Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!

 

การศึกษารายกรณี

(Case Study)


ความแตกต่างระหว่างประวัติรายกรณีกับการศึกษารายกรณ

ประวัติรายกรณหมายถึงเรื่องราวต่างๆที่เก็บรวบรวมเอาไว้ตามลำดับก่อนหลังตามความเป็นจริงโดยมิได้แปลความหมาย การศึกษารายกรณีจะแตกต่างจาก ประวัติรายกรณีตรงที่มีการวิเคราะห์และแปลความหมาย ของข้อมูลที่ได้รวบรวมมา รวมทั้งการ ให้ความช่วยเหลือที่ผู้ศึกษาได้ให้แก่ผู้ถูกศึกษาโดยที่การศึกษารายกรณีจะต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลเป็นขั้นแรกของการดำเนินงาน ดังนั้นการทำประวัติรายกรณีจึงเป็ฯส่วนหนึ่งที่สำคัญของการศึกษารายกรณี

ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษารายกรณ เกี่ยวกับระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษารายกรณีนั้นไม่สามารถที่จะกำหนดให้ เป็นที่แน่นอนได้ว่าจะใช้เวลาเท่าใดอาจจะใช้เวลา 1 ภาคเรียน 1 ปี หรือ 3 ปีก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากของ "รายกรณี" (Case) ที่ทำการศึกษาอย่างไรก็ตาม ในการศึกษารายกรณีแต่ละรายควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ครู หรือผู้ แนะแนวมีเวลาศึกษารวบรวมข้อมูลอย่างกว้างขวาง แะลครอบคุมเรื่องราวตาง ๆ ที่ควรจะได้รู้

ความมุ่งหมายของการศึกษารายกรณี

1. เพื่อสืบค้นหาสาเหตุที่ทำให้ผู้เรียนมีพฤติกรรมที่ผิดปรกติ ซึ่งทางโรงเรียนจะได้ให้ความช่วยเหลือและแก้ไขได้อย่างถูกต้อง

2. เพื่อสืบค้นรูปแบบของพัฒนาการของนักเรียน ทั้งในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคม และจิตใจ

3. เพื่อช่วยให้นักเรียนได้เกิดความเข้าใจในตนเอง สามารถพัฒนาวางแผนชีวิต และตัดสินใจเลือกแนวทางการศึกษาต่อ และเลือกอาชีพที่เหมาะสม

4. เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจในตัวเด็กของตนได้ดีขึ้น

5. เพื่อช่วยให้ครูเข้าใจนักเรียนได้อย่างละเอียด ลึกซึ้ง และถูกต้อง

ประโยชน์ของการศึกษารายกรณี

ในวิธีการศึกษารายกรณี ที่นำมาใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นรายบุคคลเพื่อให้กรแนะแนวนั้น จัดเป็นกลวิธีที่มีประโยชน์ต่อผู้ที่นำมาใช้และบุคคลที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมากซึ่งจำแนกออกได้ดังนี้


ประโยชน์ต่อครูหรือผู้แนะแนวที่เป็นผู้ศึกษาโดยตรง คือ
1. ช่วยให้ครูหรือผู้แนะแนวได้ทราบรายละเอียด เกี่ยวกับตัวนักเรียนอย่างกว้างขวาง ทำให้รู้จักและเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์อย่างแท้จริง
2. ช่วยให้ครูและผู้แนะแนวเข้าใจถึงสาเหตุและเงื่อนไขต่างๆ ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่เป็นปัญหา ทำให้มองเห็นลู่ทางที่จะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้กับนักเรียนได้อย่างเหมาะสม
3. ช่วยให้ครูและผู้แนะแนวมีความรู้และมีทักษะในการใช้เครื่องมือและกลวิธีต่างๆ ในการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียน และยังช่วยให้เป็นคนที่มีเหตุผล รู้จักเก็บข้อมูลอย่างมีระบบ รู้จักแก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้มาประกอบในการพิจารณาตัดสินใจ


ประโยชน์ต่อนักเรียนที่เป็นผู้ไดรับการศึกษา คือ
1. ช่วยให้นักเรียนได้เกิดความเข้าใจตนเอง ยอมรับความเป็นจริงเกี่ยวกับตัวเองมีการปรับปรุงตนเอง หรือแก้ไขปัญหาของตน เพื่อช่วยให้มีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น
2. ช่วยให้นักเรียนมีกำลังใจและมีความเต็มใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความหวัง
ประโยชน์ต่อคณะครูและโรงเรียน
1. ช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจนักเรียนของตนดีขึ้น ยินดีให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้นักเรียน
2. ช่วยให้โรงเรียนได้ทราบความเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับปัญหาและความต้องการของตัวเด็ก ทำให้สามารถนำข้อเท็จจริงเหล่านั้นามาใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมและการใช้บริการด้านต่าง ๆ แก่นักเรียนได้อย่างเหมาะสม


ประโยชน์ต่อผู้ปกครองของนักเรียนที่ได้รับการศึกษา
1. ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจเด็กของตนดีขึ้น ทำให้สามารถปฏิบัติต่อบุตรได้อย่างเหมาะสม
2. ช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความสบายใจ เพราะตระหนักได้ว่า โรงเรียนมีความตั้งใจและจริงใจในการป้องกัน ช่วยเหลือ แก้ไขและส่งเสริมพัฒนานักเรียน

การเลือกนักเรียนเพื่อทำการศึกษารายกรณี ในการศึกษารายกรณีนั้น ครูสามารถเลือกนักเรียนได้หลายประเภท ไม่จำเป็นจะต้องเลือกเฉพาะนักเรียนที่มีปัญหาเท่านั้น ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายในการศึกษาของครูว่า ต้องการทราบเรื่องอะไร ครูควรเลือกนักเรียนเพื่อทำการศึกษารายกรณี สามารถจำแนกได้ดังนี้

1) นักเรียนที่ประสบผลสำเร็จในด้านการเรียนดีเยี่ยม

2) นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษบางอย่าง เช่น ศิลปะ ดนตรี ฯลฯ

3) นักเรียนที่มีปัญหามาก

4) นักเรียนที่มีความทะเยอทะยานมีกำลังใจเข้มแข็งที่จะเอาชนะอุปสรรค

5)นักเรียนที่เรียนอ่อนไม่สมารถที่จะทำงานในระดับที่เรียนอยู่ได้

6) นักเรียนที่มีพฤติกรรมดีเด่นสมควรเอาเป็นตัวอย่าง

7) นักเรียนที่มีพฤติกรรมปรกติธรรมดาทั่ว ๆ ไป

 

 

>หน้าแรก >Game >Link ! ที่น่าสนใจ >ผู้จัดทำ >web ! สวยๆ


หน้าแรก !