พิจารณาเนื้อเรื่อง

จุดกำเนิดของความรักของยาหยีเกิดที่ไร่ภูตะวัน แม้ว่าครั้งหนึ่งเธอเคยถูกผู้ชายรูปหล่อหักอกมาอย่างเจ็บปวดก็ตาม แต่ที่นี่ให้ทั้งความสุข และความอบอุ่นกับเธอ ทำให้เธอเกิดความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ชื่อปิลันธน์

"สัญญานะว่า…ตราบใดที่ดอกทานตะวันยังคงบานรับพระอาทิตย์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราสองคนจะกลับมาหากันและกัน…"

จากคำสัญญาของทั้งสองที่เกิดขึ้นที่หาดตะวันรอนนี้คงจะแสดงให้เห็นแล้วว่าเรื่องยอดยาหยีเป็นนวนิยายประเภทรักโรแมนติก แต่ในขณะเดียวกันก็ได้แทรกอารมณ์ขันเอาไว้ในบางตอนจึงมีลักษณะผสมผสานกับแนวคอมมาดี้ เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนมากนัก เป็นนวนิยายที่เบาสมอง สามารถอ่านเพื่อผ่อนคลายความเครียดได้อย่างดี ให้ความรู้สึกสนุกสนาน อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

ในส่วนเนื้อเรื่องนั้นมีเค้าโครงเรื่องส่วนหนึ่งที่คล้ายกับนวนิยายเรื่องอื่นๆหลายเรื่องคือเมื่อยาหยีและปิลันธน์พบกันก็ไม่ถูกกัน ทะเลาะกัน แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทั้งสองจะต้องพึ่งพาอาศัยและช่วยเหลือกันจนมาชอบกันและสุดท้ายก็กลายเป็นความรักแต่ก็ยังมีนิลปัทม์และการบูรมาทำให้ทั้งสองเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง

เหตุการณ์ร้ายแรงในเรื่องก็นับเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญที่ทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากขึ้น จนยอมรับและเปิดเผยความรู้สึกที่มีในใจต่อกัน

ถึงกระนั้นความจำเป็นก็ทำให้ทั้งสองต้องแยกจากกันทั้งที่กำลังจะลงเอยด้วยดีแล้วก็ยังเกิดเรื่องให้เข้าใจผิดกันอีก

แต่ในตอนจบทั้งยาหยีและปิลันธน์ก็ได้พบกันและเข้าใจกันในที่สุด นวนิยายเรื่องนี้จึงเป็นสุขนาฏกรรม จบลงด้วยความสุขหลังจากที่ผ่านอุปสรรคมามากมาย

ภาษาที่ใช้มีความสละสลวย ไพเราะและมีการสรรคำที่เหมาะสมในการแต่งนวนิยาย

นวนิยายเรื่องยอดยาหยีนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงเกี่ยวกับด้านความรักด้วย ซึ่งแท้จริงแล้วเนื้อเรื่องในนวนิยายนี้อาจมีบางอย่างตรงกันกับชีวิตจริงของใครบางคนที่ผู้แต่งหยิบยกมาเป็นอุทาหรณ์ในการดำเนินชีวิตเช่นกรณีที่รัชช์ไม่รับผิดชอบต่อลูกในท้องของแจง ซึ่งผู้ชายที่ไม่รับผิดชอบเช่นนี้เห็นได้อยู่มากมายในสังคมปัจจุบัน

ตอนที่ยาหยีและปิลันธน์ไปอยู่ที่หาดตะวันรอนปิลันธน์ก็ได้เล่าถึงตำนานของหาดตะวันรอนว่า

มีสามีภรรยาคู่หนึ่งที่รักกันมาก สามีมีอาชีพหาปลา ซึ่งจะออกทะเลไปคราวละหลายเดือน มีอยู่คืนหนึ่ง ภรรยาเกิดฝันร้ายเลยไม่อยากให้สามีออกทะเล แต่สามีมีเหตุจำเป็นต้องออกไป ทั้งคู่จึงได้ปลูกทานตะวันร่วมกันไว้ และสามีก็บอกภรรยาไว้ว่า ไม่ต้องห่วง เพราะเมื่อดอกทานตะวันบาน เขาจะกลับมาหา แต่สามีไม่ได้กลับเพราะเกิดพายุ สามีถูกพัดลงทะเลไป แต่ภรรยาไม่รู้ เธอยังคอยสามีอยู่ต่อไป เพราะตราบใดที่ดอกทานตะวันยังบาน เธอก็ยังมีความหวังว่า สักวันหนึ่งคนที่เธอรักจะกลับมาหาเธอ แล้วคนที่เป็นภรรยา เธอก็ไม่รู้สึกเศร้าเสียใจด้วยนะ เพราะเธอเชื่อมั่นว่า ความรักที่สามีมอบให้กับเธอมันจะยังคงอยู่… ฤดูแล้วฤดูเล่า คนที่นี่ก็ยังเห็นดอกทานตะวันบานงดงามอยู่เสมอ

ข้อความที่เป็นตำนานของหาดตะวันรอนในเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความรักที่งดงามของสามีภรรยาคู่นี้ เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ ได้ใช้ดอกทานตะวันเป็นสิ่งแทนความหวังของคนทั้งสอง ซึ่งตำนานนี้มีส่วนทำให้ทั้งยาหยีและปิลันธน์ใช้ดอกทานตะวันในคำสัญญาเช่นกัน

มีคำพูดที่ยาหยีได้พูดไว้ในตอนจบว่า

"ตราบใดที่แสงตะวันขึ้นทางทิศตะวันออก และดอกทานตะวัน ยังคงหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ หยีจะอยู่เคียงข้างคุณลันธน์ตลอดไป"

แสดงให้เห็นว่าเธอมีความรักที่มั่นคงกับชายหนุ่มอย่างแท้จริงซึ่งความรักนั้นก่อตัวขึ้นมาท่ามกลางธรรมชาติในไร่กาแฟชื่อภูตะวัน และทั้งสองยังได้เชื่อมสัมพันธ์ให้แน่นขึ้นเมื่อยาหยีไปพักฟื้นในไร่ทานตะวันที่สวยงาม ผู้เขียนจึงได้ใช้ดอกทานตะวันมาเป็นสิ่งผูกพันใจยาหยีและปิลันธน์ไว้ด้วยกันด้วยคำสัญญา

ข้อคิดที่ได้รับ

นวนิยายเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าความรักนั้นก็มีทั้งด้วนที่สวยงามและด้านที่หม่นหมอง ขมขื่น

และเราจึงไม่ควรทุ่มเทให้กับความรักมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้หลงผิด หรือถึงกับเสียคนได้ ดังเช่นในกรณีของแจงกับรัชช์ หรืออาจทำให้เมื่ออกหักแล้วจะเกิดความเสียใจมาก

เมื่อจะตัดสินใจรักใครจริงจังควรจะคบกันและศึกษากันให้นานๆก่อนและไม่ควรจะชิงสุกก่อนห่าม ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเสียหาย

ไม่ควรจะฝังใจกับรักครั้งแรกหรือใครคนใดคนหนึ่งมากจนเกินไป เมื่อพบกับความผิดหวังมาแล้วควรจะเปิดใจให้กว้างยอมรับคนอื่นที่เข้ามาในชีวิตเพื่อทำให้ไม่จมอยู่ในความเศร้าและผิดหวังตลอดไป

ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม

แนวคิดและค่านิยม

แนวคิด

    1. คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้
    2. ลักษณะภายนอกของคนอาจเป็นสิ่งบดบังลักษณะที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใน
    3. ถ้าคิดจะรักใครแล้วจะต้องรู้จักเขาให้ดีเสียก่อนเพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง
    4. รักแท้ย่อมไม่หวาดหวั่นต่ออุปสรรคและความทุกข์ยากใดๆ ตรงกันข้ามอุปสรรคความทุกข์ยากนั้นกลับยิ่งทำให้รักกันมากขึ้น
    5. คนทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลกรรมนั้นตอบสนอง

ค่านิยม

    1. การมีครอบครัวที่อบอุ่นจะเป็นการป้องกันไม่ให้สมาชิกในครอบครัวไปทำอะไรในทางที่เสียหายหรือเป็นภัยได้ดี
    2. ความเห็นอกเห็นใจ ร่วมทุกข์ร่วมสุขและช่วยเหลือกันอาจทำให้เกิดเป็นความรักได้
    3. ผู้ชายมักคิดว่าเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบและชอบข่มเหงฝู้หญิง
    4. ความรักไม่ได้มีแค่ครั้งเดียวเสมอไป และรักครั้งแรกอาจไม่ใช่รักแท้
    5. ความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม เกิดขึ้นโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างใดๆ