รูปแบบ
อิเหนามีรูปแบบเป็นกลอนบทละคร เป็นกลอนที่ใช้ในการขับร้องในการดำเนินเรื่องเพื่อแสดงบทบาทของตัวละคร คำร้อง ท่ารำ และบทเจรจาให้กลมกลืนกัน เนื้อหาทั้งหมดมี 17 ตอน
แนวคิด
เรื่องอิเหนาคล้ายกับวรรณคดีไทยเรื่องอื่นทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาโดยตรง ที่เน้นในเรื่องความรัก และก็มีเรื่องการรบ การทำสงครามปะปนอยู่ด้วย
การดำเนินเรื่องเป็นการเล่าคล้ายการเล่านิทาน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคนไทยนิยมความบันเทิง แนวคิดในเรื่องอิเหนานี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักเหมือนทั่ว ๆ ไป แต่ก็ได้รับการยกย่องในความดีเด่นและความไพเราะ
เนื้อเรื่องย่อ
เริ่มแรกพรรณนาถึงเมืองหมันหยา มีธงไชยผุดขึ้น 4 ทิศ ทำให้เกิดข้าวยากหมากแพง กษัตริย์วงศ์เทวัญทั้ง 4 คือ กุเรปัน ดาหา ดาหลัง และสิงหัดส่าหรี มาอาสาถอนธงไชยนั้นได้ ท้าวหมันหยาจึงยกธิดาทั้งสี่ให้และแบ่งเมืองให้ครอบครอง จากนั้นเป็นประวัติของอิเหนา จินตะหรา บุษบา และสียะตรา อิเหนาซึ่งเป็นโอรสของท้าวกุเรปันได้หมั้นหมายกับนางบุษบาธิดาของท้าวดาหาแต่ทั้งสององค์ไม่เคยพบกันเลย ต่อมาอิเหนาไปช่วยงานพระศพพระอัยกีที่เมืองหมันหยา ได้พบจินตะหราและรักใคร่ชอบพอกัน เมื่อท้าวกุเรปันให้อิเหนากลับเมือง อิเหนาก็ขอชานหมากและผ้าสไบของจินตะหราไปเป็นที่ระลึก เมื่ออิเหนากลับจากหมันหยา วิยะดาก็ประสูติ ท้าวดาหาขอหมั้นวิยะดาให้สียะตราน้องของบุษบา ท้าวกุเรปันขอให้ท้าวดาหาเตรียมการอภิเษกอิเหนากับบุษบา อิเหนาไม่เคยพบบุษบาเลยจึงทำอุบายไปเที่ยวป่าเพื่อหนีพิธีสยุมพร ต่อมาปลอมตัวเป็นชาวป่าชื่อมิสาระปันหยี และได้รบชนะท้าวปักมาหงันกับ 2 พี่น้อง ได้นางมาหยารัศมีและนางสการะวาตีเป็นบรรณาการ ได้สังคามาระตาเป็นน้อง แล้วอิเหนาก็เข้าเมืองหมันหยา ได้กับจินตะหราและอยู่ด้วยกัน ท้าวกุเรปันให้คนไปตามก็ไม่ยอมกลับ และอิเหนายังออกปากอนุญาตให้บุษบาเลือกชายอื่นอภิเษกได้ ท้าวดาหาจึงประกาศยกบุษบาให้ใครก็ได้ที่มาสู่ขอ ตอนต่อมากล่าวถึงระตูจรการูปชั่วตัวดำ แต่ต้องการมีมเหสีที่รูปงาม จึงให้ช่างไปวาดรูปหญิงสาวตามเมืองต่าง ๆ มาให้เลือก ช่างไปวาดรูปบุษบาได้ 2 รูป ระหว่างทางองค์ปะตาระกาหลาได้บันดาลให้รูปหายไปรูปหนึ่ง จรกาเห็นรูปบุษบาก็หลงรักและให้ท้าวล่าสำผู้เชษฐาไปสู่ขอ ท้าวดาหาก็ประทานบุษบาให้จรกา ทางด้านวิหยาสะกำ โอรสของท้าวกะหมังกุหนิงได้รูปบุษบาที่ช่างวาดของจรกาทำหาย ก็เพ้อถึงบุษบารบเร้าให้บิดาไปสู่ขอ ท้าวดาหาปฏิเสธ ท้าวกะหมังกุหนิงจึงยกทัพมาตีดาหา กษัตริย์วงศ์เทวัญทั้งสามเมืองก็ยกทัพมาช่วยป้องกันเมืองดาหา อิเหนาก็มาช่วยและฆ่าท้าวกะหมังกุหนิงตาย วิหยาสะกำก็ถูกสังคามาระตาฆ่าตายด้วย จรกายกทัพมาถึงเมื่อสงครามสิ้นสุดลงแล้ว หลังจากนั้นเมื่ออิเหนาเข้าเฝ้าท้าวดาหาและได้พบบุษบาก็หลงรักและเสียดายนาง จรกาเร่งให้ทำพิธีอภิเษก อิเหนาล้มเจ็บลงทำให้ต้องเลื่อนพิธีออกไป เมื่ออิเหนาหายป่วย ท้าวดาหาจึงเตรียมอภิเษกบุษบากับจรกา อิเหนาหาอุบายจะลักพาบุษบา อุบายนั้นก็คือ อิเหนาปลอมตัวเป็นชาวเมืองกะหมังกุหนิง เข้าปล้นเมืองดาหาขณะที่ในเมืองกำลังมีมหรสพฉลองก่อนพิธีอภิเษก ท้าวกุเรปันและท้าวดาหาไปบัญชาการดับไฟ อิเหนาแอบไปบักพาบุษบาไปไว้ในถ้ำ แล้วจึงเข้าเมืองมาไม่ให้เกิดการสงสัยและอาสาติดตามหานางบุษบา เอาวิยะดาไปด้วย ปรากฏว่าบุษบาถูกลมหอบไป อิเหนาจึงปลอมเป็นชาวป่าชื่อปันหยีและปลอมวิยะดาเป็นเกนหลงหนึ่งหรัด ออกติดตามบุษบาทั่วเกาะชวาก็ไม่พบจึงไปบวชเป็นอายัน (ฤาษี) ทางฝ่ายบุษบาซึ่งถูกลมหอบไป องค์ปะตาระกาหลาแปลงตัวให้เป็นชายชื่อ อุณากรรณ ได้เป็นบุตรบุญธรรมของท้าวประมอตัน วันที่อิเหนาบวชนั้นก็เร่าร้อนใจ จึงขออนุญาตบิดาบุญธรรมออกท่องเที่ยวหาสตรีที่พอใจ โดยเจตนาจะตามหาอิเหนา ระหว่างการเดินทางได้เมืองขึ้นหลายเมือง และได้นางกุสุมาคู่หมั้นของสังคาระมาตามาเป็นมเหสี แต่แสร้งกล่าวว่ายังร่วมกับสตรีไม่ได้ภายใน 3 ปี เพราะบนไว้ เมื่ออุณากรรณยกทัพไปเมืองประมอตันไปพบปันหยีก็จำกันไม่ได้จึงเลยเข้าเมืองกาหลัง ท้าวกาหลังรับไว้เป็นโอรสบุญธรรม ปันหยีสงสัยว่าอุณากรรณคือบุษบา จึงลาผนวช ติดตามเข้าเมืองกาหลังด้วย ระหว่างนั้นกาหลังเกิดศึก ปันหยีและอุณากรรณช่วยรบจนชนะ อุณากรรณเกรงปันหยีจะทราบว่าตนเป็นสตรี จึงทูลลาท้าวกาหลังออกตามหาอิเหนาต่อ ด้านสังคามาระตาก็เชื่อว่าอุณากรรณคือบุษบา และหลงรักนางกุสุมาคู่หมั้นของตนเอง จึงให้มหาดเล็กไปแอบดูเวลาอุณากรรณลงสรงก็ทราบว่าเป็นหญิง อุณากรรณลาปันหยีแลัวยกทัพออกจากเมือง และปลีกตัวจากกองทัพไปบวชชี (แอหนัง) พร้อมกับพี่เลี้ยง ด้านสียะตรานั้นออกตามหาอิเหนา บุษบา และวิยะดา โดยปลอมเป็นชาวป่าชื่อย่าหรัน องค์ปะตาระกาหลาแปลงเป็นนกยูงมาล่อให้ย่าหรันเข้าเมืองกาหลังไปพบปันหยีและเกนหลง สังคามาระตาเป็นใจให้ย่าหรันรักเกนหลง ปันหยีตามไปรบแต่ไม่แพ้ชนะกัน สังคามาระตาจึงขอกริชย่าหรันให้ปันหยีดูจึงได้รู้จักกัน ในเวลาต่อมา ระตูมะงาดาให้คนมาลักตัวปันหยีเพื่อจะได้สู่ของนางสะกาหนึ่งหรัด ธิดาท้าวกาหลังไปให้อนุชาของตน แต่ลักผิดตัวได้ย่าหรันไปข้งไว้ ระเด่นตะราหงันธิดาของระตูมะงาดามาช่วยย่าหรันและย่าหรันก็ได้นางเป็นชายา ปันหยีออกตามหาย่าหรันไปพบบุษบาซึ่งบวชเป็นแอหนัง เข้าใจว่านางเป็นมเหสีของอุณากรรณ ต่อมาสังคามาระตาทำอุบายเชิดหนังเป็นเรื่องราวระหว่างอิเหนากับบุษบาตั้งแต่ต้น แอหนังบุษบาเศร้าโศกมาก พี่เลี้ยงออกมาดูคนเชิดหนังเห็นเป็นปะสันตาก็จำได้ อิเหนาจึงลักนางบุษบาไปอยู่ร่วมกันในเมืองกาหลัง ฝ่ายย่าหรันกับนางดะราหวันหนีจากเมืองมะงาดามาได้ ระตูมะงาดาตามมารบแต่แพ้จึงยอมเป็นเมืองขึ้นต่อกาหลัง ตอนสุดท้ายสังคามาระตาไปช่วยท้าวประมอตันรบกับระตูล่าสำและได้ระเด่นกุสุมาซึ่งไปกับกองทัพของอุณากรรณนั้น สียะตราลอบส่งข่าวไปถึงท้างกุเรปันและท้าวดาหา กษัตริย์ทั้งสองเดินทางมาเมืองกาหลัง และจัดพิธีอภิเษกสมรสระเด่นที่หมั้นกันแล้วทุกคู่รวมทั้งเชิญจินตะหรามาร่วมพิธีด้วย
คุณค่า
คุณค่าด้านวรรณศิลป์
มีการเลือกใช้คำได้เหมาะสม มีอรรถรสของคำที่ไพเราะ มีการเปรียบเทียบโดยใฃ้ธรรมชาติมาเปรียบเทียบเช่น
ว่าพลางทางชมคณานก โผนผกจับไม้อยู่อึงมี่
เบญจวรรณจับวัลย์ชาลี เหมือนวันพี่ไกลสามสุดามา
นางนวลจับนางนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรา
จากพรากจับจากจำนรรจา เหมือนจากสการะวาตี
แขกเต้าจับเต่าร้างร้อง เหมือนร้างห้องมาหยารัศมี
นกแก้วจับแก้วพาที เหมือนแก้วพี่ทั้งสามสั่งความมา
ตระเวนไพรร่อนร้องตระเวนไพร เหมือนเวรใดให้นิราศเสน่หา
เค้าโมงจับโมงอยู่เอกา เหมือนพี่นับโมงมาเมื่อไกลนาง
บทกลอนนี้แสดงการพรรณนาเกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติได้อย่างงดงาม นำสิ่งที่เห็นในธรรมชาติมาเปรียบกับผู้หญิง มีสัมผัสในหรืออักษรอยู่หลายที่ซึ่งเสริมให้มีความไพเราะเพิ่มขึ้น
มีการเพิ่มคำในภาษาไทยขึ้นมาจากรากศัพท์ภาษาชวา คือได้นำคำภาษาชวามาใช้ในภาษาไทยด้วย
บทละครเรื่องอิเหนาที่เจ้าฟ้ามงกุฏทรงแต่งนี้เป็นต้นเค้าให้เกิดเรื่องอิเหนาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
บทละครเรื่องอิเหนาในรัชกาลที่สองเป็นวรรณคดีที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงจากนักปราชญ์และนักวรรณคดีมาหลายยุคหลายสมัย มีอิทธิพลต่อการแต่วรรณคดีในสมัยหลัง
คุณค่าด้านสังคม
ในเรื่องอิเหนาแสดงให้เห็นประเพณีโบราณทางด้านการแสดงละคร กล่าวถึงความสวยงามของบ้านเมืองในสมัยนั้นและให้เห็นถึงลักษณะของเมืองอยุธยาในครั้งก่อนในตอนต้นเรื่อง
ให้ข้อคิดในหลายเรื่อง เช่น ความรักทำให้เป็นทุกข์
วิเคราะห์ตัวละคร
ในเรื่องอิเหนามีตัวละครอยู่มาก แต่ในที่นี้จะกล่าวถึงตัวละครสำคัญดังต่อไปนี้
1. อิเหนา
อิเหนาเป็นผู้มีบุญญาธิการมาก เป็นนักรบที่มีความเก่งกล้าสามารถไม่เคยแพ้ใคร เป็นชายใจกล้าในการที่หนีบุษบา คู่หมั้นที่ไม่เคยพบหน้ากันไปหาหญิงที่รักโดยไม่คำนึงถึงความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง กล้ากระทำสิ่งที่เสี่ยงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ปรารถนาเช่น ปลอมตัวเป็นปันหยีเพื่อไปหาจินตะหรา เผาเมืองดาหาเพื่อลักพาบุษบาหนี และมีความเฉลียวฉลาด มีความไม่ประมาท เช่น ตอนศึกกะหมังกุหนิง อิเหนาก็วางแผนการศึกได้อย่างรอบคอบ
อิเหนาเป็นนักรัก เจ้าชู้ มีมเหสีหลายองค์ทำให้เกิดเหตุหึงหวงวิวาทกัน แต่เป็นผู้มีเหตุผล เคารพในพระราชบิดามารดา
2. บุษบา
บุษบาเป็นราชธิดาของท้าวดาหากับประไหมสุหรีดาหราวาตี มีอนุลาร่วมบิดามารดาชื่อสียะตรา มีความเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับอิเหนาในฐานะเป็นญาติสนิท
บุษบามีรูปร่างหน้าตาที่งดงาม ทำให้จรกาและวิหยาสะกำหลงใหลเมื่อได้เห็นรูปวาดของนาง
อีทั้งยังมีคุณสมบัติของกุลสตรีที่ดี มีความรักนวลสงวนตัว รักเกียรติของผู้หญิง มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อสามีเพียงคนเดียว แม้แต่การที่ถูกอิเหนาถูกเนื้อต้องตัวในตอนที่ไปไหว้พระปฏิมาก็ถือว่ามีมลทิน และเริ่มจงรักภักดีต่ออิเหนาตั้งแต่ตอนนั้น
บุษบานั้นมีความกล้าหาญและมีความสามารถในการรบมากไม่แพ้ผู้ชายแท้ ๆ ในตอนที่ปลอมเป็นอุณากรรณก็ไปรบจนได้ชัยชนะ ได้เมืองขึ้นมามากมาย อีกทั้งยังมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดในการแก้ปัญหา เช่น ตอนที่พูดหลอกนางกุสุมาว่าได้บนกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ทำให้ไม่สามารถร่วมหลับนอนกับนางได้
บุษบามีน้ำใจดียินยอมเมื่ออิเหนายกให้จินตะหราซึ่งไม่ใช่วงศ์เทวัญเป็นประไหมสุหรีฝ่ายขวาเพราะเป็นผู้มาก่อน จึงนับว่าเป็นหญิงไทยในวรรณคดีที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติสำคัญต่างๆมาก
3. จรกา
เป็นระตูเมืองล่าสำ รูปร่างอัปลักษณ์ แต่ ต้องการมีมเหสีที่สวย ขอให้ท้าวล่าสำช่วยสู่ขอนางบุษบา ท้าวดาหาก็ยินยอม ทำให้จรกาถูกประณามว่าไม่รู้จักประมาณตัวเอง จนจะทำให้เสียวงศ์เทวาไป
จรกาไม่มีบทบาทในการรบทำสงครามเลย แม้ในตอนศึกกะหมังกุหนิงก็มาช่วยไม่ทัน จรกานั้นนอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาที่อัปลักษณ์แล้วยังไม่ค่อยมีความสามารถอื่นปรากฏ อีกทั้งยังดูเหมือนเป็นคนเซ่อซ่าด้วย นับว่าจรกาเป็นตัวละครที่อาภัพมาก
4.สังคามาระตา
เป็นระตูคนเดียวที่มีบทบาทใกล้ชิดกับวงศ์อสัญแดหวา สังคามาระตาเป็นโอรสของระตูปักมาหงัน เป็นอนุชาของมาหยารัศมี เป็นที่รักของอิเหนามาก และยังเป็นผู้ช่วยให้อิเหนามีความสำเร็จ อยู่เบื้องหลังความสำเร็จหลายๆครั้งของอิเหนา เช่น ตอนศึกกะหมังกุหนิงก็เป็นผูที่ฆ่าวิหยาสะกำ
สังคามาระตาเปรียบเหมือนเป็นน้องและเพื่อนของอิเหนา ติดตามอิเหนาไปทุกแห่ง เป็นทั้งพี่เลี้ยงที่ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ เช่น ในการลักพานางบุษบา เขาก็เป็นผู้ไปหาถ้ำและแต่งถ้ำไว้ต้อนรับ ช่วยให้อิเหนาทราบว่าอุณากรรณเป็นผู้หญิงและแนะนำให้หาวิธีพิสูจน์จนรู้ความจริง
5. ท้าวกุเรปัน
เป็นเชษฐาองค์ใหญ่ในสี่องค์ของกษัตริย์วงศ์อสัญแดหวา ซึ่งเป็นเทวดาแปลงเป็นมนุษย์มาเลือกคู่ที่เมืองหมันหยา และได้สร้างเมืองขึ้น
เมื่อท้าวกุเรปันทราบว่าท้าวดาหามีธิดาจากรปะไหมสุหรีก็ขอหมั้นให้อิเหนาโดที่หนุ่มสาวยังไม่เห็นกัน ทำให้อิเหนาก่อเรื่องวุ่นวายไปทั่ว ตอนศึกกะหมังกุหนิงยกประชิดดาหานั้น อิเหนายังอยู่หมันหยา ท้าวกุเรปันถึงกับสั่งตัดเป็นตัดตายอิเหนาจนอิเหนาต้องยกทัพมาช่วยดาหา
ท้าวกุเรปันมีอุปนิสัยเป็นคนฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์ แม้จะเป็นพี่ใหญ่ของวงศ์เทวาก็ตาม
6.จินตะหรา
เป็นราชธิดาของท้าวมังกัน หรือต่อมาเรียกท้าวหมันหยา มีพระนามเต็มคือ จินตะหราวาตี มีชาติกำเนิดต่ำกว่าบุษบาเพราะไม่ได้เกิดร่วมวงศ์เทวา แต่ก็เป็นหญิงที่สูงศักดิ์ เป็นคนขี้งอนมาก นางมีบทบาทเด่นในตอนต้นเรื่อง เป็นต้นเหตุให้อิเหนาตัดรอนความสัมพันธ์กับบุษบา