2 ตัวนี้มีรายละเอียด คุณสมบัติเฉพาะแต่ต่างกันอยู่บ้าง ทำให้วงจรหรือเครื่องเล่นมีความแตกต่างกันในเรื่องการเซ้ทอัพและการปรับแต่ง ไม่ว่าจะเป็นครอสส์โอเวอร์ฟิลเตอร์ อินพุทและเอาท์พุท การควบคุมวอลลุ่ม แชนแนลบาลานซ์ และรวมถึงการใช้ ฟังค์ชั่นพิเศษของ Dolby Digital ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมีผลต่อคุณภาพของเสียงเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงขอแนะนำเทคนิคการเซ็ตอัพ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมีสิ่งที่จำเป็นต้องทำหลักๆอยู่ดังนี้คือ

1. การเซ็ทอัพเบสส์

......การเซ็ตอัพเบสส์นั้นถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับระบบ Dolby Digital และเป็นส่วนที่เซ็ทอัพยากที่สุดด้วยเช่นกัน เพราะว่าเสียงเบสส์ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบเเสียงซาวนด์แทร็ค นอกจากนี้ Dolby Digital ยังใช้แชนแนลหลักทั้ง 5 ซึ่งประกอบด้วย (หน้าซ้าย กลาง-ขวา และเซอร์ราวนด์ซ้าย-ขวา) เป็นแชนแนลนำมาเสริมเสริมสำหรับเสียงเอฟเฟ็คท์ย่านต่ำ หรือ LFE (Low Frequency Effects) ที่มีความถี่ต่ำกว่า 120 Hz และยังใช้สำหรับเสียงเอฟเฟ็คท์ดัง ๆ เช่นเสียงระเบิด ดังนั้นในการปรับระบบ ให้ถูกต้อง สัญญาณระดับความดังสูงสุด ( Peak-level ) ในแชนแนล LFE จะมีระดับเสียงที่สูงกว่า ระดับความดังสูงสุด ในแชนแนลอื่น ๆ ประมาณ 10 dB การเซ็ตอัพเบสส์ในระบบ Dolby Digital AC-3 จะต้องรักษาความสมดุลย์ ของเบสส์ต่ำและระดับความดังสูงสุดของเบสส์ต่ำๆไว้ตลอดเวลาด้วยเช่นกัน
......และก็ยังมีปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการเซ็ทอัพเบสส์ในระบบ อันเนื่องมาจาก คู่มือที่มากับเครื่องอาจจะดูซับซ้อนเข้าใจยาก หรือแม้กระทั่งการให้คำแนะนำที่ผิด หรือการเซ็ทอัพเบสส์ ส่งผลกระทบต่อการเซ็ทอัพอื่นๆ ในระบบ อย่างเช่นการปรับบาลานซ์ของลำโพงหรือ การใช้ ครอสส์โอเวอร์ฟิลเตอร์ หรือว่าลำโพงที่คุณใช้ไม่สามารถตอบสนองเบสส์ต่ำๆ จาก Dolby Digital AC-3 ได้ หากคุณทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการเพิ่มลำโพงซับวูฟเฟอร์เข้าไปในระบบมันก็อาจจะไปเพิ่มความยากในการเซ็ทอัพซับวูฟเฟอร์เข้าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจุดที่วางลำโพงลำโพง การปรับจุดตัดความถี่ที่ครอสส์โอเวอร์ และเรื่องของเฟสและโพลาริตี้ ที่ได้จากการวางลำโพงซับวูฟเฟอร์
......ดังนั้นเทคนิคในการเซ็ตอัพเบสส์ของระบบ Dolby Digital กับลำโพงแบบทั่วไป คือ ควรหลีกเลี่ยงที่จะป้อนสัญญาณเบสส์ต่ำให้กับลำโพงที่ไม่สมารถเล่นเบสส์ต่ำ แต่ให้ป้อนเข้าลำโพงตัวที่เล่นเบสส์ต่ำได้ จริง ๆ ซึ่งจะมีทางเลือกป้อนสัญญาณเบสส์ความถี่ต่ำกว่า 100 Hz ไปที่ " normal" สำหรับลำโพงคู่หน้า ซ้าย-ขวา หรือเป็น "small" ก็ได้ และความถี่ที่ต่ากว่า 100 Hz ก็ป้อนให้ สำหรับลำโพงซับวูฟเฟอร์รับไปเสีย แต่หากลำโพงทั้งหมดทุกแชนแนล เป็นลำโพงที่สามารถตอบสนองความถี่เบสต่ำๆได้ก็ไม่มีปัญหาเซ็ตเป็นแบบใดก็ได้
......แต่วิธีการเซ็ทอัพเบสส์แบบง่าย ๆ และได้ผลกับโปรเซสเซอร์ระบบ Dolby Digital ทุกชนิดคือ การจัดวงจรทิศทางสัญญาณเบสส์ต่ำ ดังแสดงในรูปที่ 1 วึ่งเราจะเห็นว่าสัญญาณออดิโอจากชิพ AC-3 decoder ที่ป้อนเข้าทางซ้ายมือนั้น จะมีเพียงแชนแนล LFE เท่านั้นที่เราเอาสัญญาณเบสส์ต่ำเข้ามาเท่านั้น (เป็นแชนแนลเดียวที่ใช้ Low-pass filter) ส่วนอีก 5 แชนแนลหลักที่เหลือจะหลีกเลี่ยงการป้อนสัญญาณเบสส์ต่ำ สัญญารทั้ง 6 แชนเนลที่ออกมาทางขวา เราอาจป้อนเข้าวงจร time-delay channel balance control และ 6- channel master volume control ก่อนที่มาเข้าที่เพาเวอร์แอมป์ของระบบ
......การใช้ High-pass filter กับแชลแนล หลักทั้ง 5 (L, C, R, LS, RS) เพื่อขจัดสัญญาณที่มีความถี่ต่ำกว่า 100 Hz ออกไปนั้นมีผลดี 2 ประการคือ ทำให้ไม่เกิดความเพี้ยน อันเนื่องมาจากลำโพงแชนแนลหลักไม่สามารถตอบสนองสัญญาณเบสส์ต่ำๆได้ และ เพื่อลดการใช้กำลังงานของเพาเวอร์แอมป์ ซึ่งเป็นการลดถาระของลำโพงหลักไม่ให้ทำงานเกินความสามารถด้วย
......นอกจากนี้ในรูปที่ 1 ยังแสดงให้เราเห็นว่าสัญญาณจาก 5 แชนแนลหลักจะถูกจัดทิศทางสัญญาณให้เข้ามารวมกันกับสัญญาณแชนแนล LFE (ซึ่งผ่านการเพิ่มเพาเวอร์ขึ้นอีก 10 dB) ที่ตัวรวมสัญญาณ (Summer) ก่อนจะป้อนเข้า Low-pass filter ซึ่งจะตัดสัญญาณที่มคความถี่สูงกว่า 100 Hz ออกไป ผลที่ได้คือ สัญญาณที่ป้อนเข้าลำโพงซับวูฟเฟอร์จะเป็นเอาท์พุทที่มีเพาเวอร์สูงขึ้น

......สำหรับเครื่องโปรเซสเซอร์ระบบ Dolby Digital ที่มีสิวทซ์หรือเมนูบนหน้าจอให้เลือกระหว่าง "Large" และ "Small" นั้น วิธีการเซ็ตอัพเบสส์ ให้เหมาะสมกับตัวเลือกทั้ง 2 คือ
......1.)ในกรณีที่คุณมีลำโพงซับวูฟเฟอร์ใช้อยู่ ให้เซ็ท "Small" กับลำโพงหลักทั้ง 5 แชนแนล และปล่อยให้ความถี่ต่ำกว่า 100 Hz เป็นหน้าที่ของลำโพงซับวูฟเฟอร์ โดยเซ็ตเอาท์พุทซับวูฟเฟอร์เป็น "On"
......2.) ในกรณีที่คุณไม่มีลำโพงซับวูฟเฟอร์ แต่มีลำโพงหน้าซ้าย-ขวาเป็น Full-range ให้เซ็ทเอาท์พุทของลำโพงหน้าเป็น "Lagre" และให้เซ็ทเอาท์พุทลำโพงกลางและลำโพงเซอร์ราวนด์เป็น"Small" ส่วนซับวูฟเฟอร์เอาท์พุทก็ให้เซ็ทเป็น "Off" จะไม่มีสัญญาณออกที่แชนแนล LFE
......3.) หากลำโพงทุกตัวเป็น Full Range ให้เซ็ทเป็น "Large" ให้หมดทุกแชนแนลเลย และหากมีลำโพงซับวูฟเฟอร์ต่อยู่ด้วย ให้เซ็ทเป็น "On"
......ประเด็นสำคัญมาอีกอย่างหนึ่งในการเซ็ทอัพเบสส์ คือ การเซ็ทซับวูฟเฟอร์ให้ถูกต้องด้วย เริ่มที่ Crossover Frequency Control ของซับวูฟเฟอร์ เซ็ทซับวูฟเฟอร์ทำงานในช่วงความถี่สูงขึ้นไปมากที่สุด มีเหตุผลที่สำคัญคือ เพื่อให้วงจรครอสส์โอเวอร์ที่มีอยู่ ใน Dolby Digital ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันการเกิดช่องว่างของการตอบสนองถวามถี่ และการเกิดการตัดลดช่วงความถี่ที่ซ้ำซ้อนกันระหว่างลำโพงซับวูฟเฟอร์กับลำโพงหลัก ซึ่งเป็นผลทำให้ความถี่ต่ำช่วงนั้นขาดหายไป ส่วนการปรับคอนโทรลตัวอื่นที่ ซับวูฟเฟอร์ คือ Level, Polarity, Phaseให้เซ็ทตามปกติ
......การต่อสัญญาณอินพุทเข้าลำโพงซับวูฟเฟอร์ให้ต่อจาก Line-level output เข้าซับวูฟเฟอร์เท่านั้น ห้ามใช้ Line-level output จาก Loop-back high-pass filter ของซับวูฟเฟอร์กลับไปเข้าลำโพงเด็ดขาด เพราะว่าตามวงจรในรูปที่ 1 เรามีวงจร High-pass filter ในเครื่องถอดรหัสDolby Digital ให้อยู่แล้ว
......ปัญหาการเซ็ทอัพเบสส์อีกอย่างหนึ่งคือ บริษัทผู้ผลิต ชิพถอดรหัส Dolby Digital หลายบริษัทไม่ผลิตวงจรการจัดรูปแบบของเบสส์ให้เป็นตามวงจรของ Dolby Labs (รูปที่ 1) ทำให้เราไม่สามารถใช้วิธีการเซ็ทอัพตามที่ได้กล่าวมาแล้วได้ ยิ่งไปกว่านั้นเรายังต้องหาซื้อชุดลำโพงพิเศษเฉพาะสำหรับเล่นกับ ชิพ ถอดรหัส Dolby Digital รุ่นนั้น ๆ อีก และเมื่อใดก็ตามที่คุณกลับมาใช้ระบบ Dolby Pro Logic หรือระบบ Stereo ก็อย่าลืมสวิทซ์ "Off" ระบบ Dolby Digital ด้วย ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะได้ฟังเสียงเบสส์แปลก ๆ ก็ได้

2.การเซ็ทอัพลำโพงให้มีเสียงสมดุลย์กัน
......วิธีการบาลานซ์ลำโพงของระบบ Dolby Digital เพื่อความแม่นยำ จึงควรใช้อุปกรณ์ที่ช่วยในการเซ็ทบาลานซ์ลำโพง ซึ่งก็คือเครื่อง Sound Meter และสัญญาณ Test Toner หากลำโพงที่ใช้เซ็ทไม่บาลานซ์กัน ซึ่งสัญญาณ Test Toneนั้น มักจะมีอยู่ในตัว Decoder อยู่แล้วครับ
......การทดสอบโทนเสียงนั้น เราไม่เพียงแต่จะทดสอบโทนเสียงของลำโพงหลักทั้ง 5 ตัวเพื่อเซ็ทอัพระดับความดังของเสียงให้ได้เท่ากันเท่านั้น เรายังต้องให้ความสำคัญต่อการเซ็ทโทนเสียงของลำโพงซับวูฟเฟอร์ด้วย เพราะใช่ว่าลำโพงซับวูฟเฟอร์ทุกตัวจะใช้ได้กับระบบเซอร์ราวนด์ทุกระบบ
......นอกจากนี้แล้ว คุณควรมีแผ่นซีดีสำหรับทดสอบเสียงเซอร์ราวนด์โดยเฉพาะ เช่น แผ่น Surround Spectacular ของ Delos, DE3179 หรือแผ่นดีวีดี เช่น แผ่น Avai เพื่อ.shwfhความชัดเจนและง่ายต่อการเซ็ทอัพบาลานซ์

การเซ็ทดีเลย์ให้กับแชนแนลเซ็นเตอร์

......ในการจัดลำโพงหน้าซ้าย ขวา และเซ็นเตอร์นั้น ระยะห่างระหว่างลำโพงกับตำแหน่งของผู้ฟังถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง กล่าวคือ ระยะห่างของลำโพงหน้าทั้ง 3 กับผู้ฟังควรจะเท่า ๆ กัน เพื่อให้คลื่นเสียงสามารถเดินทางมาถึงหูผู้ฟังพร้อมกัน หากว่าลำโพงเซ็นเตอร์อยู่ใกล้หรือไกลว่าลำโพงคู่หน้าจะมีผลทำให้ อิมเมจเสียงด้านหน้าไม่คมชัดหรือมีความนิ่งในตัวของอิมเมจ ขาดความกลมกลืนของซาวด์ฟิลด์ไป
......ในระบบ Dolby Digital เราสามารถจะหน่วงเวลาของแชนแนลเซ็นเตอร์ให้ช้าหรือเร็วกว่าลำโพงคู่หน้าซ้าย-ขวา ด้วยการเซ็ท Center channel time delay ดังนี้
-1. วัดระยะห่างระหว่างลำโพงด้านหน้าทั้ง 3 ตัวกับตำแหน่งผู้ฟัง
-2. ถ้าระยะห่างของลำโพงทั้ง 3 เท่ากันก็ให้ปรับค่า time delay นั้นเป็นศูนย์
-2. ถ้าระยะห่างของลำโพงทั้ง 3 เท่ากันก็ให้ปรับค่า time delay นั้นเป็นศูนย์
......สำหรับเครื่องโปรเซสเซอร์ Dolby Digital บางเครื่องที่เซ็ทได้เฉพาะกรณีที่ลำโพงอยู่ใกล้กว่าเท่านั้น ซึ่งในทางปฎิบัติส่วนใหญ่ก็วางลำโพงอยู่ใกล้กว่าทั้งนั้นมักวางลำโพงเรียงกันเป็นหน้ากระดาน จึงต้องอาศัยการจัดตำแหน่งของลำโพงไม่ให้ลำโพงเซ็นเตอร์อยู่ไกลกว่าลำโพงซ้าย-ขวา ( Peter Moncrieff แห่ง IAR ค้นพบว่าหากเซ็ทลำโพงกลางให้อยู่ไกลจากผู้ฟังมากกว่าลำโพงคู่เมน 4 ms. หรือ 4 ฟุต ระบบจะให้อิมเมจที่ดีกว่า แต่สำหรับเครื่องบางรุ่นสามารถเซ็ท time delay ให้กับแชนแนลซับวูฟเฟอร์ได้ ซึ่งก็เป็นผลดีเพราะจะได้ช่วยปรับทำให้เบสส์นุ่มและราบเรียบกว่าเดิมได้

การเซ็ทดีเลย์ให้กับแชนแนลเซอร์ราวนด์
......การเซ็ทอัพ time delay ให้กับแชนแนลเซอร์ราวนด์ในระบบ Dolby Digital นั้นค่าความแตกต่างเวลาเดินทางของเสียงจากลำโพงหน้ากับลำโพงเซอร์ราวนด์ที่เหมาะสม คือ 0 ms หมายถึงเสียงมาถึงผู้ฟังพร้อม ๆ กันนั่นเอง
......แต่สำหรับเครื่องที่มีให้เลือกเซ็ทได้ทั้งระบบ AC-3 และ Pro Logic การเลือกเซ็ท time delay ให้กับระบบใดระบบหนึ่งก่อนให้ถูกต้อง อีกระบบหนึ่งที่เหลือเซ็ทตามโดยอัตโนมัติไม่ต้องทำ 2 ครั้งครับ

***** ดังนั้นเทคนิคการเซ็ทอัพระบบ Dolby Digital ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คงทำตามได้ไม่ยากครับ เพียงใช้ความเข้าใจในหลักการเซ็ตอัพ และเครื่องมือเท่าที่จำเป็น รวมทั้งอาศัยความพยายาม ความเอาใจใส่อีกเล็กน้อย แต่ถ้าหากเครื่องที่คุณเลือกมนั้นไม่ได้ออกแบบวงจรตามที่ Dolby Labs ได้ออกแบบและกำหนดคุณลักษณะเฉพาะเอาไว้ล่ะก็ คงจะมีความยุ่งยากในการเซ็ตอัพมากยิ่งขึ้นหละครับ ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะครับว่าจะตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องแบบไหนมาใช้งาน*****

HOME