Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!

กวีและผลงานในรัชกาลที่3-4

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร

พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายมั่ง เป็นโอรสองค์ที่ 15 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย(ร.๒)

โลกนิติคำโคลง

เดิมเป็นภาษิตที่ปราชญ์อินเดียแต่งบ้าง พุทธภาษิตบ้าง โลกนิติคือระเบียบแบบแผนของโลก กล่าวถึงความรู้สึกนึกคิดของคน เป็นคติเตือนใจ ให้หลักการดำรงตนในโลกอย่างดี

แต่งสมัยร.3

ความมุ่งหมายเพื่อซ่อมแซมของเก่าซึ่งแปลจากภาษามคธที่สูญหาย และปรับปรุงของเก่า เพื่อจารึกในแผ่นหินอ่อนประดับวัดพระเชตุพนฯ

เป็นโคลงสี่สุภาพ มีคาถาบาลีกำกับ

กล่าวสดุดีพระเกียรติคุณร.๓ ต่อนั้นเป็นภาษิตด้านต่างๆทางโลกและธรรม

ผู้นิพนธ์เชี่ยวชาญในการแต่งโคลงอย่างยิ่ง

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท

เดิมชื่อพระองค์เจ้าชายนวม พระราชโอรสองค์ที่ 49 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็นศิษย์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

โคลงจินดามณี

เพื่อเป็นแบบเรียนหนังสือไทยและแบบกาพย์กลอน

เป็นโคลงสี่สุภาพ กาพย์สุรางคนางค์และโคลงกระทู้

กล่าวยอพระเกียรติพระมหากษัตริย์และชมบ้านเมือง กล่าวถึงพระราชปรารภของร.๓ที่จะให้โอรสมีความรู้ภาษาไทย ต่อนั้นเป็นกาพย์สั่งสอนการปฏิบัติตนให้ถูกครรลองคลองธรรม

ใช้คำประณีตไพเราะความหมายชัดเจนให้คติธรรมความรู้เรื่องต่างๆesp.แบบเรียนภาษาไทย

หมายเหตุ

มีนิราศที่ไม่เป็นที่รู้จักนักคือโคลงนิราศพระประธมมีประโยชน์ในทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถานที่และการเดินทาง

พระมหามนตรี(ทรัพย์)

บทละครเรื่องระเด่นลันได

แต่งในสมัยรัชกาลที่3เพื่อล้อเลียนเรื่องอิเหนาเป็นกลอนบทละคร เอาคำศัพท์สูงมาใช้ตรงข้าม ขึ้นต้นเหมือนบทละครทั่วไป ล้อเลียนเสียดสีทำให้เกิดอารมณ์ขัน

เรื่องย่อ

ระเด่นลันไดเป็นขอทานอยู่แถวหน้าโบสถ์พราหมณ์ วันหนึ่งไปขอที่บ้านท้าวประดู่พบนางประแดะเมียท้าวประดู่ก็ชอบ จีบ นางประแดะพอใจเลยนำข้าวกล้องและปลาสลิดมาให้ เมื่อท้าวประดู่กลับจากเลี้ยงวัว เป็นอาหารหายไปก็หึงจึงทุบตีและไล่นางออกจากบ้าน ระเด่นลันไดย้อนมาตอนดึงเข้าไปกอดท้าวประดู่คิดว่าเป็นนางประแดะ พอรู้ก็รีบหนีไปพบนางประแดะกลางทางจึงรับไปอยู่ด้วยที่บ้าน ต่อมา นางกระแอขายข้าวเหนียวชาวทวาย คนรักระเด่นลันไดมาพบก็หึงไล่ทุบตีกันจนท้าวประดู่มารับนางประแดะคืน ระเด่นลันไดก็อยู่กับนางกระแอต่อไป

คุณสุวรรณ

ธดาของพระยาอุไทยธรรม(ถลาง ณ บางช้าง)อาจเป็นลูกศิษย์สุนทรภู่ วิกลจริตในบั้นปลายชีวิต มีสไตล์การแต่งที่แหวกแนว

พระมะเหลเถไถ

แต่งใน ร.๔หลังกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพสิ้น

ล้อเลียนอิเหนา เป็นกลอนบทละคร ดังมากเพราะวิธีแต่ง สามคำหลังไม่เป็นภาษา

เนื้อเรื่อง

พระมะเหลเถไถเป็นโอรสท้าวโปลากะปาหงัน กับนางตาละปะกาลันแห่งนครกะโปลา วันหนึ่งเสด็จประพาสป่าประทับแรมอยู่ในป่า พระอินทร์จึงได้อุ้มนางตะแลงแกงธิดาท้าวมะไลเมืองมะไลทองมาสู่สม จึงได้นามเป็นชายา พากลับเข้าเมือง ระหว่างทางพบลยักษ์ชื่อมาลาก๋อย จึงได้รบพุ่งกัน

อุณรุทร้อยเรื่อง

แต่ง สมัยร.๔ ตัวละครชื่อพระอุณรุท แต่งเพื่อเล่าให้คนที่ไปมาหาสู่ฟัง เป็นกลอนบทละคร

เป็นการยกชื่อตัวละครในวรรณคดีเรื่องต่างๆมาปะปนกัน กล่าวถึงการจัดทัพ การรบแบบละคร จบที่วายุบุตรต้องศรและสั่งความจนสิ้นใจ

การที่คุณสุวรรณได้นำตัวละครสำคัญในบทละครต่างๆมารวมนี้แสดงว่ามีความรอบรู้ในวรรณคดีไทยจนสามารถนำมาร้อยการองเป็นเรื่องใหม่ได้

คุณพุ่ม

ธิดาพระยาราชมนตรี(ภู่)ข้อหลวงเดิมร.๓(อคติสุนทรภู่)ฉายาว่าบุษบาท่าเรือจ้าง

เพลงยาวเฉลิมพระเกียรติ

แต่งเมื่อต้นรัชกาลที่๕ เพื่อกล่าวสดุดีร.๓และร.๔

เป็นกลอนเพลงยาว กล่าวถึงสิ่งที่เกิดก่อนวันที่ร.๔เสด็จสวรรคต แล้วกล่าวสดุดีพระบาทสมเด็จร.๓ เล่าประวัติของตัวคุณพุ่มเองและสุดท้ายกล่าวสดุดีร.๔

ใช้ภาษาง่าย ใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้แต่ไม่แพร่หลายนัก

พระองค์เจ้าอิศริญาณ

บางแห่งเรียกอิศรญาณ เป็นโอรสกรมหมื่นอินทรพิธในร.๑ ทรงผนวชที่วัดบวร

อิศริญาณภาษิต

ทรงนิพนธ์สมัยร.๔(ยังไม่แน่ชัด) อาจเพื่อระบายความน้อยใจที่ร.๔บริภาษว่าเป็นบ้า

เป็นกลอนเพลงยาว ยกกิเลสมนุษย์มากล่าวตรงไปตรงมา ถือเป็นเอกในบรรดาภาษิตที่กล่าวกินใจและแทงใจดำคน เป็นคติเตือนใจและเยาะเย้ยถากถาง คำที่ใช้เป็นคำห้วนแต่แหลมคมน่าฟัง มีผู้นิยมจดจำกันมาก

หม่อมราโชทัย

 

ม.ร.ว.กระต่าย อิศรางกูร เกิดสมัยร.๒ ลูก มจ. ชอุ่ม ในเจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ได้เป็นราชทูตอัญเชิญพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการไปถวายสมเด็จพระราชินีวิกตอเรียที่อังกฤษพ.ศ. ๒๔๐๐

จดหมายเหตุราชทูตไทยไปลอนดอน

แต่งประมาณพ.ศ. ๒๔๐๐

เพื่อกราบบังคมถวายรายงานเรื่องที่ได้พบจากการไปกับคณะทูตในการเจริญพระราชไมตรีกับกษัตริย์อังกฤษและฝรั่งเศสใหัร.๕ทราบ

เป็นความเรียงร้อยแก้วประเภทบรรยายโวหาร

เนื้อเรื่อง

กล่าวถึงนามคณะทูตที่ไปทั้งหมด แล้วกล่าวถึงการเดินทางด้วยเรือกำปั่นจึงถึง สิงคโปร์ ชวา มหาสมุทรอินเดีย อ่าวเอเดน ทะเลแดงขึ้นบกที่สุเอซ ไปถึงกรุงไคโร นั่งรถไฟไปต่อทางเรือที่ทะเลเมดิเตอเรเนียน มอถึงหมู่เกาะมอลต้าฐานทัพเรืออังกฤษแล้วเดินทางโดยรถไฟต่อถึงลอนดอน พักที่โรงแรมกลาวิชมิสเตอร์เฟาส์ ได้เข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์นแด่พระราชินีวิกตอเรียแล้วได้รับเชิญไปในงานต่างๆ หลังจากออกจากลอนดอนได้ไปเมืองโดเวอร์และข้ามฟากไปประเทศฝรั่งเศส เข้าเฝ้าพระเจ้านโปเลียนที่แล้วกลับประเทศไทย

มีเนื้อหาบริบูรณ์ใช้ภาษาดีและเป็นความจริงที่อ้างหลักฐานได้ทุกตอน ดังนั้นจึงมีคุณค่าทั้งทางวรรณคดีและประวัติศาสตร์

นิราศลอนดอน

ได้รับความสนใจจากผู้อ่านจำนวนมาก เพราะเป็นเรื่องที่เขียนถึงการเดินทางไกลเป็นเวลานับแรมปีและเขียนถึงกรุงลอนดอน ท่านเป็นกวีคนแรกที่ขายลิขสิทธิ์บทประพันธ์(10 ปี) ขายให้หมอบรัดเลย์ พ.ศ. 2405 400บาท รู้ภาษาอังกฤษจนทำหน้าที่เป็นล่ามได้

เพื่อบันทึกเหตุการณ์

เป็นกลอนเพลงยาว ตอนท้ายเป็นโคลงสี่สุภาพ5บท

แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงจุดประสงค์ดั้งเดิมในการเขียนนิราศ เรื่องราวเป็นการบันทึกการเดินทางโดยการบรรยาย

หลวงจักรปาณี(มหาฤกษ์)

นิราศพระปฐม