Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!

คนบนต้นไม้

นิคม รายยวา

สำนักพิมพ์หนังสือรูปรวี : พิมพ์ครั้งที่2,พ.ศ. 2541

151 หน้า ราคา 70 บาท

ถ้าสังเกตแค่ชื่อหนังสือ "คนบนต้นไม้ " อาจจะนึกสงสัยว่านี่เป็นนิยายเรื่องยาวที่เสนอเรื่องราวชีวิตของคนที่อาศัยบนต้นไม้ใช่หรือไม่

แต่เปิดดูจึงหายสงสัยว่า "คนบนต้นไม้" เป็นชื่อเรื่องของเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งที่อยู่ภายในเล่ม แม้ว่าฟังดูแล้วอาจเป็นชื่อเรื่องสั้นธรรมดาๆเรื่องหนึ่งแต่แท้ที่จริงในเนื้อเรื่องแฝงด้วยข้อคิดนานาประการ

เรื่องคนบนต้นไม้ เป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องสั้นที่น่าสนใจของ นิคม รายวา ที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆเอาไว้หลายเรื่อง ซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น แม้ว่าเรื่องสั้นทั้งหมดจะเคยตีพิมพ์มานานแล้วแต่เนื้อหาก็ยังทันสมัยอยู่เสมอและยังคงเป็นความจริงที่พบเห็นได้ไม่ว่าจะอยู่ในสมัยใด

เรื่องทั้งหมดได้นำมาร้อยเรียงกันอย่างเหมาะสม เรียงลำดับจากพฤติกรรมความคิดคนเราที่มีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คนแต่ละคนมีความคิด ความเชื่อแตกต่างกัน และปฏิกิริยาต่อความจริงทีเกิดขึ้นต่างกัน ทั้งยอมรับไม่ได้ และยอมรับได้

ทุกสิ่งในหนังสือเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนอะไรบางอย่าง เมื่อได้คิดไตร่ตรองดูจะทำให้รู้ว่ามีข้อคิดแฝงอยู่มาก เมื่อได้อ่านหนังสือเล่มนี้นอกจากจะได้ความสะเทือนใจแล้วยังได้ความคิดความจริงเกี่ยวกับมนุษย์ปัจจุบัน อีกทั้งยังมีการพาดพิงไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เสียดสีสังคม กล่าวถึงความสัมพันธ์ของคนด้วยกันแองและความสัมพันธ์กับธรรมชาติ ว่ามีการเอารัดเอาเปรียบกัน มีการกระทำที่ไม่ยุติธรรมแม้ในหมู่มนุษย์ด้วยกัน ประณามความโหดร้ายของสังคม เสนอว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความโหดร้ายไร้เมตตาธรรม สังคมเลวร้ายลงเรื่อยๆ และแสดงให้เห็นความเห็นแก่ตัวของคนในสังคมปัจจุบัน อีกทั้งยังได้สอดแทรกความคิดย่อย เช่น เราไม่สามารถจะรอความฝันได้อีกต่อไป จะต้องลงมือทำด้วยตัวเองจึงจะสำเร็จผล

ยกตัวอย่างเรื่อง คนบนต้นไม้ ซึ่งเป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่บรรจุในหนังสือเล่มนี้ ได้เสนอแนวคิดว่า เมื่อคนมีฐานะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเช่นอยู่สูงขึ้นกว่าเดิม ทัศนะคติ ความคิดที่เคยมีแต่ก่อนก็อาจเปลี่ยนแปลงไป เราอาจกระทำสิ่งที่เราเคยดูถูกเหยียดหยามและรังเกียจได้โดยไม่รู้สึกอะไร เหมือนเช่นเขา ที่ถูกกล่าวถึงในเรื่องนี้ เขาไม่ชอบการเบียดเบียนกันในหมู่มนุษย์เมื่อเขาอยู่บนพื้นดิน เขาอยากหลบหนีสิ่งเหล่านั้น แต่เขาก็จะเป็นผู้มาเบียดเบียนสัตว์เสียเองเมื่อปีนขึ้นถึงโพรงนก อย่างไรก็ตามผู้แต่งก็ไม่ได้บอกว่าเขาได้นำลูกนกออกมาหรือไม่ ได้ทิ้งท้ายเอาไว้โดยให้ภาพพ่อแม่นกที่กำลังโกรธ และร้องปานหัวใจจะแตกสลาย

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้กับธรรมชาติในตัวมนุษย์ เช่น ในเรื่องศึก สีเทิ้มต่อสู้กับความคิดที่เลวร้ายของตัวเอง จนสามารถเอาชนะมันลงได้

นิคม รายยวา ได้ใช้กลวิธีการเขียนให้เนื้อเรื่องมีความสมจริง ตัวละครในเรื่องต่างๆก็คล้ายเป็นผู้มีชีวิตอยู่จริง ลักษณะนิสัยเหมือนชาวบ้านธรรมดาที่มีอยู่ทั่วไป มีทั้งคนดีและไม่ดีปะปนกัน มีการพัฒนาลักษณะนิสัย อารมณ์และพฤติกรรมไปตามสถานการณ์ นอกจากนี้เหตุการณ์ต่างๆในเรื่องก็จะสามารถพบเห็นกันได้ในชีวิตจริง ผู้เขียนสื่อความคิดนึกในจิตใจของตัวละคร แสดงเหตุผลในการที่ตัวละครจะกระทำสิ่งใดได้อย่างเหมาะสม

วิธีการนำเสนอเป็นการให้บุคคลที่สามเป็นผู้เล่าเรื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบการสนทนาของตัวละครในเรื่องสลับกับบทบรรยาย บางครั้งมีการเล่าย้อนอดีตสลับไปด้วยเพื่อให้รู้จักตัวละครมากขึ้น แต่ก็ไม่มากจนเกินพอดี ภาษาที่ใช้ เป็นภาษาสนทนา ไม่เป็นทางการเสียเป็นส่วนมาก เช่น "ได้ข่าวว่างูใหญ่มากินห่านหรือ" "อือ ใส่แพลอยน้ำไปแล้ว ตัวโตจังเลย" บางครั้งก็เป็นภาษาชาวบ้านที่ห้วน ไม่ค่อยสุภาพนัก แต่ก็เหมาะสมกับตัวละคร อารมณ์และเหตุการณ์ในเรื่อง ส่วนใหญ่ตัวละครคิดอะไรก็จะสื่อออกมาตรงๆโดยคำพูด ไม่ว่าจะ โกรธ กลัว เสียใจ ฯลฯ ฉากที่ใช้มักเป็นสถานที่ที่อยู่ห่างไกลจากเมือง และไกลจากความเจริญจึงยังมีธรรมชาติหลงเหลือให้เห็นอยู่มาก แต่ผู้เขียนก็แสดงให้เห็นว่าในบางสถานที่ธรรมชาติก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เช่น สภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งสาเหตุที่แฝงอยู่ก็คือการทำลายธรรมชาติของคนกลุ่มที่ได้ผลประโยชน์นั่นเอง

เมื่อดูโดยรวมแล้วนับว่าเรื่องสั้นเหล่านี้ดีเด่นในด้านความคิดมากทีเดียว เรื่องสั้นบางเรื่องให้แนวคิดได้หลายแง่มุม ถึงจะใช้คำพูดที่เรียบง่ายแต่ก็มีความหมายลึกซึ้ง และทำให้ผู้อ่านรู้สึกสะเทือนใจได้ไม่น้อย

นอกจากจะให้ข้อคิดต่างๆแล้วยังสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย ที่ผูกพันอยู่กับธรรมชาติ มีความเรียบง่ายและพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน รวมทั้งสะท้อนคติความเชื่อบางอย่างของคนไทยที่เกี่ยวกับธรรมชาติอีกด้วย

น.ส.ศิริกุล พัฒนเตชะ

คณะอักษรศาตร์ชั้นปีที่ 1ปีการศึกษา 2543