Site hosted by Angelfire.com: Build your free website today!

Memory from desert

Jasmine

นเรศนั่งมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา….เขาฝันไปแน่เลย แต่พอหยิกตัวเองแล้วก็ยิ่งย้ำให้เขารู้สึกตัว
"นี่มันลักพาตัวชัดๆ" เขาลุกมาโวยกับอลัน
"ลักพาตัวสักที่ไหน ชั้นเสียเงินให้ฟราน 20,000 ปอนด์เพื่อช่วยเราออกมาเชียวนะ"
"ผมไม่ได้ขอให้คุณช่วยสักหน่อย" นเรศยังเสียงแข็งใส่ เขาไม่ทางยอมรับคำพูดของผู้ชายจิตวิปริตคนนี้หรอก
"อ้อ….นี่นะเรอะคำขอบคุณ พ่อแม่เธออบรมมาแบบไหนกัน ถ้าชั้นไม่ซื้อเรามา ป่านนี้ยังยืนอยู่ข้างถนนเร่หาผู้ชายแน่ จะบอกให้" นเรศโดนแทงใจดำจนพูดไม่ออก
เขารู้อยู่หรอกว่ากลุ่มคนพวกนี้น่ากลัวแค่ไหนถ้าอลันไม่ซื้อก็ต้องถูกบังคับให้ขายตัวไม่ก็ต้องถูกฆ่าตายแน่ แต่เขาจะไว้ใจอลันได้แค่ไหนว่าจะไม่เอาเขาไปขายต่อ ดีไม่ดีหมอนี่อาจจะเป็นหนึ่งในขบวนการค้ามนุษย์ก็ได้ จะทำไงถึงปกป้องตัวเองได้นะ…
"คุณบอกว่าให้ทำงานใช้หนี้ใช่มั้ย" นเรศตั้งคำถามทำเอาอลันถึงกับเงียบไปอึดใจ จริงอยู่หรอกว่าเขาคิดจะให้ทำงานใช้หนี้ แต่ยังไม่ได้คิดเลยว่าจะให้ทำอะไร คนใช้บ้านนี้ก็มีเยอะแล้วจะให้ไปเป็นกุลีแบกหามก็กระไรอยู่
"เอ่อ…ก็ใช่นะ…..ชั้น…??"อลันยังพูดไม่ทันจบนเรศก็ขัดคอก่อน
"ผมจะใช้หนี้ให้คุณก็ได้..แต่ว่า ผมมีข้อแม้ที่จะตกลงกับคุณก่อน "
"ว่ามา" อลันกอดอกรอดูว่าเขาจะพูดอะไร เด็กวัยรุ่นเรียนมาไม่มาก หัวคงไม่ไวพอจะคิดอะไรได้หรอกนอกจากข้อแม้หยุมหยิม
"ค่าแรงของผมคิดเป็นเงินปอนด์ตกลงมั้ย"
"ปอนด์เหรอ…ก็ได้" อลันยิ้มๆเงินของอียิตป์ก็เรียกปอนเหมือนกันยังไงก็รู้ไม่ทันหรอก
"ปอนด์สเตอร์ลิงค์ของอังกฤษ…." ผิดคาด นเรศรู้ทันอยู่ อลันถอนหายใจเฮือก
"ที่นี่อียิตป์ ต้องคิดเป็นปอนของอียิตป์สิ" เขาใช้นิสัยพ่อค้ามาต่อรอง
"ไม่ได้..ผมอยู่ลอนดอนนะ คุณลากผมมาเองเพราะงั้นต้องคิดเป็นเงินปอนด์สเตอร์ลิงค์ของอังกฤษเท่านั้น" นเรศเสียงดังเข้าใส่
"ก็ได้…คิดเป็นปอนด์สเตอร์ลิงค์ OK พอใจรึยัง" อลันแดกดันอย่างฉุนนิดๆ เจ้าเด็กคนนี้อวดดีเป็นบ้า
"ดี…ชั่วโมงละ9ปอนด์ วันละ8ชั่วโมงหลังจากนั้นคิดชั่วโมงละ12ปอนด์ หลังจาก1ทุ่มขึ้นไปคิดชั่วโมงละ15ปอนด์
ไม่มีเรื่องบนเดียงหรือเรื่องผิดกฏหมาย ไม่ล้างห้องน้ำ ไม่เลี้ยงเด็กหรือสัตว์ชนิดใดๆทั้งสิ้น 2สัปดาห์ วันหยุด1วัน
และที่สำคัญอาหาร 3มื้อ และห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวด้วย"
นเรศร่ายยาวชนิดไม่เว้นช่องไฟสักนิด อลันอ้าปากค้าง เห็นหงิมๆแบบนี้ไม่นึกว่าจะหัวหมอกะเขาเป็นด้วย
"มัน…..!!"เขาจะว่าไม่ยอมก็กระไรอยู่ ฟังจากที่พูดมาเด็กคนนี้ก็ไม่ได้โง่นัก รู้จักเอาตัวรอดพอใช้ได้
"แพงเกินไป ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ชั่วโมงละ5ปอนด์เท่านั้นหลังจาก8ชั่วโมงถึงจะคิดชั่วโมงละ9ปอนด์" เขาต่อรองตามวิสัยพ่อค้า
"นี่..ผมอายุ15เท่านั้นนะ ตามกฎหมายยังถือว่าเป็นเยาวชนอยู่คุณใช้แรงงานเด็กนะต้องเพิ่มค่าแรงเป็นการชดเชยสิ"
"อ้อ…ค่าแรงผู้ใหญ่5ปอนด์ เด็กอย่างเธอจะเอาถึง9ปอนด์ มันไม่มากไปหน่อยเรอะ"
"ไม่มาก!!" นเรศยืนยันหนักแน่น
"งั้นชั้นไปจ้างผู้ใหญ่ทำงานเก่งๆสักคนยังดีกว่าจ้างเด็กอย่างเธอ"
"ดี!!!ถ้าไม่จ่ายก็ต้องพาผมกลับลอนดอน ไม่ยังงั้นละก็….." นเรศขู่ฟ่อ
"อะไร…??" อลันถามอย่างเป็นต่อ นเรศถึงรู้สึกตัวเขาอยู่ในบ้านหมอนี่แถมอยู่อียิตป์ต่างหาก เขาจะทำอะไรได้ละกลับบ้านยังไงเงินก็ไม่มีติดตัว ถ้าเกิดหมอนี่เอาเขาไปขายอีกละ…….นเรศยืนนิ่งไปอึดใจ
"ว่าไง.."
อลันยิ้มเยาะเพราะยังไงเขาก็เหมือนลูกไก่ในกำมืออยู่แล้ว นเรศมองเขาอย่างโกรธสุดๆ
"ผมจะแจ้งความนะ!!"
นเรศนึกอะไรไม่ออกเลยว่าไปเรื่อยเปื่อยเท่าที่จะคิดออก ดูเหมือนมันจะเป็นคำพูดโง่ๆ
"ฮะฮะฮะ…"
อลันหัวเราะก้ากออกมานึกว่าจะแน่แค่ไหน อัลซาลเองก็อดหัวเราะไม่ได้
"หัวเราะอะไร!!!" นเรศทั้งโกรธทั้งอายจนหน้าแดง เขากลายเป็นตัวตลกจนได้ อลันหัวเราะจนพอใจ เขาเช็ดน้ำตาออก นึกขำอยู่หรอกแต่ก็เห็นใจเหมือนกันเนวิลพยายามปกป้องตัวเท่าที่จะมีปัญญาทำ น่าเอ็นดูดีเหมือนกันนิ..
"เอาเถอะ….9ปอนด์ก็ได้ ตกลง" อลันลูบหัวนเรศด้วยความเอ็นดูแต่นเรศยังฉุนไม่หาย
"ตกลงแล้วนะ" เขาถามย้ำอีกครั้ง
"เออ!!ตกลง ชัดเจนรึยัง" นเรศยิ้มดีใจเหมือนเขาชนะแล้ว ทำเอาอลันใจเต้นตึกแว่บหนึ่ง ไอ้หนูนี่ยิ้มสวยเหมือนกันแฮะ ทั้งรอยทั้งแววตายิ้มดีใจกึ่งขอบคุณนิดๆ เขาอยากกอดอยากลูบหัวกลมๆนี้ขึ้นมากระทันหัน นเรศหลบวงแขนเขาวูบทำเอาค้างกลางอากาศ อลันมองอย่างสงสัยเมื่อนเรศเข้ามานั่งเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานของเขาแทน
"ขอใช้คอมฯหน่อยนะครับ" นเรศว่าแล้วก็ไม่รอให้เจ้าของอนุญาต เขาเปิดหน้าจอแล้วลงมือเขียนอะไรบ้างอย่าง
"อะไร??" "ขอเวลา2-3นาที ผมกำลังร่างหนังสือสัญญา" นเรศเขียนอย่างรวดเร็วไม่กี่นาทีเขาปรินซ์กระดาษออกมา

"เอ้า…เสร็จแล้ว"
นเรศยื่นแผ่นกระดาษให้ อลันมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจเขาอ่านข้อความทั้งหมด

"ข้าพเจ้านาย อลัน แบร์สมิท อายุ30ปี ขอรับรองว่าข้าพเจ้ายินดีตกลงทำสัญญาว่าจ้าง เนวิล อายุ15ปีด้วยค่าแรง9ปอนด์สเตอร์ลิงค์ต่อชั่วโมง วันละ8ชั่วโมง
หลังจากนั้นจ่าย12ปอนด์ต่อชั่วโมง หลัง1ทุ่มขึ้นไปจ่าย15ปอนด์ต่อชั่วโมงเป็นเวลา1เดือนโดยมีข้อแม้ว่าจะไม่ให้ทำงานผิดกฎหมาย หรือใช้แรงงานอันเกินควร ไม่มีการล้างทำความสะอาดสถานที่อันเป็นสาธารณะ ที่สำคัญที่สุดคือจะไม่มีการบังคับให้กระทำใดๆอันเป็นการผิด ศีลธรรม และมนุษย์ธรรมตามหลักสากล…."
อลันมองหน้านเรศไม่รู้จะขำหรือโกรธดีนะ
"นี่มัน….หัวหมอจริงนะเรา" อลันว่าประชด
"อ่านต่อสิ…ยังมีอีกนิดหน่อย" นเรศว่า

"อนึ่งข้าพเจ้าขอให้คำมั่นสัญญาว่า ข้าพเจ้าจะไม่บีบบังคับขู่เข็นหรือกระทำการใดๆ อันจะเป็นการทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อคู่สัญญา ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือวาจา หากข้าพเจ้ากระทำผิดจากที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ข้าพเจ้ายินดีชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 100เท่าของเงินค่าจ้าง….นี่มันจะมากไปแล้วนะ!!!"
อลันฉุนขาด
"อะไร…ผมเขียนถูกต้องที่สุดแล้วนะ"
"ถูกบ้าถูกบอสิ…งี่เง่าต่างหาก" เขาว้ากใหญ่
"แล้วจะเอายังไงเล่า…คุณนะได้เปรียบผมหมดทุกอย่าง มันต้องมีอะไรเป็นหลักประกันให้ผมบ้างสิ "
"หลักประกันนะมีแน่ แต่ไม่ใช่ไอ้หนังสืองี่เง่านี่" อลันขยำกระดาษเป็นก้อนก่อนจะทิ้งลงถังขยะ
"ตาเฒ่างี่เง่า!!!" นเรศด่าอย่างเหลืออด
"เจ้าเด็กสมองไม่ครบก้อน" อลันด่ากลับ อัลซาลเพิ่งรู้ บอสเขาด่าคนอื่นก็เป็นด้วย ปกติก็สุภาพ อารมณ์ดี มาดนิ่งเป็นน้ำแข็งมาตลอด แต่ดูเหมือนกับเด็กคนนี้แล้วบอสจะน็อตหลุดได้ง่ายๆ นเรศคว้าแฟ้มที่วางบนโต๊ะขว้างใส่ ผั่วะ!!!อลันยกมือขึ้นกันไว้ทันเอกสารร่วงกระจายเต็มพื้น "ไอ้คนเห็นแก่ตัว"นเรศด่าว่าอลันพยายามไม่โกรธแล้วแต่….."อัลซาล " "ครับ" นเรศใจหายนึกว่าเขาจะสั่งให้เลขานายนี้ทำอะไร "รถจะมารับกี่โมง" เขาถามน้ำเสียงราบเรียบ อัลซาลรู้เลยว่าเขากำลังโกรธสุดๆ "เอ่อ…10โมงครับ บอสมีเวลาประมาณ…45นาที " อัลซาลเผื่อไว้อีก15นาทีกรณีวิวาทนานกว่าที่คาด "ดี!!ออกไปรอข้างนอกก่อน" อัลซาลรีบถอยออกไปข้างนอกห้อง อลันพับแขนเสื้อขึ้น นเรศเห็นก็รู้แล้วว่าเขาเอาจริง "รู้เอาไว้อย่างหนึ่งนะว่าชั้น!!….ไม่ชอบให้ใครมาด่าว่าต่อหน้าลูกน้องของชั้น " อลันว่าสายตาดุดัน นเรศถึงกับเสียวสันหลัง แย่แล้ว?? โครม!!!! อัลซาลที่ยืนอยู่หน้าห้องถึงกับสะดุ้ง อะไรนะ…แจกันรึว่าโคมไฟ เขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครเป็นคนขว้าง แต่ที่แน่ๆเจ้าเด็กนั้นต้องเจ็บตัวแน่ อัลซาลส่ายหน้าเขาออกลงไปข้างล่างคิดว่าหากาแฟดื่มฆ่าเวลาดีกว่ากรอบรูปที่แขวนไว้ข้างฝาปลิวข้ามหัวไปกระแทกฝาผนัง อลันเอี้ยวตัวหลบได้ "ไอ้โรคจิต!!!" "เจ้าเด็กปากเสีย วันนี้ชั้นจะหวดก้นนายให้ได้เลย" สองคนวิ่งไล่กันรอบห้อง ก่อนจะไล่กันไปถึงห้องนอน นเรศหลบอยู่หลังโต๊ะที่อยู่กลางห้อง เขาคว้าแจกันลายครามอันเล็กขนาดเหมาะมือกำลังเงื้อจะขว้าง "หยุดนะ อันนั้นราคาตั้งแสนเหรียญเชียวนะ นายล้างส้วม10ชาติก็ยังพอจ่ายมันด้วยซ้ำ" อลันตวาดลั่น นเรศถึงกับชะงัก…ของแพงๆอย่างงี้ขว้างลงเสียที่ไหนแต่ก็ยังถือเอาไว้ขู่ ก่อน "วางลงเดียวนี้นะ" "ไม่!! ขอโทษก่อน" "อะไรนะ…" อลันยังเดินไล่เขาไปรอบๆโต๊ะ "เมื่อกี้นายด่าชั้นว่าสมองไม่ครบก้อน ขอโทษก่อน" "จะมากไปแล้วนะ แล้วที่นายด่าชั้นว่าโรคจิตละ…ไม่ต้องขอโทษรึไง" "เรื่องอะไร…ขอโทษเดียวนี้นะไม่งั้นชั้นจะขว้างมันให้แตกเลย" อลันกัดฟันกรอดอยากบีบคอเจ้าเด็กเวรนี้ให้ตายเลย แต่แจกันนี้เขาก็ชอบมากเสียด้วย อุตส่าห์ประมูลมาราคาสูงๆโดนขว้างทิ้งแบบนี้น่าเสียดายออก "เอ้อ..ขอโทษก็ได้" เขารู้สึกว่าเสียเชิงไปอย่างบอกไม่ถูก "ว่าไงนะ" นเรศถามย้ำ "ขอโทษไง!!!วางลงได้แล้ว" อลันตวาด นเรศถึงยอมวางคิดว่าอีกฝ่ายยอมขอโทษแล้วคงใจเย็นคุยกันใหม่ได้ แต่ผิดคาด ทันทีที่ปล่อยมือจากแจกัน อลันไล่กวดเขาอีกรอบ "นี่..หยุดนะ!!!" "เรื่องอะไรทีใครทีมัน ชั้นจะหวดก้นนายให้เป็นลายเดียวกับตุ๊กแกเลย" นเรศหนีไปรอบๆโต๊ะ "ไอ้ซาดิสม์!!"นเรศเห็นท่าไม่ดีแล้วเจ้าบ้านี้เอาจริงด้วย เขาหันหลังจะหนีไปห้องทำงาน อลันโถมเข้ารวบตัวนเรศจนล้มลงบนพื้นพรม "โอ้ยย!!" นเรศร้องลั่นเมื่อโดนหักแขนพับไปด้านหลังทั้งสองข้าง อลันลากเขามาที่เตียง "รู้เอาไว้ด้วย ชั้นเกลียดคนที่พูดไม่รู้เรื่องที่สุด" เขานั่งลงบนเตียงก่อนจะจับนเรศคว่ำหน้าพาดตักเขา "ใครกันแน่ที่พูดไม่รู้เรื่อง หา!!! นายนั้นแหละ ถ้านายไม่พาชั้นมาที่นี่เรื่องมันก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้หรอก" "หุปปาก!!! ชั้นพูดอะไรนายต้องจำใส่สมอง อย่างแรกที่นายต้องจำเอาไว้ก็คือ ทุกคำพูดของชั้นนายต้องทำตามเข้าใจมั้ย" "ไม่!!เรื่องอะไร พ่อ,แม่ชั้นยังไม่เคยสั่งแบบนี้เลย นายแน่แค่ไหนถึงจะมาสั่งชั้น" นเรศเถียงไม่ยอมแพ้ อลันจับมือทั้งสองข้างของนเรศไว้ด้วยมือข้างเดียว อีกมือเงื้อขึ้นพาดลงบนก้นนิ่มๆเต็มแรง ผัวะ!!! "โอ้ยยย!!!ชั้นไม่ใช่เด็กนะถึงจะมาหวดก้นกันแบบนี้" นเรศเจ็บแสบๆคันๆรู้สึกเหมือนมีตัวอะไรวิ่งพล่านไปมาบนผิวเนื้อ "เอ้อ!!! ไม่ใช่เด็กแต่สมองเราเท่ากับเด็ก3ขวบเลย" อลันหวดก้นนเรศแรงๆไปหลายทีไม่สนใจคำด่าหรืออาการดิ้นรนใดๆ "หยุดนะ..เจ้าบ้า!!!" "ยังจะพูดอีก…ไม่รู้สำนึกเลย…พูดใหม่อีกทีสิ" อลันท้า "ไอ้หมีควาย!!"นเรศไม่ยอมแพ้ อลันก็ตีก้นเขาไปหลาย ผัวะ นเรศเจ็บจนน้ำตาร่วง ไม่เคยรู้สึกแพ้มากเท่าครั้งนี้ หมอนี่ทำเหมือนกับเขาเป็นเด็กอมมือ พ่อ,แม่เขาไม่เคยตีแบบนี้สักครั้ง อย่างมากก็เรียกไปนั่งคุยและตักเตือนเท่านั้น เขาก็ไม่เคยทำอะไรผิดให้โดนตีสักนิดแต่หมอนี่…ตีเขาอย่างไม่มีเหตุผล บังคับจิตใจกันอย่างร้ายกาจที่สุด "ว่าไงเข้าใจรึยัง" อลันถามอีกครั้ง นเรศสะอึกสะอื้นไม่ยอมเงยหน้า เขาจึงดึงให้ลุกขึ้นมานั่งบนตักเขา "ชั้นถามว่าเข้าใจรึยัง" อลันเขย่าตัวเขาแรง "เข้าใจ!!!เข้าใจ!!! เข้าใจ!!!ได้ยินมั้ย" นเรศเอ็ดใส่อลันอย่างเหลืออด เขาไม่ได้ร้องไห้โฮแต่แค่สะอื้นน้ำตาร่วงเป็นเต่าเผา สองมือคอยแต่เช็ดหยดน้ำบนออกจนเปื้อนไปหมด อลันปล่อยให้ นเรศนั่งสะอื้นบนตักเขาไปก่อนจะดึงให้มาซบไหล่เบาๆ ร่างผอมบางไม่ได้ขัดขืนอะไรนอกจากเฉยและสั่นเล็กน้อย ในห้องเงียบกริบอยู่นาน อลันนั่งเงียบปล่อยให้นเรศนั่งตักเขาไปอย่างไม่เดือดร้อน เขาไม่อยากทำแบบนี้แต่ถ้าปล่อยไปก็เสียการปกครองหมด มือของอลันวางบนปั้นเอวนเรศ ค่อยๆเลื่อนมือขึ้น พร้อมๆกับปลายลิ้นแตะที่ใบหูของนเรศเบาๆ กลิ่นสาบผิวลอยเข้าจมูก วงแขนกระชับแน่นขึ้น แม้จะไม่อยากทำเหมือนกับเป็นการตบหัวแล้วลูบหลังแต่ตอนนี้เขารู้สึกมันเขี้ยวอยากสนองอารมณ์ตัวเองขึ้นมา นเรศยังไม่ทันปรับตัวกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน เขากำลังเศร้าและใจเสีย เขาต้องการวงแขนที่โอบกอดปลอบใจ สัมผัสบนผิวกายให้ความรู้สึกหวานๆแผ่วเบาเหมือนระลอกคลื่นที่กำลังเริ่มแรงทีละน้อย นเรศถูกวางลงบนเตียงตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ น้ำหนักที่ทาบทับลงมาทำให้เขารู้สึกเบาอย่างน่าประหลาดริมฝีปากอุ่นๆที่แตะไปทั่วใบหน้าทำให้อุ่นใจ คล้ายกับมีคนที่ยังต้องการเขา "อื้อ…"นเรศท้วงเบาๆเมื่อปลายนิ้วของอลันสอดเข้าในกางเกงนอนหลวมๆ มือเขาขยับไปมาอย่างไม่เกรงใจ นเรศตั้งตัวไม่ถูกกับความเสียวซ่านที่กำลังแล่นพล่าน เขาหอบฮักสองมือเกาะไหล่อลันแน่น "อื้อ….ไม่เอา" นเรศเลื่อนมือลงพยายามดันมือเขาออก "ชูว์….อยู่เฉยๆน่า….."อลันดึงสื้อนอนเขาขึ้นไปกองเหนืออก ปลายลิ้นเล็มเลียผิวลื่นๆเหมือนรสดีนักหนา นเรศถึงกับปากสั่นรสสัมผัสหวาบหวิวมันเย้ายวนให้หลงใหลในใจเขาไม่อยากยอมรับ แต่ร่างกายมันกลับตรงข้าม สะโพกเขาแอ่นขึ้นตามมือของอลันเสื้อผ้าดูเหมือนจะเกะกะจนน่ารำคาญ อลันแทบอยากจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆด้วยซ้ำ เขาดึงกางเกงนอนของนเรศออกแล้วโยนไปมุมไหนของห้องก็ไม่ใส่ใจหรอก เขาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขามากกว่า สองมือจับปลายเท้านเรศยกขึ้น อารมรีบร้อนแกะซิบกางเกงตัวเองเกินไปทำให้ติดขัด เขาแทบจะสบถออกมาด้วยความขุ่นเคือง "บ้าชิบ" นเรศอดขำไม่ได้ที่เห็นหน้าเขาตลกจริงๆเวลาไม่ได้ดั่งใจ ต่างคนต่างสบตากันอย่างไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้น ทะเลาะกันแทบตาย เกลียดกันจะแทบอยากจะฆ่า แต่เวลานี้…กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อลันมองนเรศนิ่ง ทันทีที่แกะซิบกางเกงออก เขาลดตัวลงมาจนลมหายใจผสานกัน ริมฝีปากแตะต้องหยอกเอินขบกัดเสียเร่าร้อน ก่อนจะสัมผัสด้วยปลายลิ้น อลันกดริมฝีปากลงสอดลิ้นลงสัมผัสลิ้นของนเรศ อย่างจาบจ้วง ขณะที่เบื้องล่างมือเขาโอบรั้งสะโพกนุ่มเนียลไว้แน่นส่วนเกินของร่างกายค่อยๆจมลึกเข้าในส่วนที่ชุ่มชื้นและเปียกโชก นเรศถูกรุกล้ำถึง2ในทางเวลาเดียวกัน ในใจกำลังปั่นป่วนไปกับอารมณ์ส่วนร่างกายกลับตื่นเต้นสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ อลันกดลงจนสุดเขาแทบจะขยี้ตัวเองให้แนบแน่นลงที่สุด อาการเสียวแปล้บแล่นพล่านเขาหลับตาพริ้มอย่างสุขสม เหมือนกำลังถูกห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะยี่สีดำที่คับแคบ มันทั้งหอมหวานและเจ็บปวดจนกล้ามเนื้อเกร็งไปร่าง เขาสุขสมที่ได้จมลึกที่สุด แต่ขณะเดียวกันเส้นเลือดก็เหมือนจะปริแตก ด้วยความอัดอั้น….เขาต้องการมากกว่านี้ อลันถอนปลายลิ้นออกจากปากของนเรศ ร่างหนักๆขยับขึ้นเร็วขึ้น ใบหน้ากลมมนแดงซ่านด้วยอารมณ์พิศวาส เขาคงไม่มีวันได้เห็นใบหน้านี้ในยามปกติ ดวงตาที่มองเขาฉ่ำเยิ้มเต็มไปด้วยราคะ ริมฝีปากชุ่มชื้นที่เผยอน้อยๆคล้ายจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ไม่พูด อลันยึดสะโพกกลมกลึงไว้ในตำแหน่งที่เขาต้องการ ก่อนจะกระชากตัวเองออกอย่างแรง "โอ๊ะ!!!…."นเรศสะดุ้งเฮือกเขาผวาตามแรงฉุดกระฉากของอลันวูบเดียวเขาลอยอยู่บนฟ้าที่แสนหวาบหวิว ฉบับพลันก็ถูกพลักดันดิ่งลงกระแทกลงสู่พื้นเต็มแรง นเรศน้ำตาเล็ดไม่รู้ตัว ร่างกายผวาขึ้นเต็มเหยียด เขาไม่รู้ว่าเขาเปล่งเสียงร้องออกมาแบบไหน แต่มันออกมาจากส่วนที่ลึกของร่างกายเขา มันถูกชำเราจนแทบไม่มีชิ้นดี "ฮ้าาาาโอ้อออ…โอ้อออออ!!! " นเรศร้องแทบจะสุดเสียง สองมือกอดรัดอลันแน่น "ซี้ดดดด…อาาาาา….โอ้ววว"ร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนเคลื่อนไหวดุดันเหมือนกระทิงเปลี่ยว อลันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรุนแรงขนาดนี้ แต่ก็ห้ามอารมณ์ไม่อยู่ ทุกครั้งที่จ้วงลงลึกเขารู้ว่านเรศรับได้จังหวะจะโคนตอบโต้กันอย่างถึงที่สุด ต่างฝ่ายต่างสนองอารมณ์กันไม่รู้จบ เกมครั้งนี้ไม่มีใครแพ้ใครชนะจริงๆนอกจากความอิ่มเอมที่ต่างตักตวงกันเต็มอิ่ม อัลซาลเข้ามาถึงหน้าห้องเจ้านายประตูไม่ได้ล็อคไว้แค่งับไปเฉยๆเขายกมือจะเคาะอยู่แล้ว "โอ้….อาาาา อ้าาาาา " เสียงดังออกมาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อัลซาลลังเลอยู่ว่าจะเรียกดีมั้ยแต่จากฟังเสียงแล้วเขาคิดว่าคงจวนแล้ว อีกสัก5นาทีคงพอ อัลซาลออกมาข้างนอกเขาปิดประตูอย่างเบามือที่สุด 20กว่าปีที่ผ่านมาเจ้านายเขาหิ้วแต่สาวๆมาหลายสิบคนนานที่สุดก็3เดือน เร็วที่สุดก็1สัปดาห์ แต่นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่หิ้วเด็กหนุ่มมาเขาในฐานะลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ถามและไม่สนใจอยู่แล้วยุคสมัยนี่…เอาอะไรมากละ จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็เหมือนกันแหละเจ้าหนูนี่..จะอยู่สักได้สักกี่วันนะ….น่าสนุกดีเหมือนกันนี่…. เวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่านเรศจะรู้สึกตัวเท้าเขาก็แทบไหม้ แดดแรงยามบ่ายส่องลอดเข้ามาในห้องลามเลียโดนปลายเท้าเขาจนร้อนผ่าว เขาลูบนิ้วเท้าตัวเองเบาๆความเงียบเชียบบอกได้ว่าเขาอยู่ตามลำพัง เจ้าหมีบ้านั้นคงออกไปทำงานแล้วละมั่ง บ้านช่องใหญ่โตแบบนี้แสดงว่า มีการมีงานที่มั่นคงไม่น้อย หมอนั้นไม่ใช่ประเภทเศรษฐีกินดอกแบงค์เท่านั้นหรอก นเรศลุกกระย่องกระแย่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระคราบไคล พอโดนน้ำอุ่นๆเท่านั้น "อูยย….แสบโว้ย" นเรศหนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างเลือดเป็นลิ่มไหลลงตามขา ดีที่เลือดออกไม่มาก อาการช้ำที่ปั้นท้ายไม่เบาเลย นเรศอาบน้ำใส่เสื้อคลุมออกมาข้างนอกยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโมโห เจ้าหมีบ้าทำแสบดีนัก…คอยดูเถอะวันพระไม่มีวันเดียวหรอก ถึงจะโกรธอลันยังไงก็อดนึกถึงตอนเช้าที่อยู่บนเตียงไม่ได้ เขาร้องเสียจะเป็นจะตาย แถมกอดเจ้าหมีนั้นเสียแน่นเลย…แค่คิดก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว นเรศออกมาที่ห้องทำงานของอลันได้เขาเห็นคอมฯบนโต๊ะทำงาน อินเตอร์เน็ต?? จริงด้วย เจมส์ก็มีอินเตอร์เน็ตนี่นา อีเมล์ขอให้เขาช่วยเหลือดีกว่า "อะแอ่ม"เสียงหนึ่งขัดจังหวะ นเรศยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้เลย ชายชราหน้าตาพื้นๆผิวคล้ำแต่งกายตามแบบชาวอียิตป์ทั่วไป โผ่ลมาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เขาถือถาดเงินใส่อาหารมาให้ แม้หน้าตาจะดุเหมือนโจรแต่แววตากลับเป็นมิตรมากกว่า "คุณจะใช้ของบนโต๊ะคุณท่านนี่…..ขออนุญาติท่านรึยังครับ" เขาถามเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงชัดเจนทีเดียว นเรศอ้าปากยังไม่ได้ทันจะได้โกหกเลย "คุณท่านไม่ชอบให้ใครมายุ่งย่ามของบนโต๊ะทำงานนี่…เคยมีเด็กรับใช้หวังดีมากไปหน่อยเดียวเองท่านสั่งเฆี่ยนเสียหลังลายทีเดียวแหละครับ" ชายชราพูดพลางฉีกยิ้มเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา นเรศถึงกับคอแข็งพูดอะไรไม่ออก เจ้าหมีนั้นร้ายกาจขนาดนี้เชียวรึ "ถ้าคุณจะใช้ละก็ขออนุญาติท่านก่อนดีกว่าครับ หิวรึยังครับผมยกอาหารมาให้แล้ว" พูดถึงตอนนี้นเรศหิวขึ้นมาทันที ถาดเงินยกมาวางบนโต๊ะรับแขกใกล้ๆ "ตามสบายนะครับ ทานเสร็จแล้วดึงเชือกที่อยู่ข้างฝามันเป็นกระดิ่งในห้องครัวเขาจะขึ้นมาเก็บถ้วยชาม ด้านนี้มีเครื่องเสียง TVก็อยู่ทางโน้นนะครับ มีอะไรก็เรียกใช้ได้เลย" มือผอมแห้งชี้ไปมาบอกตำแหน่งให้เขารู้หมด ที่พูดมาทั้งหมดแสดงว่าไม่ให้เขาไปไหนละสิ ก็จริง….อย่างเขาจะหนีไปไหนได้ละ นเรศนึกในใจ เขาหย่อยก้นนั่งลงแล้วต้องผวาเฮือก เจ็บอย่าบอกใครเลย "เป็นไรไปครับ อยากได้อะไรรึเปล่า" ชายชราหันมาถาม "ครับ….ผมขอกระเป๋าน้ำร้อนหน่อย" "ได้ครับ" ชายชราออกไปจัดการตามที่ขอ นเรศนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองอีก ทำยังไงถึงจะกลับอังกฤษได้นะ นเรศคิดซ้ำคิดซาก…… อลันกลับมาถึงบ้านก็ดึกแล้ว วันนี้ทั้งวันเคลียงานที่คั่งค้างในบริษัทรวดเดียวหมด มีใครทำอย่างเขาได้บ้างนี่ ตอนแรกนึกว่าเรื่องใหญ่โต ที่ไหนได้พอเขาโผล่มาบริษัท ปัญหาเรื่องราวต่างๆเหมือนกับโดนพัดหายไปกับลม ดูเหมือนเขาต้องเข้มงวดมากกว่านี้เสียแล้ว "กลับมาแล้วหรือครับท่าน กาแฟหน่อยมั้ยครับ" พ่อบ้านเข้ามาถาม "อืมย์….เอ่อแล้วเด็กคนนั้นละ" "ปกติดีครับ ว่านอนสอนง่ายดีด้วย" อลันนึกแปลกใจวูบหนึ่งนึกว่าจะฤทธิ์มากเสียอีก สงบเสงี่ยมผิดปกติแฮะ เขานั่งรอไม่ไหวถึงลุกขึ้นไปดูในห้องนอนนเรศนอนคว่ำดูTV อยู่ กระเป๋าน้ำร้อนวางบนสะโพก พอเห็นเขาเข้ามาในห้องก็รีบลุกขึ้นทันที "ไง….เป็นไงบ้างละ" อลันเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับนเรศ "ก็ไม่เป็นไร….คุณไปทำงานมาเหรอ" อลันพยักหน้ารับเขารู้สึกว่านเรศเซื่องซึมไปหน่อย "เหนื่อยหรือเปล่า" เขาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ รู้สึกชอบแฮะเวลาถูกถามแบบนี้ "ถามทำไมกัน" เขาย้อนถามไป "เปล่า….นี่มันดึกแล้วถ้าคุณเหนื่อยก็ไว้พรุ่งนี้ดีกว่า" นเรศบอกเสียงเบาเหมือนเสียงกระซิบ อลันดูสีหน้าอาการเนือยๆของนเรศแล้ว ดูเหมือนเขากำลังซึมอยู่ในสภาวะเดียวกับสัตว์ป่าที่ถูกขังกรง กำลังจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป…..แบบนี้ก็ไม่สนุกนะสิ "มีอะไรก็ว่ามาเลยดีกว่าชั้นกำลังรอฟังอยู่" อลันยกขาขึ้นไข้วห้าง รอฟังท่าทีความคิดอ่านของนเรศไปก่อน…. "เอ่อ……เมื่อเช้า…ไม่สิ….คือผมคิด..คิดมาหลายๆครั้งแล้ว……..ผมอยากต่อรองกับคุณสักหน่อย" นเรศว่าตรงๆ "แบบไหน??" "คุณอยากให้ผมทำอะไรละ คู่นอน,เพื่อนเล่น หรืออะไรก็ตามแต่…ผมตกลง" เหมือนจะยอมง่ายมันไม่ได้ทำให้อลันตื่นเต้นสักเท่าไร "แต่!!…" นเรศย้ำออกมา "ผมขอให้คุณส่งผมกลับลอนดอนในวันพรุ่งนี้" เขาไม่วายปล่อยหมัดเด็ดออกมา "อืมย์….มันออกจะ…รับไม่ได้แฮะ" อลันยังไม่อยากปล่อยนเรศไปตอนนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เขาทิ้งคนๆนี้ไม่ลง "คุณสมิท" "อลัน!!"เขาแก้คำทำให้นเรศต้องปรับตัวใหม่ "คุณอลัน…ผมเพิ่ง15 ยังเรียนหนังสืออยู่และมีพ่อแม่รอผมกลับบ้าน…ผมไม่เหมือนคุณ ไม่ได้ใช้ชีวิตโดดเดี่ยว ….ผมตามใจคุณเพื่อแลกกับการได้กลับไปในที่ที่ของผม…ก็แค่นั้น" นเรศเสนออย่างหมดเปลือก อลันต้องคิดหนัก เรื่องนี้มันปวดหัวยิ่งกว่างานที่บริษัทเสียอีก….เขามองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าในใจกำลังว้าวุ่น….ที่พูดมาก็ทำให้เขาใจอ่อนไปกว่าครึ่งแล้ว "ชั้น….ไม่ใช่คนพูดไม่รู้เรื่องหรอกนะ….แต่…..จะให้ยอมรับง่ายๆโดยไม่มีหลักประกันเลยรึไง" "ก็ตามใจคุณสิ…จะหนังสือสัญญาหรืออะไรก็ตามแต่….ผมมีสัจจะและตัวผมเป็นประกันเท่านั้น" อลันคออ่อนอย่างหมดแรงดูเหมือนเขาไม่มีทางเลือก อะไรสักนิด แค่คำพูดกับท่าทีซื่อๆแบบนี้ก็ทำให้เขาใจอ่อนแล้ว หากไม่ยอมก็เหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กเกินไป ระดับอย่างเขาเงินทองมีมากมาย ซื้อใครก็ได้ ชุบเศษดินให้เป็นทองมามากมายหลายคนไฉนเลยจะต้องมาเจอเด็กเมื่อวานซืนที่มีข้อแม้ไม่เหมือนใคร หากจะคิดกลับกันเขาก็ยังได้เปรียบเรื่องเวลาแม้ต้องยอมถอยไป1ก้าวก็ยังดีกว่าเสียไปทั้งหมด…… "หากชั้นเอ่ยว่า ตกลง เธอคงจะดีใจสิ" "แค่ยินดีเท่านั้น" นเรศว่าน้ำเสียงราบเรียบอลันรู้ว่าเขาพูดจากใจจริง "เฮ้อ….ไม่อยากพูดหรอกนะแต่ชั้นก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะบอก No ……ก็ได้…ชั้นตกลง พรุ่งนี้ชั้นจะส่งเธอกลับลอนดอน" รอยยิ้มน้อยๆปรากฏร์ให้ได้เห็นอลันยิ้มตอบเขาไม่รู้ว่าตัวเองคิดผิดหรือเปล่าที่ตัดสินใจเช่นนี้แต่เขาแคร์ความรู้สึกของนเรศมากกว่า "เธออยู่หอพักหรืออยู่กับครอบครัว" "อยู่หอพัก..พ่อแม่ผมอยู่กรุงเทพฯ…..คุณคงไม่รู้จักหรอก ผมต้องเรียนที่ลอนดอนอีกอย่างน้อยก็2-3ปี" "อืมย์…งั้นชั้นจะหาบ้านพักให้….. เธอไปเรียนได้ตามปกติแต่ต้องกลับบ้านทุกวันจนกว่าเธอจะเรียนจบ นี่เป็นเงื่อนไขของชั้นว่าไง" "นี่….จะเลี้ยงผมเป็นบ้านเล็กเลยงั้นเหรอ" นเรศว่าประชด "ชั้นยังไม่มีภรรยา…เพราะงั้นเธอก็ยังไม่ใช่บ้านเล็กหรอก" นเรศหัวเราะเยาะปากว่าไม่ใช่แต่พฤติกรรมนะใช่ยิ่งกว่าอะไร อลันลุกขึ้นเขาดึงแขนนเรศให้ลุกตาม "ดึกแล้ว……เด็กๆไม่ควรนอนดึกเกินไปนะรู้มั้ย" "ไม่ต้องพูดดีเลย…..เมื่อตอนอยู่โรงแรมนะใครกันที่ทำให้ผมแทบไม่ได้นอนทั้งคืน" "ก็ตอนนั้นเธอดื้อนักนี่นา อาละวาดขนาดนั้นใครมั่งจะอดไหว" อลันดึงผ้าคลุมเตียงออกให้นเรศขึ้นเตียงก่อนเขาถึงสอดตัวเข้ามานอนด้วย "นี่..ไม่อาบน้ำเหรอ" "ขี้เกียจแล้ว พรุ่งนี้ค่อยอาบ" อลันปิดไฟทุกสิ่งทุกอย่างมืดมิด วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดเขาหลวมๆ แม้ไม่ชอบนักแต่มันอุ่นนเรศหลบตาลงปล่อยให้ความง่วงมาครอบงำ กลิ่นเหงื่อจางๆและเสียงหัวใจเต้นแรงทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะอะไรน้า….เขาถึงได้ไว้ใจอลัน ทั้งที่ไม่รู้จักเขาดีนัก….ไม่รู้สิ….เขารู้แต่ว่าคนๆนี้จะไม่ผิดคำพูด และวงแขนนี้จะปกป้องเขาได้… 13.12นาที วันต่อมานเรศมีโอกาสสูดกลิ่นลมเย็นบนลานสนามบินเล็กๆห่างจากลอนดอนไปครึ่งไมล์ อลันมากับเขาด้วยเครื่องบินส่วนตัว เขาดีใจทั้งตื่นเต้น แค่3วันที่หายเหมือนได้หายไปเป็นปีอาการตื่นเต้นของนเรศทำให้อลันอารมณ์ดีไปด้วย รถรีมูซีนมารอรับพวกเขาออกจากสนามบิน "ไปส่งผมที่โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ก่อนนะครับ" นเรศขอไว้ก่อน" ทำไม….ไม่อยากไปดูบ้านก่อนหรือ" "ผมอยากไปหาเจมส์…เขาคงแจ้งความว่าผมหายไป…ถ้าไม่รีบกลับไปเขาอาจจะแจ้งสถานทูตแล้วก็ได้" คำพูดของนเรศทำให้อลันชักไม่พอใจ กลับมาไม่ทันไรก็พูดถึงคนอื่นได้อย่างสนิทสนม….มันน่านัก….เขาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล "คาล..ไปเซนต์ปีเตอร์ไฮลคกูล" อลันบอกคนขับน้ำเสียงกระด้างจนนเรศรู้สึกได้ เขาพูดอะไรผิดหรือไงถึงอารมณ์เสียขึ้นมา เขาอยากถามแต่ก็เฉยเสีย รถรีมูซีนแล่นมาจอดในเขตหอพัก ช่วงบ่ายนักเรียนบางส่วนไม่ได้เรียนจึงได้มีโอกาสเห็นรถคันหรูเข้ามา มีนักเรียนไม่กี่คนที่รวยพอจะมีรถส่วนตัว "เนวิล!!"เจมส์นั่งคุยอยู่กับเพื่อนในสวนเขาเห็นนเรศลงจากรถมาเขาก็รีบโผเข้ามาหา "เจมส์"สองคนกอดกันแน่นจนทำให้ผู้ที่นั่งอยู่ในรถไม่พอใจ "นายหายไปไหนมา…หา?? ชั้นตามหานายเสียให้ทั่วเลยรู้รึเปล่า พ่อชั้นก็แจ้งความแล้วด้วย" เจมส์ผละออกมาก็ถามถี่ยิบ "โทษทีนะ….เกิดเรื่องตั้งมากเลย….ชั้นจะเล่าให้ฟังทีหลังว่าแต่อาจารย์เขารู้เรื่องหรือเปล่า นายแจ้งไปสถานทูตรึยัง" "ยังเลย อาจารย์เขาบอกให้รอดูสักอาทิตย์หนึ่งก่อน…นายกลับมาก็ดีแล้ว ไปหาอาจารย์กันเถอะ" เจมส์ว่าเขาเหลือบไปเห็นอลันลงจากรถมา นเรศหันมามองอลันเขายังไม่ได้คิดเลยว่าจะแก้ตัวว่ายังไงดี…อาจารย์รู้เรื่องที่เขาหายไป อลันได้ยินที่คุยกันแล้ว "ห้องผู้อำนวยการอยู่ที่ไหน..เดียวชั้นจะไปคุยเอง เราเก็บข้าวของซะ คุยเสร็จแล้วจะได้รีบขนของไป" เขาพูดน้ำเสียงราบเรียบเป็นการเป็นงาน "เอ่อ….อลันนี่เพื่อนผม เจมส์ นอร์ตัน นี่….คุณอลัน แบร์ สมิท เขา…..เขา…เขาเป็นผู้ปกครองชั้นนะ" นเรศแนะนำสองคนจับมือทักทายกัน เจมส์มองอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักเนวิลที่เขารู้จักมีฐานะปานกลางเท่านั้น เขามีผู้ปกครองที่รวยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน "ผู้อำนวยการอยู่ตึกข้างหน้า…แน่ใจเหรอว่าผมไม่ต้องไปด้วย" นเรศถาม อลันอาสาออกหน้าแทนเขาก็รู้สึกสบายใจหน่อยที่ไม่ต้องหาข้อแก้ตัว "อยู่ที่นี่แหละ เก็บข้าวของซะอีกครึ่งชั่วโมงจะมารับ" อลันว่าเขาขึ้นรถออกไปปล่อยให้นเรศอยู่ตามลำพังกับเจมส์ "มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย….นายจะย้ายไปไหนกัน" เจมส์ถาม"เดียวจะเล่าให้ฟัง" นเรศตอบสั้นๆเขากลับขึ้นไปในห้องเก็บข้าวของไปเล่าให้เจมส์ฟังไปด้วย "เหลือเชื่อเลย….เขาเป็นเพื่อนกับพ่อนายที่บังเอิญเจอกันหรอกเหรอนี่" เจมส์เชื่อเรื่องที่เขาโกหกสนิทใจ "อืมย์….โชคดีนะที่เขาช่วยเอาไว้ทันไม่งั้นป่านนี้ยังอยู่ในซ่องนั้นเลย" นเรศหอบหนังสือลงในกล่องจนเต็มเสื้อผ้าอะไรเขาเก็บหมดแล้ว "เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะชั้นเป็นต้นเหตุนะ….ขอโทษด้วยจริงๆ" "ชั้นไม่โทษนายหรอก…นายนะต้องระวังตัวหน่อยนะ ชั้นห่วงว่าพวกนั้นจะจ้องจับนายอีก" "ชั้นจะระวังตัว" สองคุยกันไม่ทันไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น "ครับ"เจมส์เปิดประตู เป็นคนขับรถขึ้นมาตาม "เรียบร้อยหรือยังครับ" "ครับ..ช่วยยกกล่องนี้หน่อย" นเรศมองไปรอบๆห้องไม่มีอะไรแล้วรู้สึกใจหายเหมือนกันที่ออกจากที่นี่ไป "ไปนะ…พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน" "อืมย์"เจมส์ตบไหล่เพื่อนเบาๆรู้สึกว่ามันกระทันหันจนน่าแปลก แต่เขาก็ไม่รู้จะท้วงยังไง รถคันหรูพาเขาทั้งสองมาที่บ้านหลังหนึ่ง นเรศมองตัวบ้านอยู่ในย่านร้านค้าหาซื้ออาหารได้สะดวกไม่ไกลจากโรงเรียนด้วย ถ้ามีจักรยานก็คงดี รถคอนเทรนเนอร์ที่จอดหน้าบ้านพนักงานกำลังขนฟอร์นิเจอร์เข้าข้างใน นเรศหันมามองอลัน "เตรียมเสียพร้อมเลยนะ บ้านของคุณเหรอ" "อืมย์..ซื้อไว้แล้ว" อลันสะกิดให้เขาตามไปสองคนมานั่งรอในร้านกาแฟฆ่าเวลา นเรศมานึกๆดูแล้วเขาไม่ได้รู้จักอลันดีเลย เท่าที่ดูก็รู้ว่าหมอนี่รวย….รวยมากขนาดนี้เขาทำงานอะไร…ถูกกฎหมายหรือเปล่านะ "อลัน" "หือ??" "คุณ….ทำงานอะไรเหรอ" "ทำไมสนใจขึ้นมารึไง" นเรศหัวเราะหึเยาะเย้ยกับน้ำเสียงยียวนของอลัน "ผมสนใจแค่ว่าคุณทำงานถูกกฎหมายหรือเปล่าเท่านั้น ไม่อยากมีปัญหาทีหลังเดียวอยู่ดีๆมีตำรวจมาถามแล้วจะได้ตอบถูก" "นี่ๆๆ ปากหาเรื่องจริง ถ้าทำไม่ถูกกฎหมายแล้วจะมีถึงขนาดนี้เรอะ ชั้นมีบริษัทค้าน้ำมันและสโมสรฟุตบอลที่นี่กับที่ฝรั่งเศล"นเรศร้องอ้อในใจ "ชั้นว่าเราน่าจะเรียนรู้กันสักหน่อย"อลันเอ่ยขึ้นมาก่อน"เพื่ออะไร" "การอยู่ร่วมกันไง….บอกตรงๆนะชั้นอยากให้เราอยู่กันอย่างเพื่อนหรือเป็นหุ้นส่วนกัน" "น่าดีใจจังที่ได้ยินคุณพูดแบบนี้" นเรศยิ้มเยาะทำให้อลันต้องเปลี่ยนท่าทีใหม่ ถ้าเขาพูดไม่ระวังละก็นเรศจะใช้เป็นข้ออ้างได้ "ชั้นไม่ได้หมายความอย่างนั้น….คือชั้นอยากให้เธอทำตัวสบายๆเหมือนตอนที่อยู่หอพัก ชั้นรู้นะว่าเราไม่เคยไว้ใจชั้น…เราสองคนก็เหมือนคนแปลกหน้า ที่มีข้อผูกมัดกัน ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนี่ชั้นอยากให้เราใช้เวลาคุ้นเคยกันให้มากกว่านี้จะเริ่มจากการเป็นเพื่อนหรืออะไรก็ตาม ว่ายังไง…." "ถ้าคุณว่ายังงั้นก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ เพียงแต่….การที่จะให้คนเราเข้าใจกันและกันได้ก็มีขอบเขตและให้เกรียติในการตัดสินใจไม่ใช่หรือ… ผมไม่ชอบที่จะเป็นที่ระบายอารมณ์ของใคร คุณจะให้เกรียติในตัดสินใจของผมได้หรือเปล่า" เอาแล้วไงแค่ยกแรกในการเริ่มต้นเขาก็ทำท่าจะแพ้เสียแล้ว อลันเอาถูแถวๆขมับอย่างครุ่นคิด เขาเป็นถึงผู้บริหารระดับพันๆล้านจะมาแพ้เด็กได้ไง "แน่นอน…ชั้นไม่ละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลหรอก ถ้าเธอไม่อนุญาติก่อน" อลันว่าทิ้งท้ายนเรศคิดว่าอลันยอมรับข้อเสนอเขาก็ดีใจแล้ว จะว่าไปอลันก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลพอตัวแม้จะมีวิสัยพ่อค้าไปหน่อยก็เถอะ นเรศรู้สึกดีใจไม่น้อยที่เขาเจออลันมากกว่าที่จะเจอคนอื่น "เอาเถอะ นี่เป็นวันแรกที่ได้มาอยู่ร่วมกันชั้นจะซื้อแชมเปญมาดื่มฉลองกัน เราไปเลือกดูอาหารที่ชอบสิ " อลันจ่ายเงินค่ากาแฟ "ก็ได้…คุณทานหมูรึเปล่า" "ทานสิ…อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้เลย" อลันให้เงินทั้งกระเป๋านเรศแยกไปซื้อของในห้างใกล้ๆโดยไม่ทันเฉลียวใจ "ขอแคชกล่องหนึ่ง"อลันแวะร้านขายยาใกล้ๆ คนขายมองหน้าแว่บหนึ่งก่อนจะหยิบให้ ส่วนใหญ่ผู้ชายชอบซื้อไว้ใช้กับกิจกรรมบนเตียงอยู่แล้ว "นี่ครับ…สนใจกันฝนรุ่นใหม่มั้ยครับ" คนขายเสนอขึ้นมา"อืมย์ แบบไหน" "แบบมีปุ่มรุ่นใหม่รับรองสนุกแน่ นี้ขายดีที่สุดเลยครับ แฟนผมยังชอบเลย" "ก็ดี"อลันยิ้มน้อยๆ เขาพูดไว้แล้วว่าถ้านเรศไม่อนุญาติเขาก็ไม่ล้ำเส้นแต่ถ้านเรศอนุญาติละก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อลันหัวเราะในใจอย่างเจ้าเล่ห์ นเรศแวะเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตคิดว่าจะซื้ออะไรทานหน่อยแต่ก็หยุดคิดแว่บหนึ่งแค่3วันที่หายไปเขาคิดถึงบ้านเหลือเกิน เขาน่าจะโทรไปบ้านสักนิด นเรศใช้เงินในกระเป๋าของอลันซื้อบัตรโทรศัพท์ทางไกลในห้างผู้คนพลุ่กพล่านตู้โทรศัพท์ก็ต้องรอคิว นเรศยืนรอได้ครู่เดียวก็ได้กลิ่นบุหรี่จากแถวข้างๆเขา ผู้ชายที่ดูแว่บเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นกุ้ยข้างถนน ถึงจะตัวสูงล่ำก็เถอะแต่ห่วงที่เจาะตามร่างกายทั้งปาก,จมูก,ใบหูเรียงเป็นตับเลยแถมร้อยสักลายทั้งตัว "คุณครับ ที่นี่เขตห้ามสูบบุหรี่นะครับ"นเรศเตือนทั้งที่คนอื่นๆไม่กล้า นักเลงอังกฤษหันมามองตาดุเขากำลังจะอ้าปากพูดแต่กลับหยุดกึก สายตาที่มองมาเหมือนไม่เชื่อสายตาคนที่อยู่ข้างหลังนเรศสะกิดให้เขารีบโทรศัพท์ นเรศเลยไม่ใส่ใจรีบกดเบอร์โทรไปกรุงเทพฯได้คุยแค่2-3ประโยค เขาก็สบายใจแล้ว หลังโทรศัพท์เขาก็ตะเวนซื้อของประเภทอาหารสำเร็จรูป เขาไม่ทันสังเกตว่านักเลงคนนั้นตามหลังเขามาเรื่อยๆ แซม คาร์เตอร์ มองอย่างข้องใจเขาว่าเขาจำเจ้าเด็กคนนี้ได้ คนที่เขาจับผิดตัวกับลูกเศรษฐีบิล นอร์ตัน ตอนนั้นเขาใช้เทปปิดตาเจ้าเด็กนี้เอาไว้ แต่เขาจำส่วนอื่นๆได้ทั้งรูปหน้า,ทรงผมโดยเฉพาะเสียงเขาจำได้แม่น เจ้าเด็กนี้น่าจะอยู่ในซ่องของฟรานทำไมออกข้างนอกได้..เขาตามไปห่างๆ "ช้าจัง.."อลันบ่นเขายืนรออยู่สองคนเดินหายเข้าไปในบ้านไม่ห่างจากห้างสรรพสินค้านัก แซมยืนมองจนแน่ใจว่าอยู่ที่นี่จริง "เหอะ….ที่แท้ก็มีไอ้แก่เลี้ยงเป็นตัวเป็นตนนี่เอง" แซมดีดบุหรี่ทิ้งก่อนจะกดมือถือไปหาพวกพ้อง มีลู่ทางหาเงินง่ายๆแบบนี้ปล่อยไปได้ไง อาหารมื้อแรกในบ้านใหม่ทำให้นเรศรู้สึกสบายใจมันเหมือนได้อยู่บ้าน มีห้องครัวโล่งๆมีโต๊ะได้นั่งทานอาหารสบายๆมันดีกว่าอยู่หอพักมากเลย "หือ….น่ากินดีนี่" อลันมองหมูอบน้ำผึ้งอาหารเย็นมื้อนี้เยอะเต็มโต๊ะไปหมด "ขอโทษนะ..ซื้อเพลินไปหน่อย" "ไม่เป็นไร เยอะๆแบนี้ก็ดีนะ….ดูๆไปนี่เราน่าจะเป็นลูกคนเดียวรึไม่ก็ลูกคนเล็กใช่มั้ย"อลันเดา "ทำไมคิดแบบนั้นละ" "ก็ของที่ซื้อมีแต่เนื้อนะสิ ไม่มีผักเลยเขาว่าเด็กๆมักไม่ชอบกินผัก ยิ่งลูกคนเล็กของบ้านนี่ยิ่งถูกตามใจมาก พออยู่คนเดียวก็อยากตามใจปากใช่มั้ย" "คุณนี่อ่านคนเก่งเหมือนกันนี่" "แสดงว่าถูกใช่มั้ย" บรรยากาศในห้องอบอุ่นขึ้นเมื่อต่างฝ่ายลดการวางท่าลงและเริ่มเป็นมิตรมากขึ้น "ผิดต่างหาก บ้านผมมี4พี่น้อง ผมเป็นลูกคนที่3" "เป็นงั้นไป" อาหารมื้อเย็นอร่อยกว่ามื้ออื่นๆ นเรศรู้สึกได้สนุกและผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดอย่างวันก่อนๆ อลันก็ดูดีกว่าเมื่อวาน พอไม่ตั้งท่าใส่กันก็แค่ผู้ใหญ่ที่ขี้เล่น พูดมากและมีอารมณ์ขันคนหนึ่ง รอยยิ้มของเขาดึงดูดสายตาได้อย่างประหลาด "เนวิล ดื่มไวท์มั้ย" "ครับ" ไวน์สีแดงรินลงในแก้วคริสตันใบสวยยามต้องแสงไฟมันสวยเหมือนทับทิมเม็ดงาม นเรศยกขึ้นดมกลิ่นหอมจางๆ "เอ้า…ฉลองที่เรามาอยู่ร่วมกัน" อลันชนแก้วเขาเบาๆนเรศไม่ได้คิดอะไรมากเขาจิบนิดหน่อยพอรับรู้รสแล้วเขาก็ดื่มต่อจนหมดแก้ว อลันยิ้มๆเขาผสมไปแค่ครึ่งเม็ดเท่านั้นไม่ถึง10นาทีก็คงรู้ผล…"เอ่อ…ชั้นจะเก็บจานก่อนเราไปอาบน้ำเถอะ" "ผมทำเองดีกว่า" "น่า…ชั้นทำเดี้ยวเดียวเอง ไปอาบน้ำแล้วลงมาดูTVด้วยกันนะ" ท่าทีง่ายๆสบายๆแบบนี้นเรศก็คิดว่าตามใจเขาดีกว่า "งั้น…ผมไปอาบน้ำก่อนนะ" "อืมย์" พอคล้อยหลังนเรศอลันรีบเก็บกวาดโยนของที่เกินเหลือเข้าตู้เย็น ถ้วย,จานก็ทิ้งไว้ในเครื่องล้างจานก่อน ไฟในห้องนั่งเล่นก็เปิดสลัวๆไว้ อลันแอบยัดถุงยางไว้ในซอกระหว่างเบาะบนโซฟาเขาไม่เคยทำยังกะหนุ่มน้อยที่จะแอ้มสาวในคืนแรกมาก่อน อลันฉีดน้ำยาดับกลิ่นปาก แม้จะช่ำชองมานานแต่วันนี้เขาตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกไม่คิดเลยว่าตัวเองจะใช้วิธีนี้ แต่มันทำให้เขารู้สึกกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง นเรศถอดเสื้อผ้าลงในตะกร้าในห้องน้ำ อยู่ดีๆก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาเขาคิดว่าคงผิดอากาศ อยู่อียิตป์มา3วันร่างกายคงคุ้นกับอากาศร้อนแล้ว แต่ที่นี่อากาศเย็นเขาคงยังไม่ชิน นเรศเปิดน้ำร้อนแรงๆปลายนิ้วลูบไปผิวหนังขัดเอาคราบไคลออก แต่พอลูบโดนหัวนมตัวเองเขาถึงกับสะดุ้งเฮือก ไฟฟ้าแล่นปร้าบจนเข่าอ่อน เขารีบปิดน้ำนเรศหอบแรงรู้สึกแปลกที่ตัวเองมีความรู้สึกอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง….. แกร๊ก!! เสียงอะไรบ้างอย่างดังขึ้นที่ห้องนอนข้างๆนี่เอง นเรศรีบคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดตัว อลัน??…หมอนี่ต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ มิน่าละถึงใจดีเป็นพิเศษนี่คงแอบใส่ยาอะไรให้เขากิน นเรศคว้าชุดนอนมาสวมอย่างโกรธๆ ต้องสั่งสอนให้รู้สึกบ้าง นเรศเปิดห้องนอนเข้ามาตั้งใจจะต่อว่า เขาได้แค่อ้าปากพอเห็นคนที่กำลังรื้อค้นกระเป๋าอยู่ในห้องแล้วเขาตกใจยืนค้างคาอยู่หน้าประตู ขโมย!!! นเรศได้สติรีบหันหลังจะหนีลงไปข้างล่าง คนในห้องโถมเข้ามารวบเอวเขาไว้ได้สองคนล้มกลิ้งบนพื้นพรม "อลัน!!!" เขาส่งเสียงตะโกนลั่น อลันลุกพรวดพราดขึ้นมา ยาไม่น่าไม่แรงถึงขนาดร้องลั่นอย่างนี้ มันมีอะไรเกิดขึ้นมากกว่า เขาก้าวเท้ายาวๆขึ้นมาชั้นบน ว่างเปล่า….เนวิลหายไปไหน??เขาเปิดเข้าไปในห้องน้ำและห้องนอนเล็กอีกด้านหนึ่ง เหลือแต่ห้องนอนใหญ่ เขากระแทกประตูเข้าไป "เนวิล"อลันเห็นนเรศถูกจับกดอยู่บนเตียงเขาขยับเข้าไปจะช่วยแต่ของหนักๆพาดลงท้ายทอยเขาเต็มๆ ปึ้กก!!! เสียงดังในหัวเขา ปืน…สำนึกบอกเขาอย่างนั้น อลันทรุดลงฮวบกับพื้น เจ็บกระโหลกชนิดรวดร้าวไปทั้งหัวตาเขาพร่าความมืดครอบงำลงมาเหมือนจะหมดสติ พระเจ้า…อย่าเพิ่งหมดสตินะ เขาภาวนาในใจพลางสูดลมหายใจลึกและหลับตานิ่ง เกือบ10วินาทีก็รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง ในห้องมืดสลัวมีแค่ไฟจากข้างนอกส่องลอดหน้าต่างมา "อลัน!!"นเรศสะบัดหน้าหนีมือที่ปิดปากเขาอยู่ "หุปปากซะ…ของมีค่าเก็บไว้ไหน" ร่างหนักๆนั่งคล่อมตัวเขาอยู่สองมือกำคอเสื้อเขาแน่น "ไม่มี!! ชั้นไม่รู้ว่าเขามีอะไรด้วยซ้ำ" นเรศว่า สองมือเขาพยายามดึงมือที่กำเสื้อเขาออก ร่างกายตื่นตัวด้วยฤทธิ์ยาความรู้สึกนี้มันปั่นทอนกำลังของเขา "แก..ค้นห้องอื่นๆสิดูทุกซอกทุกมุมนะ" อลันได้ยินที่พูดกันทุกคำเขาลืมตามองพวกมันมีกัน3คน….หวังว่าคงมีปืนแค่คนเดียวนะ เขามองปลายเท้าที่เดินออกไปนอกห้อง จะจัดการยังไงดีนะ….เขาเหลือบมองคนที่นั่งอยู่บนเตียง หมอนั้นคงเป็นหัวหน้า "กระเป๋าเงินอยู่ไหน เครดิตกราด์ละ" มือแข็งๆกระชากคอเสื้อเขาเขย่าแรง "ไม่มี…เราเพิ่งมาถึงลอนดอนเมื่อเช้านี้เอง พรุ่งนี้เลขาเขาถึงจะเอามาให้" นเรศตาโกหกไปเขาหอบและสั่นมากขึ้นจนคนที่กำเสื้อเขารู้สึกได้ อยู่ในวงการนักเลงมานานและเคยเป็นแมงดามาหลายปีมีหรือจะไม่รู้จัก ยาปลุกอารมณ์ในซ่องทั้งหลายใช้กันเหมือนขนมอมเล่นไปแล้ว ไหนๆก็มาทั้งทีจะเสียเที่ยวก็ยังไงอยู่สนุกสักนิดจะเป็นไรไป "ไม่มีอะไรเลย ลูกพี่ห้องว่างๆกับเสื้อผ้าเท่านั้น"อีกคนเข้ามาสมทบ อลันรอดูจังหวะอยู่อีกคนเขามองไม่เห็นเลย จะรวบรัดเสียตอนนี้ก็กระไรอยู่ "น่าเสียดายจังนะ ไอ้หนู……อุตส่าห์รอดจากซ่องฟรานมาอยู่กับไอ้แก่นี้ได้แต่ดันไม่รู้จักกอบโกยเอาเสียเลย ทำให้พวกชั้นต้องเสียเวลาเปล่าๆ" นเรศตาโตเขาได้ยินชัดเลย หมอนี่พูดถึงซ่องของฟราน คนที่รู้ว่าเขาถูกขายให้ฟรานมีแค่อลันกับไอ้พวกที่ลักพาตัวเขาเท่านั้น "แก??" "วู้…เนื้อเต้นระริกเชียว…มาสนุกกันดีกว่า อุตส่าห์กินแคชทั้งทีไม่ทำก็เสียดายแย่สิ" เขาไม่พูดเปล่ามือเย็นๆสอดเข้าในเสื้อสัมผัสผิวลื่นๆเต็มที่ "เอ๊ะ!!!"นเรศผวาเฮือกร่างกายเขาเหยียดเกร็งไปตามจังหวะมือนั้น แต่ในความรู้สึกเขาคลื่นเหียนอยากจะอาเจียนกับสัมผัสที่น่ารังเกียจ กลิ่นลมหายใจเหม็นๆปะทะหน้าเขา เขารังเกียจแต่ร่างกายเขาไม่เป็นเช่นนั้น นเรศปัดมือแข็งๆนั้นไม่ออกมันเลื่อนมือลงเบื้องล่าง "ไม่..!!!"นเรศร้องลั่นเมื่อกางเกงเขาถูกรูดหลุดออกจากปลายเท้าไป เขางอเท้าขึ้นจะยันออกไปแต่โดนคว้าข้อเท้าไว้ได้ก่อน สองคนรุมเข้ามายึดแขนยึดขาเขาไว้แน่นนเรศร้องไม่ออกเมื่อถูกลูบคลำแทบจะทุกซอกทุกมุม ปลายนิ้วสอดเข้าช่องทางเล็กๆได้แค่นิดเดียว "ไม่นะ…อลัน!!อลัน!!!" เสียงร้องลั่นทำให้อลันทนเฉยอยู่ไม่ไหว เขาพลิกตัวหงายขึ้น ไอ้คนที่3ยืนคุมเอาปืนจ่อเขาอยู่ อลันเงื้อเท้าขึ้นเหยียบเข้าเต็มๆ ปึ้กกก!!!เข้ากลางหล่องดวงใจหมอนั้น "อู้…….!!!" หมอนี้ร้องได้คำเดียวอลันชกโครมเข้าให้อีกหมัดเดียวก็จอดสนิท "เฮ้ยย…!!" สองคนที่มัวแต่วุ่นอยู่กับนเรศหันมามองอีกทีเพื่อนของมันก็หมอบคาพื้นไปแล้ว อลันคว้าเก้าอี้ไม้ที่วางพิงผนังห้องได้ เขาเงื้อพาดไม่ลังเลเลย โครมมม!!!ไม้หักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายเกลื่อน ร่างหนักๆผลุบลงบนร่างนเรศ อลันโยนไม้ในมือทิ้งก่อนจะคว้าคอเสื้อและขอบกางเกง จับมันโยนใส่กำแพง เสียงพลั่ก!!!ได้ยินถนัดถี่ นเรศโล่งอกได้ไม่นานอีกคนที่ยึดแขนเขาไว้ผละออกไปพร้อมกับชักมีดออกมา "อลัน!!" นเรศร้องเตือน อลันหันมาเขาไม่ทันได้มองด้วยซ้ำ"โอยย!!"ของมีคมกรีดเนื้อที่ต้นแขนลงเป็นทางยาวถึงข้อศอก อลันถอยหลังโดยสัญชาติญาณ เขาสะดุดขาตัวเองหงายหลังผึ่ง เป็นโอกาสให้ให้อีกฝ่ายซ้ำได้ง่าย นเรศลุกมาคว้าแจกันที่วางบนหัวเตียงได้เขาหลับหูหลับตาพาดเข้าไปเต็มเหนี่ยว เพล้งง!!! ทีเดียวร่างสูงล้มทั้งยืนไร้น้ำยาจะต้อสู้อีก นเรศรีบเปิดไฟในห้องทุกอย่างสว่างไสว เขาเห็นอลันนั่งกุมแขนตัวเองเลือดหยดเป็นทาง "บ้าจริง…นั้นแจกันสมัยราชวงค์หมิงเชียวนะ" แทนที่จะโวยเรื่องอื่นอลันกลับโวยเรื่องแจกันที่เขาเอาประเคนใส่หัวคนร้ายก่อนเป็นอันดับแรก "นี่ห่วงแจกันมากกว่าตัวเองอีกเรอะ ของแบบนี้นะบ้านผมขาย 3ใบ100เท่านั้นนะ"นเรศว้ากใส่เขาฉีกผ้าปูเตียงออกเป็นชิ้นๆจะพันแผลให้อลันก่อน "เดียว!! มัดไอ้3คนนี่ก่อน ถ้าพวกมันได้สติขึ้นมาแล้วจะยุ่ง" ที่อลันว่ามาก็มีเหตุผล เขาหันมาจับพวกมันมัดไข้วหลังไว้ก่อน อลันเอาเศษผ้าพันแขนตัวเอง เขานึกขอบคุณสวรรค์ดีนะที่เป็นโจรกระจอก ถ้าเป็นโจรอาชีพเขายังไม่รู้เลยว่าจะมันจะลงเอยง่ายแบบนี้รึเปล่า พอหันมามองนเรศเขาก็ตาโต นเรศมัวแต่สนใจแต่จะมัดโจร3คนนี่เลยลืมตัวไปว่าเขาไม่สวมกางเกง ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่เสื้อนอนหลวมๆแค่ตัวเดียว "คุณเป็นไงบ้าง" นเรศมัดเสร็จเขาก็คลานมาหา อลันนั่งพิงข้างเตียง แย่ละสิไอ้นั้นเขาตื่นจนได้อยากจะกอดเสียตอนนี้เลย.. ความเจ็บปวดใดๆไม่เท่าอาการทุรนทุรายของ….?? อลันทำหน้าไม่ถูกนเรศมองดูแผลเขาแล้วก็พันแผลคืนให้ "เจ็บมากมั้ย..โทรเรียกตำรวจก่อนนะ…"นเรศเงยหน้าสบตาเขาพอเห็นสีหน้าแววตาแบบนี้เขารู้เลยว่าอลันคิดอะไรอยู่ตอนนี้ เพี้ยะ!!อลันโดนตบโดยไม่ทันตั้งตัว เขางงไปเลย
"อะไรกันเนี่ย"
"จะอะไรอีก..เป็นเพราะคุณนั้นแหละที่เอายาบ้าอะไรให้ผมกิน" พูดถึงตอนนี้นเรศถึงรู้สึกตัว ฤทธิ์ยายังไม่หมด…เกิดเรื่องวุ่นๆเขาถึงลืมความต้องการของร่างกายไปตอนนี้พอนึกขึ้นได้มันกลับมาอีก
"โทษที…แต่ชั้น….ชั้นอยากให้เราเป็นของชั้น…เท่านั้น" อลันไม่พูดเปล่ามือเขาแตะขาอ่อนของนเรศเบาๆ อาการหวิวไต่ไปเส้นประสาทจนสะท้านไปทั้งตัว ไม่รู้สึกขยะแขยงหรือน่าคลื่นเหียนเลย นเรศสั่นน้อยๆความหวานของรสสัมผัสเกิดขึ้นทุกครั้งที่มือของอลันแตะต้องเขา ฝ่ามือร้อนเลื่อนขึ้นสูงหายเข้าใต้เสื้อนอน
"อื้อ…อลัน" นเรศคิดอะไรไม่ค่อยออกเลยเขากำลังติดอยู่กับสัมผัสของอลัน ความเจ็บปวดที่แขนไม่ได้อยู่ในความคิดเขาเลย สองมือดึงนเรศมานั่งคล่อมตักอลันลดริมฝีปากมาจูบเขาอย่างรวดเร็วกลิ่นของผิวและกลิ่นไอของความต้องการซึมเข้าจมูกลึกถึงในปอด นเรศกอดรัดร่างสูงแน่น ส่วนอ่อนนุ่มสัมผัสกางเกงเนื้อผ้าแข็งของอลันการเสียดสีเบาๆทำให้เขาหวิว แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่ร่างกายเขาขยับโดยธรรมชาติ "อื้อ…อะ..อลัน" นเรศกระซิบเสียงสั่นพร่าเขากำลังจะทนไม่ไหวปลายนิ้วของอลันจุ่มเข้าลึก ยิ่งนเรศขยับหนีมือเขาก็ตามไปล้วงลึกยิ่งขึ้น "ต้องการชั้นรึเล่า" อลันถามทั้งที่รู้ว่านเรศไม่มีทางปฏิเสธ "อืมย์…" นเรศเลื่อนมือลงต่ำเขาแกะกระดุมกางเกงอลันออกด้วยความร้อนรน "อู้…เดียวสิ" อลันขยับตัวหนีเมื่อเจอมือเย็นๆสัมผัสเขาเต็มกำ "ไม่ไหวแล้ว….เดียวนี้เลย…เร็ว" นเรศร้อนไปทั้งตัวเขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว อลันเอื้อมมือมาดึงลิ้นชักข้างเตียง เขาค้นถุงยางเจ้าละหวั่น "แป๊บเดียวจ๊ะ" เขาแกะถุงรีบสวมจนมือสั่น นเรศปัดมือเขาออกอย่างร้อนใจ สองมือสวมให้เขาทีเดียวก็เรียบร้อยเขาขยับขึ้นนั่งคล่อม เมื่อทุกอย่างเข้าทีเข้าทางนเรศก็ได้กลืนกินอลันทั้งตัว เขากดตัวเองลงช้าๆ "อา….อวู….เนวิล" อลันกัดฟันกรอดเมื่อจมลึกในที่คับแคบและตึงแน่น สองแขนเขากอดนเรศไว้ราวกับกลัวว่าจะหายไปไหน
"อา….ดีรึเปล่า"
นเรศถามเสียงสั่นเขารู้สึกดีที่ได้ทำกับอลัน เขาคิดว่าคงไม่มีทางจะไปมีความรู้ดีๆแบบนี้กับใครอื่นได้อีก
"ดี…..สุดยอดดีเลยละ" อลันยิ้มหน้าทะเล้นทั้งที่เขาหน้าแดงก่ำด้วยความอัดอั้น นเรศอดหัวเราะไม่ได้เวลานี้เขาน่ารักยิ่งกว่าอะไรในโลกเลย สองร่างตระคองกอดกันและกันแน่นและพากันตะเกียตตะกายขึ้นไปสู่จุดหมายที่แสนหวาน

ในห้องที่เงียบเชียบ กุ้ยทั้งสามยังไม่ได้สติ มีเสียงครางแผ่วๆกับสองร่างที่กอดรัดกันนัวเนียพลางขยับแรงตามจังหวะจะโคนที่สอดคล้องกันกว่าจะถึงฝั่งฝันได้ก็เหนื่อยหอบพอๆกัน นเรศพิงอลันอย่างหมดแรงเหงื่อไหลไคลย้อยจนเปียกทั้งตัว อลันถอนหายใจอย่างมีความสุขทั้งที่เพิ่งผ่านเรื่องร้ายมาหมาดๆ นึกแล้วก็น่าขำแทนที่จะรีบตามตำรวจหรือไปโรงพยาบาลแต่กลับมาจู้จี้กันเฉยเลย พอนึกถึงตอนนี้ก็ชักปวดแปล้บที่ต้นแขนขึ้นมา.. เขาขยับตัวจะลุกขึ้น นเรศกลับไม่ยอมให้เขาลุกสองคนมองหน้ากันนิ่งดวงตาสบมองกันความรู้สึกหลายๆอย่างเกิดขึ้นมากมาย
"อย่าเพิ่งลุก….อยู่แบบนี้อีกเดียวเถอะ"
นเรศกระซิบบอกเบาๆเขายกมือขึ้นโอบรอบคอกอดอลันไว้
เป็นครั้งแรกที่อลันได้ยินคำพูดแบบนี้ หลังจากที่ทะเลาะและโกรธกัน ไม่ยอมอ่อนข้ออีกทั้งมองกันอย่างคนแปลกหน้า นี่อาจเป็นโอกาสที่จะได้ใกล้กันอีกนิด อลันเลื่อนวงแขนโอบเอวนเรศไว้หลวมๆรู้สึกดีที่ได้อยู่แบบนี้ ดูเหมือนเขาจะหลงเสน่ห์เด็กดื้อที่เดาใจยากคนนี้เสียแล้ว
ตั้งแต่แรกที่สบตากันในงานแสดงเครื่องเพชรเขาก็ชอบดวงตากลมโตเหมือนกวาง ยิ่งได้เห็นความพยายามที่จะเอาตัวรอดในซ่องของฟราน เขาก็ยิ่งทิ้งไม่ลง แล้ววันหน้าเขาจะยอมปล่อยให้นเรศไปจากเขาได้หรือ…อลันไม่อยากคิดและไม่กล้าคิดด้วย
นเรศกอดอลันด้วยความรู้สึกหวานๆที่เหลืออยู่ ตอนนี้ความรู้สึกนั้นหายไปแล้วเขาถึงคลายมือออก พอได้มองหน้ากันอีกครั้งเขาก็บอกไม่ถูกกับความรู้สึกของตัวเอง
"เรา….น่าจะไป…..หาหมอนะ" นเรศไม่รู้จะลุกยังไงอลันยังคาอยู่ในตัวเขาอยู่
"เนวิล….ชั้น..??" อลันเอ่ยปากขึ้นมาแต่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
"ชั้น……อยากจะบอกเธอว่า……ชั้น…..ชั้นไม่เคย..เอ่อ….คิดว่า..ว่าเธอเป็นที่ระบายอารมณ์อะไร…ไม่รู้สิ มันบอกไม่ถูก…จำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้รึเปล่า" นเรศงงไม่รู้ว่าอลันจะพยายามพูดอะไรแต่ประโยคสุดท้ายกลับมาถามเขา นเรศจำไม่ได้ด้วยซ้ำ
"ครั้งแรกที่ซ่องของฟรานเหรอ"
"ไม่ใช่…เราเจอกันที่งานแสดงเครื่องเพชรไง ตู้โชว์แหวนเพชรที่เราเจอกันโดยบังเอิญ" นเรศนึกออกทันที
"อ้อ…ที่นั้นเหรอ"
"ใช่….หลังจากนั้นเราก็มาเจอกันอีกที่ซ่องของฟราน"
"อืมย์…ตอนนั้นคุณเข้าไปเที่ยวผู้หญิงใช่มั้ย"
"ชั้นไม่คิดว่าจะได้พบเธออีก…แต่พอเจอแล้วและเห็นว่าเธอกำลังย่ำแย่…ตอนนั้นชั้นทิ้งเธอไม่ลงนะ….และเดียวนี้ก็ยิ่งทิ้งไม่ลงใหญ่"
"เพราะอะไร??"
"ไม่รู้สิ…ชั้นไม่รู้….แต่ชั้นบอกเธอได้นะว่า เธอมีความหมายกับชั้นมากแค่ไหน เธอนะทั้งดื้อและเอาใจยากกว่าใครที่ชั้นเคยผ่านมา เธอทำให้ชั้นโกรธแต่ขณะเดียวกันเธอก็ทำให้ชั้นสบายใจ…และมีความสุขด้วย มันยากนะที่จะใช้คำพูดที่เจาะจงออกมา….แต่ชั้นคิดว่า…. ชั้นชอบเธอนะ…และถ้าเราใช้เวลาด้วยกันอีกสักหน่อยเราน่าจะเข้ากันได้ดี….ถึงตอนนั้น….เราอาจจะ….อาจจะ….??"
นเรศออกจะแปลกใจที่ได้ยินเช่นนี้แต่ที่เหนือกว่าที่ตัวเขาเองจะคาดคิดคือเขาดีใจที่ได้ยินคำนี้…..อลันไม่ได้เห็นเขาเป็นแค่ของใช้ชั่วคราว
"ที่พูด…นั้นจริงเหรอ"
"จริง…สาบานได้ เนวิล ชั้นอาจจะเอาแต่ใจและรังแกเธอมามากนะ…แต่…..??" อลันอ้ำๆอึ้งๆ
"คุณ..ชอบผมเหรอ" นเรศถาม ความรู้สึกในใจเขาตอนนี้เหมือนมีแสงสว่างส่องนำทางในความมืด
"แน่นอนสิ….ไม่งั้นชั้นไม่ทุ่มเทขนาดนี้หรอก ฟังนะ…ชั้นอยากอยู่ใกล้ๆเธอ อยากทานอาหารด้วย อยากเที่ยวไปดูฟุตบอลกันหรือ….อะไรอีกหลายๆอย่าง ชั้นไม่เคยพูดแบบนี้ใครที่ไหนนะนี่ สาบานได้…..อยู่ด้วยกันกับชั้นนะ" อลันพูดอย่างตรงไปตรงมา นเรศคิดว่าเขาควรปฏิเสธหรือพูดอะไรสักอย่าง แต่สองมือกลับกอดอลันแน่นแทนคำตอบโดยที่ตัวเขาเองยังงงกับการกระทำของตัวเอง ความรู้สึกที่เด่นชัดคือเขาไม่อยากห่างจากอ้อมแขนนี้ ถึงจะโกรธและเกลียดเขามาก่อน นเรศหนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกว่าฤทธิ์ยายังไม่หมด
"นี่….อีกครั้งได้มั้ย"
นเรศถามเสียงอ้อน อลันทำหน้าไม่ถูกเขาควรดีใจมั้ยเนี่ย
"นะ…เนวิล ชั้นว่าเราน่าจะไปหาหมอดีกว่า ชั้นชักจะ….??"
"ไม่เอา…คุณอยากใช้ยากับผมทำไมละ มันยังเหลืออยู่นะ ผมไม่อยากไปยืนรอกระวนกระวายหน้าห้องพยาบาล…..คุณทนอีกเดียวเถอะน่า"
"เนวิล"
อลันร้องห้ามได้คำเดียวนเรศก็ปิดปากเขาเสียก่อนลีลาจูบที่ลอกแบบไปจากเขาทำเอาหลงเคลิ้มติดลมบนได้ง่ายๆ อลันปฎิเสธไม่ได้ต้องปล่อยให้นเรศเป็นฝ่ายตักตวงเอาจากเขาจนเต็มคราบ
ร่างน้อยที่ขยับช้าๆบนร่างของเขาส่งเสียงและทำหน้ายั่วเย้าเหลือเกิน อลันมองใบหน้าที่เหมือนจะทรมานแต่สีแดงระเรื่อบนผิวตั้งแต่คอไล่ไปถึงใบหูบอกให้เขารู้ว่าสุขสมแค่ไหน
อลันกอดนเรศด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ กลิ่นไอและรสสัมผัสนี้หอมหวนและตราตรึงในความรู้สึกของเขา คงไม่มีทางจะปล่อยให้คนๆนี้หลุดมือเขาไปได้แน่..จะปัจจุบันหรืออนาคตก็ตาม นเรศหายใจหอบอย่างมีความสุขเขากอดคออลันแน่น ได้กลิ่นแดดทะเลทรายแรงจากบ่าที่กว้างบึกบึ้น เขาชอบวงแขนนี้ชอบสัมผัสของคนๆนี้
แม้จะบอกตัวเองไม่ได้ว่ารู้สึกยังไงแต่เขารู้ว่าวันหน้าเขาจะตอบตัวเองได้
…ตอนนี้ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆแค่นี้ก็พอ….นเรศบอกกับตัวเอง..

end