Memory from desert
Jasmine
นเรศนั่งมองภาพเบื้องหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา .เขาฝันไปแน่เลย แต่พอหยิกตัวเองแล้วก็ยิ่งย้ำให้เขารู้สึกตัว
"นี่มันลักพาตัวชัดๆ" เขาลุกมาโวยกับอลัน
"ลักพาตัวสักที่ไหน ชั้นเสียเงินให้ฟราน 20,000 ปอนด์เพื่อช่วยเราออกมาเชียวนะ"
"ผมไม่ได้ขอให้คุณช่วยสักหน่อย" นเรศยังเสียงแข็งใส่ เขาไม่ทางยอมรับคำพูดของผู้ชายจิตวิปริตคนนี้หรอก
"อ้อ .นี่นะเรอะคำขอบคุณ พ่อแม่เธออบรมมาแบบไหนกัน ถ้าชั้นไม่ซื้อเรามา ป่านนี้ยังยืนอยู่ข้างถนนเร่หาผู้ชายแน่ จะบอกให้" นเรศโดนแทงใจดำจนพูดไม่ออก
เขารู้อยู่หรอกว่ากลุ่มคนพวกนี้น่ากลัวแค่ไหนถ้าอลันไม่ซื้อก็ต้องถูกบังคับให้ขายตัวไม่ก็ต้องถูกฆ่าตายแน่ แต่เขาจะไว้ใจอลันได้แค่ไหนว่าจะไม่เอาเขาไปขายต่อ ดีไม่ดีหมอนี่อาจจะเป็นหนึ่งในขบวนการค้ามนุษย์ก็ได้ จะทำไงถึงปกป้องตัวเองได้นะ
"คุณบอกว่าให้ทำงานใช้หนี้ใช่มั้ย" นเรศตั้งคำถามทำเอาอลันถึงกับเงียบไปอึดใจ จริงอยู่หรอกว่าเขาคิดจะให้ทำงานใช้หนี้ แต่ยังไม่ได้คิดเลยว่าจะให้ทำอะไร คนใช้บ้านนี้ก็มีเยอะแล้วจะให้ไปเป็นกุลีแบกหามก็กระไรอยู่
"เอ่อ ก็ใช่นะ ..ชั้น ??"อลันยังพูดไม่ทันจบนเรศก็ขัดคอก่อน
"ผมจะใช้หนี้ให้คุณก็ได้..แต่ว่า ผมมีข้อแม้ที่จะตกลงกับคุณก่อน "
"ว่ามา" อลันกอดอกรอดูว่าเขาจะพูดอะไร เด็กวัยรุ่นเรียนมาไม่มาก หัวคงไม่ไวพอจะคิดอะไรได้หรอกนอกจากข้อแม้หยุมหยิม
"ค่าแรงของผมคิดเป็นเงินปอนด์ตกลงมั้ย"
"ปอนด์เหรอ ก็ได้" อลันยิ้มๆเงินของอียิตป์ก็เรียกปอนเหมือนกันยังไงก็รู้ไม่ทันหรอก
"ปอนด์สเตอร์ลิงค์ของอังกฤษ ." ผิดคาด นเรศรู้ทันอยู่ อลันถอนหายใจเฮือก
"ที่นี่อียิตป์ ต้องคิดเป็นปอนของอียิตป์สิ" เขาใช้นิสัยพ่อค้ามาต่อรอง
"ไม่ได้..ผมอยู่ลอนดอนนะ คุณลากผมมาเองเพราะงั้นต้องคิดเป็นเงินปอนด์สเตอร์ลิงค์ของอังกฤษเท่านั้น" นเรศเสียงดังเข้าใส่
"ก็ได้ คิดเป็นปอนด์สเตอร์ลิงค์ OK พอใจรึยัง" อลันแดกดันอย่างฉุนนิดๆ เจ้าเด็กคนนี้อวดดีเป็นบ้า
"ดี ชั่วโมงละ9ปอนด์ วันละ8ชั่วโมงหลังจากนั้นคิดชั่วโมงละ12ปอนด์ หลังจาก1ทุ่มขึ้นไปคิดชั่วโมงละ15ปอนด์
ไม่มีเรื่องบนเดียงหรือเรื่องผิดกฏหมาย ไม่ล้างห้องน้ำ ไม่เลี้ยงเด็กหรือสัตว์ชนิดใดๆทั้งสิ้น 2สัปดาห์ วันหยุด1วัน
และที่สำคัญอาหาร 3มื้อ และห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวด้วย"
นเรศร่ายยาวชนิดไม่เว้นช่องไฟสักนิด อลันอ้าปากค้าง เห็นหงิมๆแบบนี้ไม่นึกว่าจะหัวหมอกะเขาเป็นด้วย
"มัน ..!!"เขาจะว่าไม่ยอมก็กระไรอยู่ ฟังจากที่พูดมาเด็กคนนี้ก็ไม่ได้โง่นัก รู้จักเอาตัวรอดพอใช้ได้
"แพงเกินไป ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ชั่วโมงละ5ปอนด์เท่านั้นหลังจาก8ชั่วโมงถึงจะคิดชั่วโมงละ9ปอนด์" เขาต่อรองตามวิสัยพ่อค้า
"นี่..ผมอายุ15เท่านั้นนะ ตามกฎหมายยังถือว่าเป็นเยาวชนอยู่คุณใช้แรงงานเด็กนะต้องเพิ่มค่าแรงเป็นการชดเชยสิ"
"อ้อ ค่าแรงผู้ใหญ่5ปอนด์ เด็กอย่างเธอจะเอาถึง9ปอนด์ มันไม่มากไปหน่อยเรอะ"
"ไม่มาก!!" นเรศยืนยันหนักแน่น
"งั้นชั้นไปจ้างผู้ใหญ่ทำงานเก่งๆสักคนยังดีกว่าจ้างเด็กอย่างเธอ"
"ดี!!!ถ้าไม่จ่ายก็ต้องพาผมกลับลอนดอน ไม่ยังงั้นละก็ .." นเรศขู่ฟ่อ
"อะไร ??" อลันถามอย่างเป็นต่อ นเรศถึงรู้สึกตัวเขาอยู่ในบ้านหมอนี่แถมอยู่อียิตป์ต่างหาก เขาจะทำอะไรได้ละกลับบ้านยังไงเงินก็ไม่มีติดตัว ถ้าเกิดหมอนี่เอาเขาไปขายอีกละ .นเรศยืนนิ่งไปอึดใจ
"ว่าไง.."
อลันยิ้มเยาะเพราะยังไงเขาก็เหมือนลูกไก่ในกำมืออยู่แล้ว นเรศมองเขาอย่างโกรธสุดๆ
"ผมจะแจ้งความนะ!!"
นเรศนึกอะไรไม่ออกเลยว่าไปเรื่อยเปื่อยเท่าที่จะคิดออก ดูเหมือนมันจะเป็นคำพูดโง่ๆ
"ฮะฮะฮะ "
อลันหัวเราะก้ากออกมานึกว่าจะแน่แค่ไหน อัลซาลเองก็อดหัวเราะไม่ได้
"หัวเราะอะไร!!!" นเรศทั้งโกรธทั้งอายจนหน้าแดง เขากลายเป็นตัวตลกจนได้ อลันหัวเราะจนพอใจ เขาเช็ดน้ำตาออก นึกขำอยู่หรอกแต่ก็เห็นใจเหมือนกันเนวิลพยายามปกป้องตัวเท่าที่จะมีปัญญาทำ น่าเอ็นดูดีเหมือนกันนิ..
"เอาเถอะ .9ปอนด์ก็ได้ ตกลง" อลันลูบหัวนเรศด้วยความเอ็นดูแต่นเรศยังฉุนไม่หาย
"ตกลงแล้วนะ" เขาถามย้ำอีกครั้ง
"เออ!!ตกลง ชัดเจนรึยัง" นเรศยิ้มดีใจเหมือนเขาชนะแล้ว ทำเอาอลันใจเต้นตึกแว่บหนึ่ง ไอ้หนูนี่ยิ้มสวยเหมือนกันแฮะ ทั้งรอยทั้งแววตายิ้มดีใจกึ่งขอบคุณนิดๆ เขาอยากกอดอยากลูบหัวกลมๆนี้ขึ้นมากระทันหัน นเรศหลบวงแขนเขาวูบทำเอาค้างกลางอากาศ อลันมองอย่างสงสัยเมื่อนเรศเข้ามานั่งเก้าอี้ที่โต๊ะทำงานของเขาแทน
"ขอใช้คอมฯหน่อยนะครับ" นเรศว่าแล้วก็ไม่รอให้เจ้าของอนุญาต เขาเปิดหน้าจอแล้วลงมือเขียนอะไรบ้างอย่าง
"อะไร??" "ขอเวลา2-3นาที ผมกำลังร่างหนังสือสัญญา" นเรศเขียนอย่างรวดเร็วไม่กี่นาทีเขาปรินซ์กระดาษออกมา
"เอ้า เสร็จแล้ว"
นเรศยื่นแผ่นกระดาษให้ อลันมองอย่างไม่ค่อยไว้ใจเขาอ่านข้อความทั้งหมด
"ข้าพเจ้านาย อลัน แบร์สมิท อายุ30ปี ขอรับรองว่าข้าพเจ้ายินดีตกลงทำสัญญาว่าจ้าง เนวิล อายุ15ปีด้วยค่าแรง9ปอนด์สเตอร์ลิงค์ต่อชั่วโมง วันละ8ชั่วโมง
หลังจากนั้นจ่าย12ปอนด์ต่อชั่วโมง หลัง1ทุ่มขึ้นไปจ่าย15ปอนด์ต่อชั่วโมงเป็นเวลา1เดือนโดยมีข้อแม้ว่าจะไม่ให้ทำงานผิดกฎหมาย หรือใช้แรงงานอันเกินควร ไม่มีการล้างทำความสะอาดสถานที่อันเป็นสาธารณะ ที่สำคัญที่สุดคือจะไม่มีการบังคับให้กระทำใดๆอันเป็นการผิด ศีลธรรม และมนุษย์ธรรมตามหลักสากล ."
อลันมองหน้านเรศไม่รู้จะขำหรือโกรธดีนะ
"นี่มัน .หัวหมอจริงนะเรา" อลันว่าประชด
"อ่านต่อสิ ยังมีอีกนิดหน่อย" นเรศว่า
"อนึ่งข้าพเจ้าขอให้คำมั่นสัญญาว่า ข้าพเจ้าจะไม่บีบบังคับขู่เข็นหรือกระทำการใดๆ อันจะเป็นการทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจต่อคู่สัญญา ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือวาจา หากข้าพเจ้ากระทำผิดจากที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ข้าพเจ้ายินดีชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 100เท่าของเงินค่าจ้าง .นี่มันจะมากไปแล้วนะ!!!"
อลันฉุนขาด
"อะไร ผมเขียนถูกต้องที่สุดแล้วนะ"
"ถูกบ้าถูกบอสิ งี่เง่าต่างหาก" เขาว้ากใหญ่
"แล้วจะเอายังไงเล่า คุณนะได้เปรียบผมหมดทุกอย่าง มันต้องมีอะไรเป็นหลักประกันให้ผมบ้างสิ "
"หลักประกันนะมีแน่ แต่ไม่ใช่ไอ้หนังสืองี่เง่านี่" อลันขยำกระดาษเป็นก้อนก่อนจะทิ้งลงถังขยะ
"ตาเฒ่างี่เง่า!!!" นเรศด่าอย่างเหลืออด
"เจ้าเด็กสมองไม่ครบก้อน" อลันด่ากลับ อัลซาลเพิ่งรู้ บอสเขาด่าคนอื่นก็เป็นด้วย ปกติก็สุภาพ อารมณ์ดี มาดนิ่งเป็นน้ำแข็งมาตลอด แต่ดูเหมือนกับเด็กคนนี้แล้วบอสจะน็อตหลุดได้ง่ายๆ นเรศคว้าแฟ้มที่วางบนโต๊ะขว้างใส่ ผั่วะ!!!อลันยกมือขึ้นกันไว้ทันเอกสารร่วงกระจายเต็มพื้น "ไอ้คนเห็นแก่ตัว"นเรศด่าว่าอลันพยายามไม่โกรธแล้วแต่ .."อัลซาล " "ครับ" นเรศใจหายนึกว่าเขาจะสั่งให้เลขานายนี้ทำอะไร "รถจะมารับกี่โมง" เขาถามน้ำเสียงราบเรียบ อัลซาลรู้เลยว่าเขากำลังโกรธสุดๆ "เอ่อ 10โมงครับ บอสมีเวลาประมาณ 45นาที " อัลซาลเผื่อไว้อีก15นาทีกรณีวิวาทนานกว่าที่คาด "ดี!!ออกไปรอข้างนอกก่อน" อัลซาลรีบถอยออกไปข้างนอกห้อง อลันพับแขนเสื้อขึ้น นเรศเห็นก็รู้แล้วว่าเขาเอาจริง "รู้เอาไว้อย่างหนึ่งนะว่าชั้น!! .ไม่ชอบให้ใครมาด่าว่าต่อหน้าลูกน้องของชั้น " อลันว่าสายตาดุดัน นเรศถึงกับเสียวสันหลัง แย่แล้ว?? โครม!!!! อัลซาลที่ยืนอยู่หน้าห้องถึงกับสะดุ้ง อะไรนะ แจกันรึว่าโคมไฟ เขาไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครเป็นคนขว้าง แต่ที่แน่ๆเจ้าเด็กนั้นต้องเจ็บตัวแน่ อัลซาลส่ายหน้าเขาออกลงไปข้างล่างคิดว่าหากาแฟดื่มฆ่าเวลาดีกว่ากรอบรูปที่แขวนไว้ข้างฝาปลิวข้ามหัวไปกระแทกฝาผนัง อลันเอี้ยวตัวหลบได้ "ไอ้โรคจิต!!!" "เจ้าเด็กปากเสีย วันนี้ชั้นจะหวดก้นนายให้ได้เลย" สองคนวิ่งไล่กันรอบห้อง ก่อนจะไล่กันไปถึงห้องนอน นเรศหลบอยู่หลังโต๊ะที่อยู่กลางห้อง เขาคว้าแจกันลายครามอันเล็กขนาดเหมาะมือกำลังเงื้อจะขว้าง "หยุดนะ อันนั้นราคาตั้งแสนเหรียญเชียวนะ นายล้างส้วม10ชาติก็ยังพอจ่ายมันด้วยซ้ำ" อลันตวาดลั่น นเรศถึงกับชะงัก ของแพงๆอย่างงี้ขว้างลงเสียที่ไหนแต่ก็ยังถือเอาไว้ขู่ ก่อน "วางลงเดียวนี้นะ" "ไม่!! ขอโทษก่อน" "อะไรนะ " อลันยังเดินไล่เขาไปรอบๆโต๊ะ "เมื่อกี้นายด่าชั้นว่าสมองไม่ครบก้อน ขอโทษก่อน" "จะมากไปแล้วนะ แล้วที่นายด่าชั้นว่าโรคจิตละ ไม่ต้องขอโทษรึไง" "เรื่องอะไร ขอโทษเดียวนี้นะไม่งั้นชั้นจะขว้างมันให้แตกเลย" อลันกัดฟันกรอดอยากบีบคอเจ้าเด็กเวรนี้ให้ตายเลย แต่แจกันนี้เขาก็ชอบมากเสียด้วย อุตส่าห์ประมูลมาราคาสูงๆโดนขว้างทิ้งแบบนี้น่าเสียดายออก "เอ้อ..ขอโทษก็ได้" เขารู้สึกว่าเสียเชิงไปอย่างบอกไม่ถูก "ว่าไงนะ" นเรศถามย้ำ "ขอโทษไง!!!วางลงได้แล้ว" อลันตวาด นเรศถึงยอมวางคิดว่าอีกฝ่ายยอมขอโทษแล้วคงใจเย็นคุยกันใหม่ได้ แต่ผิดคาด ทันทีที่ปล่อยมือจากแจกัน อลันไล่กวดเขาอีกรอบ "นี่..หยุดนะ!!!" "เรื่องอะไรทีใครทีมัน ชั้นจะหวดก้นนายให้เป็นลายเดียวกับตุ๊กแกเลย" นเรศหนีไปรอบๆโต๊ะ "ไอ้ซาดิสม์!!"นเรศเห็นท่าไม่ดีแล้วเจ้าบ้านี้เอาจริงด้วย เขาหันหลังจะหนีไปห้องทำงาน อลันโถมเข้ารวบตัวนเรศจนล้มลงบนพื้นพรม "โอ้ยย!!" นเรศร้องลั่นเมื่อโดนหักแขนพับไปด้านหลังทั้งสองข้าง อลันลากเขามาที่เตียง "รู้เอาไว้ด้วย ชั้นเกลียดคนที่พูดไม่รู้เรื่องที่สุด" เขานั่งลงบนเตียงก่อนจะจับนเรศคว่ำหน้าพาดตักเขา "ใครกันแน่ที่พูดไม่รู้เรื่อง หา!!! นายนั้นแหละ ถ้านายไม่พาชั้นมาที่นี่เรื่องมันก็ไม่ต้องเป็นแบบนี้หรอก" "หุปปาก!!! ชั้นพูดอะไรนายต้องจำใส่สมอง อย่างแรกที่นายต้องจำเอาไว้ก็คือ ทุกคำพูดของชั้นนายต้องทำตามเข้าใจมั้ย" "ไม่!!เรื่องอะไร พ่อ,แม่ชั้นยังไม่เคยสั่งแบบนี้เลย นายแน่แค่ไหนถึงจะมาสั่งชั้น" นเรศเถียงไม่ยอมแพ้ อลันจับมือทั้งสองข้างของนเรศไว้ด้วยมือข้างเดียว อีกมือเงื้อขึ้นพาดลงบนก้นนิ่มๆเต็มแรง ผัวะ!!! "โอ้ยยย!!!ชั้นไม่ใช่เด็กนะถึงจะมาหวดก้นกันแบบนี้" นเรศเจ็บแสบๆคันๆรู้สึกเหมือนมีตัวอะไรวิ่งพล่านไปมาบนผิวเนื้อ "เอ้อ!!! ไม่ใช่เด็กแต่สมองเราเท่ากับเด็ก3ขวบเลย" อลันหวดก้นนเรศแรงๆไปหลายทีไม่สนใจคำด่าหรืออาการดิ้นรนใดๆ "หยุดนะ..เจ้าบ้า!!!" "ยังจะพูดอีก ไม่รู้สำนึกเลย พูดใหม่อีกทีสิ" อลันท้า "ไอ้หมีควาย!!"นเรศไม่ยอมแพ้ อลันก็ตีก้นเขาไปหลาย ผัวะ นเรศเจ็บจนน้ำตาร่วง ไม่เคยรู้สึกแพ้มากเท่าครั้งนี้ หมอนี่ทำเหมือนกับเขาเป็นเด็กอมมือ พ่อ,แม่เขาไม่เคยตีแบบนี้สักครั้ง อย่างมากก็เรียกไปนั่งคุยและตักเตือนเท่านั้น เขาก็ไม่เคยทำอะไรผิดให้โดนตีสักนิดแต่หมอนี่ ตีเขาอย่างไม่มีเหตุผล บังคับจิตใจกันอย่างร้ายกาจที่สุด "ว่าไงเข้าใจรึยัง" อลันถามอีกครั้ง นเรศสะอึกสะอื้นไม่ยอมเงยหน้า เขาจึงดึงให้ลุกขึ้นมานั่งบนตักเขา "ชั้นถามว่าเข้าใจรึยัง" อลันเขย่าตัวเขาแรง "เข้าใจ!!!เข้าใจ!!! เข้าใจ!!!ได้ยินมั้ย" นเรศเอ็ดใส่อลันอย่างเหลืออด เขาไม่ได้ร้องไห้โฮแต่แค่สะอื้นน้ำตาร่วงเป็นเต่าเผา สองมือคอยแต่เช็ดหยดน้ำบนออกจนเปื้อนไปหมด อลันปล่อยให้ นเรศนั่งสะอื้นบนตักเขาไปก่อนจะดึงให้มาซบไหล่เบาๆ ร่างผอมบางไม่ได้ขัดขืนอะไรนอกจากเฉยและสั่นเล็กน้อย ในห้องเงียบกริบอยู่นาน อลันนั่งเงียบปล่อยให้นเรศนั่งตักเขาไปอย่างไม่เดือดร้อน เขาไม่อยากทำแบบนี้แต่ถ้าปล่อยไปก็เสียการปกครองหมด มือของอลันวางบนปั้นเอวนเรศ ค่อยๆเลื่อนมือขึ้น พร้อมๆกับปลายลิ้นแตะที่ใบหูของนเรศเบาๆ กลิ่นสาบผิวลอยเข้าจมูก วงแขนกระชับแน่นขึ้น แม้จะไม่อยากทำเหมือนกับเป็นการตบหัวแล้วลูบหลังแต่ตอนนี้เขารู้สึกมันเขี้ยวอยากสนองอารมณ์ตัวเองขึ้นมา นเรศยังไม่ทันปรับตัวกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน เขากำลังเศร้าและใจเสีย เขาต้องการวงแขนที่โอบกอดปลอบใจ สัมผัสบนผิวกายให้ความรู้สึกหวานๆแผ่วเบาเหมือนระลอกคลื่นที่กำลังเริ่มแรงทีละน้อย นเรศถูกวางลงบนเตียงตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ น้ำหนักที่ทาบทับลงมาทำให้เขารู้สึกเบาอย่างน่าประหลาดริมฝีปากอุ่นๆที่แตะไปทั่วใบหน้าทำให้อุ่นใจ คล้ายกับมีคนที่ยังต้องการเขา "อื้อ "นเรศท้วงเบาๆเมื่อปลายนิ้วของอลันสอดเข้าในกางเกงนอนหลวมๆ มือเขาขยับไปมาอย่างไม่เกรงใจ นเรศตั้งตัวไม่ถูกกับความเสียวซ่านที่กำลังแล่นพล่าน เขาหอบฮักสองมือเกาะไหล่อลันแน่น "อื้อ .ไม่เอา" นเรศเลื่อนมือลงพยายามดันมือเขาออก "ชูว์ .อยู่เฉยๆน่า .."อลันดึงสื้อนอนเขาขึ้นไปกองเหนืออก ปลายลิ้นเล็มเลียผิวลื่นๆเหมือนรสดีนักหนา นเรศถึงกับปากสั่นรสสัมผัสหวาบหวิวมันเย้ายวนให้หลงใหลในใจเขาไม่อยากยอมรับ แต่ร่างกายมันกลับตรงข้าม สะโพกเขาแอ่นขึ้นตามมือของอลันเสื้อผ้าดูเหมือนจะเกะกะจนน่ารำคาญ อลันแทบอยากจะฉีกมันออกเป็นชิ้นๆด้วยซ้ำ เขาดึงกางเกงนอนของนเรศออกแล้วโยนไปมุมไหนของห้องก็ไม่ใส่ใจหรอก เขาสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขามากกว่า สองมือจับปลายเท้านเรศยกขึ้น อารมรีบร้อนแกะซิบกางเกงตัวเองเกินไปทำให้ติดขัด เขาแทบจะสบถออกมาด้วยความขุ่นเคือง "บ้าชิบ" นเรศอดขำไม่ได้ที่เห็นหน้าเขาตลกจริงๆเวลาไม่ได้ดั่งใจ ต่างคนต่างสบตากันอย่างไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้น ทะเลาะกันแทบตาย เกลียดกันจะแทบอยากจะฆ่า แต่เวลานี้ กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อลันมองนเรศนิ่ง ทันทีที่แกะซิบกางเกงออก เขาลดตัวลงมาจนลมหายใจผสานกัน ริมฝีปากแตะต้องหยอกเอินขบกัดเสียเร่าร้อน ก่อนจะสัมผัสด้วยปลายลิ้น อลันกดริมฝีปากลงสอดลิ้นลงสัมผัสลิ้นของนเรศ อย่างจาบจ้วง ขณะที่เบื้องล่างมือเขาโอบรั้งสะโพกนุ่มเนียลไว้แน่นส่วนเกินของร่างกายค่อยๆจมลึกเข้าในส่วนที่ชุ่มชื้นและเปียกโชก นเรศถูกรุกล้ำถึง2ในทางเวลาเดียวกัน ในใจกำลังปั่นป่วนไปกับอารมณ์ส่วนร่างกายกลับตื่นเต้นสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ อลันกดลงจนสุดเขาแทบจะขยี้ตัวเองให้แนบแน่นลงที่สุด อาการเสียวแปล้บแล่นพล่านเขาหลับตาพริ้มอย่างสุขสม เหมือนกำลังถูกห่อหุ้มด้วยผ้ากำมะยี่สีดำที่คับแคบ มันทั้งหอมหวานและเจ็บปวดจนกล้ามเนื้อเกร็งไปร่าง เขาสุขสมที่ได้จมลึกที่สุด แต่ขณะเดียวกันเส้นเลือดก็เหมือนจะปริแตก ด้วยความอัดอั้น .เขาต้องการมากกว่านี้ อลันถอนปลายลิ้นออกจากปากของนเรศ ร่างหนักๆขยับขึ้นเร็วขึ้น ใบหน้ากลมมนแดงซ่านด้วยอารมณ์พิศวาส เขาคงไม่มีวันได้เห็นใบหน้านี้ในยามปกติ ดวงตาที่มองเขาฉ่ำเยิ้มเต็มไปด้วยราคะ ริมฝีปากชุ่มชื้นที่เผยอน้อยๆคล้ายจะพูดอะไรออกมาแต่ก็ไม่พูด อลันยึดสะโพกกลมกลึงไว้ในตำแหน่งที่เขาต้องการ ก่อนจะกระชากตัวเองออกอย่างแรง "โอ๊ะ!!! ."นเรศสะดุ้งเฮือกเขาผวาตามแรงฉุดกระฉากของอลันวูบเดียวเขาลอยอยู่บนฟ้าที่แสนหวาบหวิว ฉบับพลันก็ถูกพลักดันดิ่งลงกระแทกลงสู่พื้นเต็มแรง นเรศน้ำตาเล็ดไม่รู้ตัว ร่างกายผวาขึ้นเต็มเหยียด เขาไม่รู้ว่าเขาเปล่งเสียงร้องออกมาแบบไหน แต่มันออกมาจากส่วนที่ลึกของร่างกายเขา มันถูกชำเราจนแทบไม่มีชิ้นดี "ฮ้าาาาโอ้อออ โอ้อออออ!!! " นเรศร้องแทบจะสุดเสียง สองมือกอดรัดอลันแน่น "ซี้ดดดด อาาาาา .โอ้ววว"ร่างที่ทาบทับอยู่เบื้องบนเคลื่อนไหวดุดันเหมือนกระทิงเปลี่ยว อลันไม่เคยคิดว่าตัวเองจะรุนแรงขนาดนี้ แต่ก็ห้ามอารมณ์ไม่อยู่ ทุกครั้งที่จ้วงลงลึกเขารู้ว่านเรศรับได้จังหวะจะโคนตอบโต้กันอย่างถึงที่สุด ต่างฝ่ายต่างสนองอารมณ์กันไม่รู้จบ เกมครั้งนี้ไม่มีใครแพ้ใครชนะจริงๆนอกจากความอิ่มเอมที่ต่างตักตวงกันเต็มอิ่ม อัลซาลเข้ามาถึงหน้าห้องเจ้านายประตูไม่ได้ล็อคไว้แค่งับไปเฉยๆเขายกมือจะเคาะอยู่แล้ว "โอ้ .อาาาา อ้าาาาา " เสียงดังออกมาไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อัลซาลลังเลอยู่ว่าจะเรียกดีมั้ยแต่จากฟังเสียงแล้วเขาคิดว่าคงจวนแล้ว อีกสัก5นาทีคงพอ อัลซาลออกมาข้างนอกเขาปิดประตูอย่างเบามือที่สุด 20กว่าปีที่ผ่านมาเจ้านายเขาหิ้วแต่สาวๆมาหลายสิบคนนานที่สุดก็3เดือน เร็วที่สุดก็1สัปดาห์ แต่นี่เพิ่งเป็นครั้งแรกที่หิ้วเด็กหนุ่มมาเขาในฐานะลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ถามและไม่สนใจอยู่แล้วยุคสมัยนี่ เอาอะไรมากละ จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็เหมือนกันแหละเจ้าหนูนี่..จะอยู่สักได้สักกี่วันนะ .น่าสนุกดีเหมือนกันนี่ . เวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่านเรศจะรู้สึกตัวเท้าเขาก็แทบไหม้ แดดแรงยามบ่ายส่องลอดเข้ามาในห้องลามเลียโดนปลายเท้าเขาจนร้อนผ่าว เขาลูบนิ้วเท้าตัวเองเบาๆความเงียบเชียบบอกได้ว่าเขาอยู่ตามลำพัง เจ้าหมีบ้านั้นคงออกไปทำงานแล้วละมั่ง บ้านช่องใหญ่โตแบบนี้แสดงว่า มีการมีงานที่มั่นคงไม่น้อย หมอนั้นไม่ใช่ประเภทเศรษฐีกินดอกแบงค์เท่านั้นหรอก นเรศลุกกระย่องกระแย่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระคราบไคล พอโดนน้ำอุ่นๆเท่านั้น "อูยย .แสบโว้ย" นเรศหนิ่วหน้าเมื่อความเจ็บปวดแล่นไปทั่วร่างเลือดเป็นลิ่มไหลลงตามขา ดีที่เลือดออกไม่มาก อาการช้ำที่ปั้นท้ายไม่เบาเลย นเรศอาบน้ำใส่เสื้อคลุมออกมาข้างนอกยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโมโห เจ้าหมีบ้าทำแสบดีนัก คอยดูเถอะวันพระไม่มีวันเดียวหรอก ถึงจะโกรธอลันยังไงก็อดนึกถึงตอนเช้าที่อยู่บนเตียงไม่ได้ เขาร้องเสียจะเป็นจะตาย แถมกอดเจ้าหมีนั้นเสียแน่นเลย แค่คิดก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว นเรศออกมาที่ห้องทำงานของอลันได้เขาเห็นคอมฯบนโต๊ะทำงาน อินเตอร์เน็ต?? จริงด้วย เจมส์ก็มีอินเตอร์เน็ตนี่นา อีเมล์ขอให้เขาช่วยเหลือดีกว่า "อะแอ่ม"เสียงหนึ่งขัดจังหวะ นเรศยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้เลย ชายชราหน้าตาพื้นๆผิวคล้ำแต่งกายตามแบบชาวอียิตป์ทั่วไป โผ่ลมาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้เขาถือถาดเงินใส่อาหารมาให้ แม้หน้าตาจะดุเหมือนโจรแต่แววตากลับเป็นมิตรมากกว่า "คุณจะใช้ของบนโต๊ะคุณท่านนี่ ..ขออนุญาติท่านรึยังครับ" เขาถามเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงชัดเจนทีเดียว นเรศอ้าปากยังไม่ได้ทันจะได้โกหกเลย "คุณท่านไม่ชอบให้ใครมายุ่งย่ามของบนโต๊ะทำงานนี่ เคยมีเด็กรับใช้หวังดีมากไปหน่อยเดียวเองท่านสั่งเฆี่ยนเสียหลังลายทีเดียวแหละครับ" ชายชราพูดพลางฉีกยิ้มเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา นเรศถึงกับคอแข็งพูดอะไรไม่ออก เจ้าหมีนั้นร้ายกาจขนาดนี้เชียวรึ "ถ้าคุณจะใช้ละก็ขออนุญาติท่านก่อนดีกว่าครับ หิวรึยังครับผมยกอาหารมาให้แล้ว" พูดถึงตอนนี้นเรศหิวขึ้นมาทันที ถาดเงินยกมาวางบนโต๊ะรับแขกใกล้ๆ "ตามสบายนะครับ ทานเสร็จแล้วดึงเชือกที่อยู่ข้างฝามันเป็นกระดิ่งในห้องครัวเขาจะขึ้นมาเก็บถ้วยชาม ด้านนี้มีเครื่องเสียง TVก็อยู่ทางโน้นนะครับ มีอะไรก็เรียกใช้ได้เลย" มือผอมแห้งชี้ไปมาบอกตำแหน่งให้เขารู้หมด ที่พูดมาทั้งหมดแสดงว่าไม่ให้เขาไปไหนละสิ ก็จริง .อย่างเขาจะหนีไปไหนได้ละ นเรศนึกในใจ เขาหย่อยก้นนั่งลงแล้วต้องผวาเฮือก เจ็บอย่าบอกใครเลย "เป็นไรไปครับ อยากได้อะไรรึเปล่า" ชายชราหันมาถาม "ครับ .ผมขอกระเป๋าน้ำร้อนหน่อย" "ได้ครับ" ชายชราออกไปจัดการตามที่ขอ นเรศนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองอีก ทำยังไงถึงจะกลับอังกฤษได้นะ นเรศคิดซ้ำคิดซาก อลันกลับมาถึงบ้านก็ดึกแล้ว วันนี้ทั้งวันเคลียงานที่คั่งค้างในบริษัทรวดเดียวหมด มีใครทำอย่างเขาได้บ้างนี่ ตอนแรกนึกว่าเรื่องใหญ่โต ที่ไหนได้พอเขาโผล่มาบริษัท ปัญหาเรื่องราวต่างๆเหมือนกับโดนพัดหายไปกับลม ดูเหมือนเขาต้องเข้มงวดมากกว่านี้เสียแล้ว "กลับมาแล้วหรือครับท่าน กาแฟหน่อยมั้ยครับ" พ่อบ้านเข้ามาถาม "อืมย์ .เอ่อแล้วเด็กคนนั้นละ" "ปกติดีครับ ว่านอนสอนง่ายดีด้วย" อลันนึกแปลกใจวูบหนึ่งนึกว่าจะฤทธิ์มากเสียอีก สงบเสงี่ยมผิดปกติแฮะ เขานั่งรอไม่ไหวถึงลุกขึ้นไปดูในห้องนอนนเรศนอนคว่ำดูTV อยู่ กระเป๋าน้ำร้อนวางบนสะโพก พอเห็นเขาเข้ามาในห้องก็รีบลุกขึ้นทันที "ไง .เป็นไงบ้างละ" อลันเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับนเรศ "ก็ไม่เป็นไร .คุณไปทำงานมาเหรอ" อลันพยักหน้ารับเขารู้สึกว่านเรศเซื่องซึมไปหน่อย "เหนื่อยหรือเปล่า" เขาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ รู้สึกชอบแฮะเวลาถูกถามแบบนี้ "ถามทำไมกัน" เขาย้อนถามไป "เปล่า .นี่มันดึกแล้วถ้าคุณเหนื่อยก็ไว้พรุ่งนี้ดีกว่า" นเรศบอกเสียงเบาเหมือนเสียงกระซิบ อลันดูสีหน้าอาการเนือยๆของนเรศแล้ว ดูเหมือนเขากำลังซึมอยู่ในสภาวะเดียวกับสัตว์ป่าที่ถูกขังกรง กำลังจะสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป ..แบบนี้ก็ไม่สนุกนะสิ "มีอะไรก็ว่ามาเลยดีกว่าชั้นกำลังรอฟังอยู่" อลันยกขาขึ้นไข้วห้าง รอฟังท่าทีความคิดอ่านของนเรศไปก่อน . "เอ่อ เมื่อเช้า ไม่สิ .คือผมคิด..คิดมาหลายๆครั้งแล้ว ..ผมอยากต่อรองกับคุณสักหน่อย" นเรศว่าตรงๆ "แบบไหน??" "คุณอยากให้ผมทำอะไรละ คู่นอน,เพื่อนเล่น หรืออะไรก็ตามแต่ ผมตกลง" เหมือนจะยอมง่ายมันไม่ได้ทำให้อลันตื่นเต้นสักเท่าไร "แต่!! " นเรศย้ำออกมา "ผมขอให้คุณส่งผมกลับลอนดอนในวันพรุ่งนี้" เขาไม่วายปล่อยหมัดเด็ดออกมา "อืมย์ .มันออกจะ รับไม่ได้แฮะ" อลันยังไม่อยากปล่อยนเรศไปตอนนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เขาทิ้งคนๆนี้ไม่ลง "คุณสมิท" "อลัน!!"เขาแก้คำทำให้นเรศต้องปรับตัวใหม่ "คุณอลัน ผมเพิ่ง15 ยังเรียนหนังสืออยู่และมีพ่อแม่รอผมกลับบ้าน ผมไม่เหมือนคุณ ไม่ได้ใช้ชีวิตโดดเดี่ยว .ผมตามใจคุณเพื่อแลกกับการได้กลับไปในที่ที่ของผม ก็แค่นั้น" นเรศเสนออย่างหมดเปลือก อลันต้องคิดหนัก เรื่องนี้มันปวดหัวยิ่งกว่างานที่บริษัทเสียอีก .เขามองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าในใจกำลังว้าวุ่น .ที่พูดมาก็ทำให้เขาใจอ่อนไปกว่าครึ่งแล้ว "ชั้น .ไม่ใช่คนพูดไม่รู้เรื่องหรอกนะ .แต่ ..จะให้ยอมรับง่ายๆโดยไม่มีหลักประกันเลยรึไง" "ก็ตามใจคุณสิ จะหนังสือสัญญาหรืออะไรก็ตามแต่ .ผมมีสัจจะและตัวผมเป็นประกันเท่านั้น" อลันคออ่อนอย่างหมดแรงดูเหมือนเขาไม่มีทางเลือก อะไรสักนิด แค่คำพูดกับท่าทีซื่อๆแบบนี้ก็ทำให้เขาใจอ่อนแล้ว หากไม่ยอมก็เหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กเกินไป ระดับอย่างเขาเงินทองมีมากมาย ซื้อใครก็ได้ ชุบเศษดินให้เป็นทองมามากมายหลายคนไฉนเลยจะต้องมาเจอเด็กเมื่อวานซืนที่มีข้อแม้ไม่เหมือนใคร หากจะคิดกลับกันเขาก็ยังได้เปรียบเรื่องเวลาแม้ต้องยอมถอยไป1ก้าวก็ยังดีกว่าเสียไปทั้งหมด "หากชั้นเอ่ยว่า ตกลง เธอคงจะดีใจสิ" "แค่ยินดีเท่านั้น" นเรศว่าน้ำเสียงราบเรียบอลันรู้ว่าเขาพูดจากใจจริง "เฮ้อ .ไม่อยากพูดหรอกนะแต่ชั้นก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะบอก No ก็ได้ ชั้นตกลง พรุ่งนี้ชั้นจะส่งเธอกลับลอนดอน" รอยยิ้มน้อยๆปรากฏร์ให้ได้เห็นอลันยิ้มตอบเขาไม่รู้ว่าตัวเองคิดผิดหรือเปล่าที่ตัดสินใจเช่นนี้แต่เขาแคร์ความรู้สึกของนเรศมากกว่า "เธออยู่หอพักหรืออยู่กับครอบครัว" "อยู่หอพัก..พ่อแม่ผมอยู่กรุงเทพฯ ..คุณคงไม่รู้จักหรอก ผมต้องเรียนที่ลอนดอนอีกอย่างน้อยก็2-3ปี" "อืมย์ งั้นชั้นจะหาบ้านพักให้ .. เธอไปเรียนได้ตามปกติแต่ต้องกลับบ้านทุกวันจนกว่าเธอจะเรียนจบ นี่เป็นเงื่อนไขของชั้นว่าไง" "นี่ .จะเลี้ยงผมเป็นบ้านเล็กเลยงั้นเหรอ" นเรศว่าประชด "ชั้นยังไม่มีภรรยา เพราะงั้นเธอก็ยังไม่ใช่บ้านเล็กหรอก" นเรศหัวเราะเยาะปากว่าไม่ใช่แต่พฤติกรรมนะใช่ยิ่งกว่าอะไร อลันลุกขึ้นเขาดึงแขนนเรศให้ลุกตาม "ดึกแล้ว เด็กๆไม่ควรนอนดึกเกินไปนะรู้มั้ย" "ไม่ต้องพูดดีเลย ..เมื่อตอนอยู่โรงแรมนะใครกันที่ทำให้ผมแทบไม่ได้นอนทั้งคืน" "ก็ตอนนั้นเธอดื้อนักนี่นา อาละวาดขนาดนั้นใครมั่งจะอดไหว" อลันดึงผ้าคลุมเตียงออกให้นเรศขึ้นเตียงก่อนเขาถึงสอดตัวเข้ามานอนด้วย "นี่..ไม่อาบน้ำเหรอ" "ขี้เกียจแล้ว พรุ่งนี้ค่อยอาบ" อลันปิดไฟทุกสิ่งทุกอย่างมืดมิด วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดเขาหลวมๆ แม้ไม่ชอบนักแต่มันอุ่นนเรศหลบตาลงปล่อยให้ความง่วงมาครอบงำ กลิ่นเหงื่อจางๆและเสียงหัวใจเต้นแรงทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะอะไรน้า .เขาถึงได้ไว้ใจอลัน ทั้งที่ไม่รู้จักเขาดีนัก .ไม่รู้สิ .เขารู้แต่ว่าคนๆนี้จะไม่ผิดคำพูด และวงแขนนี้จะปกป้องเขาได้ 13.12นาที วันต่อมานเรศมีโอกาสสูดกลิ่นลมเย็นบนลานสนามบินเล็กๆห่างจากลอนดอนไปครึ่งไมล์ อลันมากับเขาด้วยเครื่องบินส่วนตัว เขาดีใจทั้งตื่นเต้น แค่3วันที่หายเหมือนได้หายไปเป็นปีอาการตื่นเต้นของนเรศทำให้อลันอารมณ์ดีไปด้วย รถรีมูซีนมารอรับพวกเขาออกจากสนามบิน "ไปส่งผมที่โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ก่อนนะครับ" นเรศขอไว้ก่อน" ทำไม .ไม่อยากไปดูบ้านก่อนหรือ" "ผมอยากไปหาเจมส์ เขาคงแจ้งความว่าผมหายไป ถ้าไม่รีบกลับไปเขาอาจจะแจ้งสถานทูตแล้วก็ได้" คำพูดของนเรศทำให้อลันชักไม่พอใจ กลับมาไม่ทันไรก็พูดถึงคนอื่นได้อย่างสนิทสนม .มันน่านัก .เขาหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล "คาล..ไปเซนต์ปีเตอร์ไฮลคกูล" อลันบอกคนขับน้ำเสียงกระด้างจนนเรศรู้สึกได้ เขาพูดอะไรผิดหรือไงถึงอารมณ์เสียขึ้นมา เขาอยากถามแต่ก็เฉยเสีย รถรีมูซีนแล่นมาจอดในเขตหอพัก ช่วงบ่ายนักเรียนบางส่วนไม่ได้เรียนจึงได้มีโอกาสเห็นรถคันหรูเข้ามา มีนักเรียนไม่กี่คนที่รวยพอจะมีรถส่วนตัว "เนวิล!!"เจมส์นั่งคุยอยู่กับเพื่อนในสวนเขาเห็นนเรศลงจากรถมาเขาก็รีบโผเข้ามาหา "เจมส์"สองคนกอดกันแน่นจนทำให้ผู้ที่นั่งอยู่ในรถไม่พอใจ "นายหายไปไหนมา หา?? ชั้นตามหานายเสียให้ทั่วเลยรู้รึเปล่า พ่อชั้นก็แจ้งความแล้วด้วย" เจมส์ผละออกมาก็ถามถี่ยิบ "โทษทีนะ .เกิดเรื่องตั้งมากเลย .ชั้นจะเล่าให้ฟังทีหลังว่าแต่อาจารย์เขารู้เรื่องหรือเปล่า นายแจ้งไปสถานทูตรึยัง" "ยังเลย อาจารย์เขาบอกให้รอดูสักอาทิตย์หนึ่งก่อน นายกลับมาก็ดีแล้ว ไปหาอาจารย์กันเถอะ" เจมส์ว่าเขาเหลือบไปเห็นอลันลงจากรถมา นเรศหันมามองอลันเขายังไม่ได้คิดเลยว่าจะแก้ตัวว่ายังไงดี อาจารย์รู้เรื่องที่เขาหายไป อลันได้ยินที่คุยกันแล้ว "ห้องผู้อำนวยการอยู่ที่ไหน..เดียวชั้นจะไปคุยเอง เราเก็บข้าวของซะ คุยเสร็จแล้วจะได้รีบขนของไป" เขาพูดน้ำเสียงราบเรียบเป็นการเป็นงาน "เอ่อ .อลันนี่เพื่อนผม เจมส์ นอร์ตัน นี่ .คุณอลัน แบร์ สมิท เขา ..เขา เขาเป็นผู้ปกครองชั้นนะ" นเรศแนะนำสองคนจับมือทักทายกัน เจมส์มองอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักเนวิลที่เขารู้จักมีฐานะปานกลางเท่านั้น เขามีผู้ปกครองที่รวยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน "ผู้อำนวยการอยู่ตึกข้างหน้า แน่ใจเหรอว่าผมไม่ต้องไปด้วย" นเรศถาม อลันอาสาออกหน้าแทนเขาก็รู้สึกสบายใจหน่อยที่ไม่ต้องหาข้อแก้ตัว "อยู่ที่นี่แหละ เก็บข้าวของซะอีกครึ่งชั่วโมงจะมารับ" อลันว่าเขาขึ้นรถออกไปปล่อยให้นเรศอยู่ตามลำพังกับเจมส์ "มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย .นายจะย้ายไปไหนกัน" เจมส์ถาม"เดียวจะเล่าให้ฟัง" นเรศตอบสั้นๆเขากลับขึ้นไปในห้องเก็บข้าวของไปเล่าให้เจมส์ฟังไปด้วย "เหลือเชื่อเลย .เขาเป็นเพื่อนกับพ่อนายที่บังเอิญเจอกันหรอกเหรอนี่" เจมส์เชื่อเรื่องที่เขาโกหกสนิทใจ "อืมย์ .โชคดีนะที่เขาช่วยเอาไว้ทันไม่งั้นป่านนี้ยังอยู่ในซ่องนั้นเลย" นเรศหอบหนังสือลงในกล่องจนเต็มเสื้อผ้าอะไรเขาเก็บหมดแล้ว "เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะชั้นเป็นต้นเหตุนะ .ขอโทษด้วยจริงๆ" "ชั้นไม่โทษนายหรอก นายนะต้องระวังตัวหน่อยนะ ชั้นห่วงว่าพวกนั้นจะจ้องจับนายอีก" "ชั้นจะระวังตัว" สองคุยกันไม่ทันไรเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น "ครับ"เจมส์เปิดประตู เป็นคนขับรถขึ้นมาตาม "เรียบร้อยหรือยังครับ" "ครับ..ช่วยยกกล่องนี้หน่อย" นเรศมองไปรอบๆห้องไม่มีอะไรแล้วรู้สึกใจหายเหมือนกันที่ออกจากที่นี่ไป "ไปนะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน" "อืมย์"เจมส์ตบไหล่เพื่อนเบาๆรู้สึกว่ามันกระทันหันจนน่าแปลก แต่เขาก็ไม่รู้จะท้วงยังไง รถคันหรูพาเขาทั้งสองมาที่บ้านหลังหนึ่ง นเรศมองตัวบ้านอยู่ในย่านร้านค้าหาซื้ออาหารได้สะดวกไม่ไกลจากโรงเรียนด้วย ถ้ามีจักรยานก็คงดี รถคอนเทรนเนอร์ที่จอดหน้าบ้านพนักงานกำลังขนฟอร์นิเจอร์เข้าข้างใน นเรศหันมามองอลัน "เตรียมเสียพร้อมเลยนะ บ้านของคุณเหรอ" "อืมย์..ซื้อไว้แล้ว" อลันสะกิดให้เขาตามไปสองคนมานั่งรอในร้านกาแฟฆ่าเวลา นเรศมานึกๆดูแล้วเขาไม่ได้รู้จักอลันดีเลย เท่าที่ดูก็รู้ว่าหมอนี่รวย .รวยมากขนาดนี้เขาทำงานอะไร ถูกกฎหมายหรือเปล่านะ "อลัน" "หือ??" "คุณ .ทำงานอะไรเหรอ" "ทำไมสนใจขึ้นมารึไง" นเรศหัวเราะหึเยาะเย้ยกับน้ำเสียงยียวนของอลัน "ผมสนใจแค่ว่าคุณทำงานถูกกฎหมายหรือเปล่าเท่านั้น ไม่อยากมีปัญหาทีหลังเดียวอยู่ดีๆมีตำรวจมาถามแล้วจะได้ตอบถูก" "นี่ๆๆ ปากหาเรื่องจริง ถ้าทำไม่ถูกกฎหมายแล้วจะมีถึงขนาดนี้เรอะ ชั้นมีบริษัทค้าน้ำมันและสโมสรฟุตบอลที่นี่กับที่ฝรั่งเศล"นเรศร้องอ้อในใจ "ชั้นว่าเราน่าจะเรียนรู้กันสักหน่อย"อลันเอ่ยขึ้นมาก่อน"เพื่ออะไร" "การอยู่ร่วมกันไง .บอกตรงๆนะชั้นอยากให้เราอยู่กันอย่างเพื่อนหรือเป็นหุ้นส่วนกัน" "น่าดีใจจังที่ได้ยินคุณพูดแบบนี้" นเรศยิ้มเยาะทำให้อลันต้องเปลี่ยนท่าทีใหม่ ถ้าเขาพูดไม่ระวังละก็นเรศจะใช้เป็นข้ออ้างได้ "ชั้นไม่ได้หมายความอย่างนั้น .คือชั้นอยากให้เธอทำตัวสบายๆเหมือนตอนที่อยู่หอพัก ชั้นรู้นะว่าเราไม่เคยไว้ใจชั้น เราสองคนก็เหมือนคนแปลกหน้า ที่มีข้อผูกมัดกัน ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนี่ชั้นอยากให้เราใช้เวลาคุ้นเคยกันให้มากกว่านี้จะเริ่มจากการเป็นเพื่อนหรืออะไรก็ตาม ว่ายังไง ." "ถ้าคุณว่ายังงั้นก็ไม่มีปัญหาหรอกนะ เพียงแต่ .การที่จะให้คนเราเข้าใจกันและกันได้ก็มีขอบเขตและให้เกรียติในการตัดสินใจไม่ใช่หรือ ผมไม่ชอบที่จะเป็นที่ระบายอารมณ์ของใคร คุณจะให้เกรียติในตัดสินใจของผมได้หรือเปล่า" เอาแล้วไงแค่ยกแรกในการเริ่มต้นเขาก็ทำท่าจะแพ้เสียแล้ว อลันเอาถูแถวๆขมับอย่างครุ่นคิด เขาเป็นถึงผู้บริหารระดับพันๆล้านจะมาแพ้เด็กได้ไง "แน่นอน ชั้นไม่ละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลหรอก ถ้าเธอไม่อนุญาติก่อน" อลันว่าทิ้งท้ายนเรศคิดว่าอลันยอมรับข้อเสนอเขาก็ดีใจแล้ว จะว่าไปอลันก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลพอตัวแม้จะมีวิสัยพ่อค้าไปหน่อยก็เถอะ นเรศรู้สึกดีใจไม่น้อยที่เขาเจออลันมากกว่าที่จะเจอคนอื่น "เอาเถอะ นี่เป็นวันแรกที่ได้มาอยู่ร่วมกันชั้นจะซื้อแชมเปญมาดื่มฉลองกัน เราไปเลือกดูอาหารที่ชอบสิ " อลันจ่ายเงินค่ากาแฟ "ก็ได้ คุณทานหมูรึเปล่า" "ทานสิ อยากซื้ออะไรก็ซื้อได้เลย" อลันให้เงินทั้งกระเป๋านเรศแยกไปซื้อของในห้างใกล้ๆโดยไม่ทันเฉลียวใจ "ขอแคชกล่องหนึ่ง"อลันแวะร้านขายยาใกล้ๆ คนขายมองหน้าแว่บหนึ่งก่อนจะหยิบให้ ส่วนใหญ่ผู้ชายชอบซื้อไว้ใช้กับกิจกรรมบนเตียงอยู่แล้ว "นี่ครับ สนใจกันฝนรุ่นใหม่มั้ยครับ" คนขายเสนอขึ้นมา"อืมย์ แบบไหน" "แบบมีปุ่มรุ่นใหม่รับรองสนุกแน่ นี้ขายดีที่สุดเลยครับ แฟนผมยังชอบเลย" "ก็ดี"อลันยิ้มน้อยๆ เขาพูดไว้แล้วว่าถ้านเรศไม่อนุญาติเขาก็ไม่ล้ำเส้นแต่ถ้านเรศอนุญาติละก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อลันหัวเราะในใจอย่างเจ้าเล่ห์ นเรศแวะเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตคิดว่าจะซื้ออะไรทานหน่อยแต่ก็หยุดคิดแว่บหนึ่งแค่3วันที่หายไปเขาคิดถึงบ้านเหลือเกิน เขาน่าจะโทรไปบ้านสักนิด นเรศใช้เงินในกระเป๋าของอลันซื้อบัตรโทรศัพท์ทางไกลในห้างผู้คนพลุ่กพล่านตู้โทรศัพท์ก็ต้องรอคิว นเรศยืนรอได้ครู่เดียวก็ได้กลิ่นบุหรี่จากแถวข้างๆเขา ผู้ชายที่ดูแว่บเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นกุ้ยข้างถนน ถึงจะตัวสูงล่ำก็เถอะแต่ห่วงที่เจาะตามร่างกายทั้งปาก,จมูก,ใบหูเรียงเป็นตับเลยแถมร้อยสักลายทั้งตัว "คุณครับ ที่นี่เขตห้ามสูบบุหรี่นะครับ"นเรศเตือนทั้งที่คนอื่นๆไม่กล้า นักเลงอังกฤษหันมามองตาดุเขากำลังจะอ้าปากพูดแต่กลับหยุดกึก สายตาที่มองมาเหมือนไม่เชื่อสายตาคนที่อยู่ข้างหลังนเรศสะกิดให้เขารีบโทรศัพท์ นเรศเลยไม่ใส่ใจรีบกดเบอร์โทรไปกรุงเทพฯได้คุยแค่2-3ประโยค เขาก็สบายใจแล้ว หลังโทรศัพท์เขาก็ตะเวนซื้อของประเภทอาหารสำเร็จรูป เขาไม่ทันสังเกตว่านักเลงคนนั้นตามหลังเขามาเรื่อยๆ แซม คาร์เตอร์ มองอย่างข้องใจเขาว่าเขาจำเจ้าเด็กคนนี้ได้ คนที่เขาจับผิดตัวกับลูกเศรษฐีบิล นอร์ตัน ตอนนั้นเขาใช้เทปปิดตาเจ้าเด็กนี้เอาไว้ แต่เขาจำส่วนอื่นๆได้ทั้งรูปหน้า,ทรงผมโดยเฉพาะเสียงเขาจำได้แม่น เจ้าเด็กนี้น่าจะอยู่ในซ่องของฟรานทำไมออกข้างนอกได้..เขาตามไปห่างๆ "ช้าจัง.."อลันบ่นเขายืนรออยู่สองคนเดินหายเข้าไปในบ้านไม่ห่างจากห้างสรรพสินค้านัก แซมยืนมองจนแน่ใจว่าอยู่ที่นี่จริง "เหอะ .ที่แท้ก็มีไอ้แก่เลี้ยงเป็นตัวเป็นตนนี่เอง" แซมดีดบุหรี่ทิ้งก่อนจะกดมือถือไปหาพวกพ้อง มีลู่ทางหาเงินง่ายๆแบบนี้ปล่อยไปได้ไง อาหารมื้อแรกในบ้านใหม่ทำให้นเรศรู้สึกสบายใจมันเหมือนได้อยู่บ้าน มีห้องครัวโล่งๆมีโต๊ะได้นั่งทานอาหารสบายๆมันดีกว่าอยู่หอพักมากเลย "หือ .น่ากินดีนี่" อลันมองหมูอบน้ำผึ้งอาหารเย็นมื้อนี้เยอะเต็มโต๊ะไปหมด "ขอโทษนะ..ซื้อเพลินไปหน่อย" "ไม่เป็นไร เยอะๆแบนี้ก็ดีนะ .ดูๆไปนี่เราน่าจะเป็นลูกคนเดียวรึไม่ก็ลูกคนเล็กใช่มั้ย"อลันเดา "ทำไมคิดแบบนั้นละ" "ก็ของที่ซื้อมีแต่เนื้อนะสิ ไม่มีผักเลยเขาว่าเด็กๆมักไม่ชอบกินผัก ยิ่งลูกคนเล็กของบ้านนี่ยิ่งถูกตามใจมาก พออยู่คนเดียวก็อยากตามใจปากใช่มั้ย" "คุณนี่อ่านคนเก่งเหมือนกันนี่" "แสดงว่าถูกใช่มั้ย" บรรยากาศในห้องอบอุ่นขึ้นเมื่อต่างฝ่ายลดการวางท่าลงและเริ่มเป็นมิตรมากขึ้น "ผิดต่างหาก บ้านผมมี4พี่น้อง ผมเป็นลูกคนที่3" "เป็นงั้นไป" อาหารมื้อเย็นอร่อยกว่ามื้ออื่นๆ นเรศรู้สึกได้สนุกและผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียดอย่างวันก่อนๆ อลันก็ดูดีกว่าเมื่อวาน พอไม่ตั้งท่าใส่กันก็แค่ผู้ใหญ่ที่ขี้เล่น พูดมากและมีอารมณ์ขันคนหนึ่ง รอยยิ้มของเขาดึงดูดสายตาได้อย่างประหลาด "เนวิล ดื่มไวท์มั้ย" "ครับ" ไวน์สีแดงรินลงในแก้วคริสตันใบสวยยามต้องแสงไฟมันสวยเหมือนทับทิมเม็ดงาม นเรศยกขึ้นดมกลิ่นหอมจางๆ "เอ้า ฉลองที่เรามาอยู่ร่วมกัน" อลันชนแก้วเขาเบาๆนเรศไม่ได้คิดอะไรมากเขาจิบนิดหน่อยพอรับรู้รสแล้วเขาก็ดื่มต่อจนหมดแก้ว อลันยิ้มๆเขาผสมไปแค่ครึ่งเม็ดเท่านั้นไม่ถึง10นาทีก็คงรู้ผล "เอ่อ ชั้นจะเก็บจานก่อนเราไปอาบน้ำเถอะ" "ผมทำเองดีกว่า" "น่า ชั้นทำเดี้ยวเดียวเอง ไปอาบน้ำแล้วลงมาดูTVด้วยกันนะ" ท่าทีง่ายๆสบายๆแบบนี้นเรศก็คิดว่าตามใจเขาดีกว่า "งั้น ผมไปอาบน้ำก่อนนะ" "อืมย์" พอคล้อยหลังนเรศอลันรีบเก็บกวาดโยนของที่เกินเหลือเข้าตู้เย็น ถ้วย,จานก็ทิ้งไว้ในเครื่องล้างจานก่อน ไฟในห้องนั่งเล่นก็เปิดสลัวๆไว้ อลันแอบยัดถุงยางไว้ในซอกระหว่างเบาะบนโซฟาเขาไม่เคยทำยังกะหนุ่มน้อยที่จะแอ้มสาวในคืนแรกมาก่อน อลันฉีดน้ำยาดับกลิ่นปาก แม้จะช่ำชองมานานแต่วันนี้เขาตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกไม่คิดเลยว่าตัวเองจะใช้วิธีนี้ แต่มันทำให้เขารู้สึกกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง นเรศถอดเสื้อผ้าลงในตะกร้าในห้องน้ำ อยู่ดีๆก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาเขาคิดว่าคงผิดอากาศ อยู่อียิตป์มา3วันร่างกายคงคุ้นกับอากาศร้อนแล้ว แต่ที่นี่อากาศเย็นเขาคงยังไม่ชิน นเรศเปิดน้ำร้อนแรงๆปลายนิ้วลูบไปผิวหนังขัดเอาคราบไคลออก แต่พอลูบโดนหัวนมตัวเองเขาถึงกับสะดุ้งเฮือก ไฟฟ้าแล่นปร้าบจนเข่าอ่อน เขารีบปิดน้ำนเรศหอบแรงรู้สึกแปลกที่ตัวเองมีความรู้สึกอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง .. แกร๊ก!! เสียงอะไรบ้างอย่างดังขึ้นที่ห้องนอนข้างๆนี่เอง นเรศรีบคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดตัว อลัน?? หมอนี่ต้องเล่นตุกติกอะไรแน่ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ มิน่าละถึงใจดีเป็นพิเศษนี่คงแอบใส่ยาอะไรให้เขากิน นเรศคว้าชุดนอนมาสวมอย่างโกรธๆ ต้องสั่งสอนให้รู้สึกบ้าง นเรศเปิดห้องนอนเข้ามาตั้งใจจะต่อว่า เขาได้แค่อ้าปากพอเห็นคนที่กำลังรื้อค้นกระเป๋าอยู่ในห้องแล้วเขาตกใจยืนค้างคาอยู่หน้าประตู ขโมย!!! นเรศได้สติรีบหันหลังจะหนีลงไปข้างล่าง คนในห้องโถมเข้ามารวบเอวเขาไว้ได้สองคนล้มกลิ้งบนพื้นพรม "อลัน!!!" เขาส่งเสียงตะโกนลั่น อลันลุกพรวดพราดขึ้นมา ยาไม่น่าไม่แรงถึงขนาดร้องลั่นอย่างนี้ มันมีอะไรเกิดขึ้นมากกว่า เขาก้าวเท้ายาวๆขึ้นมาชั้นบน ว่างเปล่า .เนวิลหายไปไหน??เขาเปิดเข้าไปในห้องน้ำและห้องนอนเล็กอีกด้านหนึ่ง เหลือแต่ห้องนอนใหญ่ เขากระแทกประตูเข้าไป "เนวิล"อลันเห็นนเรศถูกจับกดอยู่บนเตียงเขาขยับเข้าไปจะช่วยแต่ของหนักๆพาดลงท้ายทอยเขาเต็มๆ ปึ้กก!!! เสียงดังในหัวเขา ปืน สำนึกบอกเขาอย่างนั้น อลันทรุดลงฮวบกับพื้น เจ็บกระโหลกชนิดรวดร้าวไปทั้งหัวตาเขาพร่าความมืดครอบงำลงมาเหมือนจะหมดสติ พระเจ้า อย่าเพิ่งหมดสตินะ เขาภาวนาในใจพลางสูดลมหายใจลึกและหลับตานิ่ง เกือบ10วินาทีก็รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นบ้าง ในห้องมืดสลัวมีแค่ไฟจากข้างนอกส่องลอดหน้าต่างมา "อลัน!!"นเรศสะบัดหน้าหนีมือที่ปิดปากเขาอยู่ "หุปปากซะ ของมีค่าเก็บไว้ไหน" ร่างหนักๆนั่งคล่อมตัวเขาอยู่สองมือกำคอเสื้อเขาแน่น "ไม่มี!! ชั้นไม่รู้ว่าเขามีอะไรด้วยซ้ำ" นเรศว่า สองมือเขาพยายามดึงมือที่กำเสื้อเขาออก ร่างกายตื่นตัวด้วยฤทธิ์ยาความรู้สึกนี้มันปั่นทอนกำลังของเขา "แก..ค้นห้องอื่นๆสิดูทุกซอกทุกมุมนะ" อลันได้ยินที่พูดกันทุกคำเขาลืมตามองพวกมันมีกัน3คน .หวังว่าคงมีปืนแค่คนเดียวนะ เขามองปลายเท้าที่เดินออกไปนอกห้อง จะจัดการยังไงดีนะ .เขาเหลือบมองคนที่นั่งอยู่บนเตียง หมอนั้นคงเป็นหัวหน้า "กระเป๋าเงินอยู่ไหน เครดิตกราด์ละ" มือแข็งๆกระชากคอเสื้อเขาเขย่าแรง "ไม่มี เราเพิ่งมาถึงลอนดอนเมื่อเช้านี้เอง พรุ่งนี้เลขาเขาถึงจะเอามาให้" นเรศตาโกหกไปเขาหอบและสั่นมากขึ้นจนคนที่กำเสื้อเขารู้สึกได้ อยู่ในวงการนักเลงมานานและเคยเป็นแมงดามาหลายปีมีหรือจะไม่รู้จัก ยาปลุกอารมณ์ในซ่องทั้งหลายใช้กันเหมือนขนมอมเล่นไปแล้ว ไหนๆก็มาทั้งทีจะเสียเที่ยวก็ยังไงอยู่สนุกสักนิดจะเป็นไรไป "ไม่มีอะไรเลย ลูกพี่ห้องว่างๆกับเสื้อผ้าเท่านั้น"อีกคนเข้ามาสมทบ อลันรอดูจังหวะอยู่อีกคนเขามองไม่เห็นเลย จะรวบรัดเสียตอนนี้ก็กระไรอยู่ "น่าเสียดายจังนะ ไอ้หนู อุตส่าห์รอดจากซ่องฟรานมาอยู่กับไอ้แก่นี้ได้แต่ดันไม่รู้จักกอบโกยเอาเสียเลย ทำให้พวกชั้นต้องเสียเวลาเปล่าๆ" นเรศตาโตเขาได้ยินชัดเลย หมอนี่พูดถึงซ่องของฟราน คนที่รู้ว่าเขาถูกขายให้ฟรานมีแค่อลันกับไอ้พวกที่ลักพาตัวเขาเท่านั้น "แก??" "วู้ เนื้อเต้นระริกเชียว มาสนุกกันดีกว่า อุตส่าห์กินแคชทั้งทีไม่ทำก็เสียดายแย่สิ" เขาไม่พูดเปล่ามือเย็นๆสอดเข้าในเสื้อสัมผัสผิวลื่นๆเต็มที่ "เอ๊ะ!!!"นเรศผวาเฮือกร่างกายเขาเหยียดเกร็งไปตามจังหวะมือนั้น แต่ในความรู้สึกเขาคลื่นเหียนอยากจะอาเจียนกับสัมผัสที่น่ารังเกียจ กลิ่นลมหายใจเหม็นๆปะทะหน้าเขา เขารังเกียจแต่ร่างกายเขาไม่เป็นเช่นนั้น นเรศปัดมือแข็งๆนั้นไม่ออกมันเลื่อนมือลงเบื้องล่าง "ไม่..!!!"นเรศร้องลั่นเมื่อกางเกงเขาถูกรูดหลุดออกจากปลายเท้าไป เขางอเท้าขึ้นจะยันออกไปแต่โดนคว้าข้อเท้าไว้ได้ก่อน สองคนรุมเข้ามายึดแขนยึดขาเขาไว้แน่นนเรศร้องไม่ออกเมื่อถูกลูบคลำแทบจะทุกซอกทุกมุม ปลายนิ้วสอดเข้าช่องทางเล็กๆได้แค่นิดเดียว "ไม่นะ อลัน!!อลัน!!!" เสียงร้องลั่นทำให้อลันทนเฉยอยู่ไม่ไหว เขาพลิกตัวหงายขึ้น ไอ้คนที่3ยืนคุมเอาปืนจ่อเขาอยู่ อลันเงื้อเท้าขึ้นเหยียบเข้าเต็มๆ ปึ้กกก!!!เข้ากลางหล่องดวงใจหมอนั้น "อู้ .!!!" หมอนี้ร้องได้คำเดียวอลันชกโครมเข้าให้อีกหมัดเดียวก็จอดสนิท "เฮ้ยย !!" สองคนที่มัวแต่วุ่นอยู่กับนเรศหันมามองอีกทีเพื่อนของมันก็หมอบคาพื้นไปแล้ว อลันคว้าเก้าอี้ไม้ที่วางพิงผนังห้องได้ เขาเงื้อพาดไม่ลังเลเลย โครมมม!!!ไม้หักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระจายเกลื่อน ร่างหนักๆผลุบลงบนร่างนเรศ อลันโยนไม้ในมือทิ้งก่อนจะคว้าคอเสื้อและขอบกางเกง จับมันโยนใส่กำแพง เสียงพลั่ก!!!ได้ยินถนัดถี่ นเรศโล่งอกได้ไม่นานอีกคนที่ยึดแขนเขาไว้ผละออกไปพร้อมกับชักมีดออกมา "อลัน!!" นเรศร้องเตือน อลันหันมาเขาไม่ทันได้มองด้วยซ้ำ"โอยย!!"ของมีคมกรีดเนื้อที่ต้นแขนลงเป็นทางยาวถึงข้อศอก อลันถอยหลังโดยสัญชาติญาณ เขาสะดุดขาตัวเองหงายหลังผึ่ง เป็นโอกาสให้ให้อีกฝ่ายซ้ำได้ง่าย นเรศลุกมาคว้าแจกันที่วางบนหัวเตียงได้เขาหลับหูหลับตาพาดเข้าไปเต็มเหนี่ยว เพล้งง!!! ทีเดียวร่างสูงล้มทั้งยืนไร้น้ำยาจะต้อสู้อีก นเรศรีบเปิดไฟในห้องทุกอย่างสว่างไสว เขาเห็นอลันนั่งกุมแขนตัวเองเลือดหยดเป็นทาง "บ้าจริง นั้นแจกันสมัยราชวงค์หมิงเชียวนะ" แทนที่จะโวยเรื่องอื่นอลันกลับโวยเรื่องแจกันที่เขาเอาประเคนใส่หัวคนร้ายก่อนเป็นอันดับแรก "นี่ห่วงแจกันมากกว่าตัวเองอีกเรอะ ของแบบนี้นะบ้านผมขาย 3ใบ100เท่านั้นนะ"นเรศว้ากใส่เขาฉีกผ้าปูเตียงออกเป็นชิ้นๆจะพันแผลให้อลันก่อน "เดียว!! มัดไอ้3คนนี่ก่อน ถ้าพวกมันได้สติขึ้นมาแล้วจะยุ่ง" ที่อลันว่ามาก็มีเหตุผล เขาหันมาจับพวกมันมัดไข้วหลังไว้ก่อน อลันเอาเศษผ้าพันแขนตัวเอง เขานึกขอบคุณสวรรค์ดีนะที่เป็นโจรกระจอก ถ้าเป็นโจรอาชีพเขายังไม่รู้เลยว่าจะมันจะลงเอยง่ายแบบนี้รึเปล่า พอหันมามองนเรศเขาก็ตาโต นเรศมัวแต่สนใจแต่จะมัดโจร3คนนี่เลยลืมตัวไปว่าเขาไม่สวมกางเกง ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่เสื้อนอนหลวมๆแค่ตัวเดียว "คุณเป็นไงบ้าง" นเรศมัดเสร็จเขาก็คลานมาหา อลันนั่งพิงข้างเตียง แย่ละสิไอ้นั้นเขาตื่นจนได้อยากจะกอดเสียตอนนี้เลย.. ความเจ็บปวดใดๆไม่เท่าอาการทุรนทุรายของ .?? อลันทำหน้าไม่ถูกนเรศมองดูแผลเขาแล้วก็พันแผลคืนให้ "เจ็บมากมั้ย..โทรเรียกตำรวจก่อนนะ "นเรศเงยหน้าสบตาเขาพอเห็นสีหน้าแววตาแบบนี้เขารู้เลยว่าอลันคิดอะไรอยู่ตอนนี้ เพี้ยะ!!อลันโดนตบโดยไม่ทันตั้งตัว เขางงไปเลย
"อะไรกันเนี่ย"
"จะอะไรอีก..เป็นเพราะคุณนั้นแหละที่เอายาบ้าอะไรให้ผมกิน" พูดถึงตอนนี้นเรศถึงรู้สึกตัว ฤทธิ์ยายังไม่หมด เกิดเรื่องวุ่นๆเขาถึงลืมความต้องการของร่างกายไปตอนนี้พอนึกขึ้นได้มันกลับมาอีก
"โทษที แต่ชั้น .ชั้นอยากให้เราเป็นของชั้น เท่านั้น" อลันไม่พูดเปล่ามือเขาแตะขาอ่อนของนเรศเบาๆ อาการหวิวไต่ไปเส้นประสาทจนสะท้านไปทั้งตัว ไม่รู้สึกขยะแขยงหรือน่าคลื่นเหียนเลย นเรศสั่นน้อยๆความหวานของรสสัมผัสเกิดขึ้นทุกครั้งที่มือของอลันแตะต้องเขา ฝ่ามือร้อนเลื่อนขึ้นสูงหายเข้าใต้เสื้อนอน
"อื้อ อลัน" นเรศคิดอะไรไม่ค่อยออกเลยเขากำลังติดอยู่กับสัมผัสของอลัน ความเจ็บปวดที่แขนไม่ได้อยู่ในความคิดเขาเลย สองมือดึงนเรศมานั่งคล่อมตักอลันลดริมฝีปากมาจูบเขาอย่างรวดเร็วกลิ่นของผิวและกลิ่นไอของความต้องการซึมเข้าจมูกลึกถึงในปอด นเรศกอดรัดร่างสูงแน่น ส่วนอ่อนนุ่มสัมผัสกางเกงเนื้อผ้าแข็งของอลันการเสียดสีเบาๆทำให้เขาหวิว แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่ร่างกายเขาขยับโดยธรรมชาติ "อื้อ อะ..อลัน" นเรศกระซิบเสียงสั่นพร่าเขากำลังจะทนไม่ไหวปลายนิ้วของอลันจุ่มเข้าลึก ยิ่งนเรศขยับหนีมือเขาก็ตามไปล้วงลึกยิ่งขึ้น "ต้องการชั้นรึเล่า" อลันถามทั้งที่รู้ว่านเรศไม่มีทางปฏิเสธ "อืมย์ " นเรศเลื่อนมือลงต่ำเขาแกะกระดุมกางเกงอลันออกด้วยความร้อนรน "อู้ เดียวสิ" อลันขยับตัวหนีเมื่อเจอมือเย็นๆสัมผัสเขาเต็มกำ "ไม่ไหวแล้ว .เดียวนี้เลย เร็ว" นเรศร้อนไปทั้งตัวเขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว อลันเอื้อมมือมาดึงลิ้นชักข้างเตียง เขาค้นถุงยางเจ้าละหวั่น "แป๊บเดียวจ๊ะ" เขาแกะถุงรีบสวมจนมือสั่น นเรศปัดมือเขาออกอย่างร้อนใจ สองมือสวมให้เขาทีเดียวก็เรียบร้อยเขาขยับขึ้นนั่งคล่อม เมื่อทุกอย่างเข้าทีเข้าทางนเรศก็ได้กลืนกินอลันทั้งตัว เขากดตัวเองลงช้าๆ "อา .อวู .เนวิล" อลันกัดฟันกรอดเมื่อจมลึกในที่คับแคบและตึงแน่น สองแขนเขากอดนเรศไว้ราวกับกลัวว่าจะหายไปไหน
"อา .ดีรึเปล่า"
นเรศถามเสียงสั่นเขารู้สึกดีที่ได้ทำกับอลัน เขาคิดว่าคงไม่มีทางจะไปมีความรู้ดีๆแบบนี้กับใครอื่นได้อีก
"ดี ..สุดยอดดีเลยละ" อลันยิ้มหน้าทะเล้นทั้งที่เขาหน้าแดงก่ำด้วยความอัดอั้น นเรศอดหัวเราะไม่ได้เวลานี้เขาน่ารักยิ่งกว่าอะไรในโลกเลย สองร่างตระคองกอดกันและกันแน่นและพากันตะเกียตตะกายขึ้นไปสู่จุดหมายที่แสนหวาน
ในห้องที่เงียบเชียบ กุ้ยทั้งสามยังไม่ได้สติ มีเสียงครางแผ่วๆกับสองร่างที่กอดรัดกันนัวเนียพลางขยับแรงตามจังหวะจะโคนที่สอดคล้องกันกว่าจะถึงฝั่งฝันได้ก็เหนื่อยหอบพอๆกัน นเรศพิงอลันอย่างหมดแรงเหงื่อไหลไคลย้อยจนเปียกทั้งตัว อลันถอนหายใจอย่างมีความสุขทั้งที่เพิ่งผ่านเรื่องร้ายมาหมาดๆ นึกแล้วก็น่าขำแทนที่จะรีบตามตำรวจหรือไปโรงพยาบาลแต่กลับมาจู้จี้กันเฉยเลย พอนึกถึงตอนนี้ก็ชักปวดแปล้บที่ต้นแขนขึ้นมา.. เขาขยับตัวจะลุกขึ้น นเรศกลับไม่ยอมให้เขาลุกสองคนมองหน้ากันนิ่งดวงตาสบมองกันความรู้สึกหลายๆอย่างเกิดขึ้นมากมาย
"อย่าเพิ่งลุก .อยู่แบบนี้อีกเดียวเถอะ"
นเรศกระซิบบอกเบาๆเขายกมือขึ้นโอบรอบคอกอดอลันไว้
เป็นครั้งแรกที่อลันได้ยินคำพูดแบบนี้ หลังจากที่ทะเลาะและโกรธกัน ไม่ยอมอ่อนข้ออีกทั้งมองกันอย่างคนแปลกหน้า นี่อาจเป็นโอกาสที่จะได้ใกล้กันอีกนิด อลันเลื่อนวงแขนโอบเอวนเรศไว้หลวมๆรู้สึกดีที่ได้อยู่แบบนี้ ดูเหมือนเขาจะหลงเสน่ห์เด็กดื้อที่เดาใจยากคนนี้เสียแล้ว
ตั้งแต่แรกที่สบตากันในงานแสดงเครื่องเพชรเขาก็ชอบดวงตากลมโตเหมือนกวาง ยิ่งได้เห็นความพยายามที่จะเอาตัวรอดในซ่องของฟราน เขาก็ยิ่งทิ้งไม่ลง แล้ววันหน้าเขาจะยอมปล่อยให้นเรศไปจากเขาได้หรือ อลันไม่อยากคิดและไม่กล้าคิดด้วย
นเรศกอดอลันด้วยความรู้สึกหวานๆที่เหลืออยู่ ตอนนี้ความรู้สึกนั้นหายไปแล้วเขาถึงคลายมือออก พอได้มองหน้ากันอีกครั้งเขาก็บอกไม่ถูกกับความรู้สึกของตัวเอง
"เรา .น่าจะไป ..หาหมอนะ" นเรศไม่รู้จะลุกยังไงอลันยังคาอยู่ในตัวเขาอยู่
"เนวิล .ชั้น..??" อลันเอ่ยปากขึ้นมาแต่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
"ชั้น อยากจะบอกเธอว่า ชั้น ..ชั้นไม่เคย..เอ่อ .คิดว่า..ว่าเธอเป็นที่ระบายอารมณ์อะไร ไม่รู้สิ มันบอกไม่ถูก จำวันที่เราเจอกันครั้งแรกได้รึเปล่า" นเรศงงไม่รู้ว่าอลันจะพยายามพูดอะไรแต่ประโยคสุดท้ายกลับมาถามเขา นเรศจำไม่ได้ด้วยซ้ำ
"ครั้งแรกที่ซ่องของฟรานเหรอ"
"ไม่ใช่ เราเจอกันที่งานแสดงเครื่องเพชรไง ตู้โชว์แหวนเพชรที่เราเจอกันโดยบังเอิญ" นเรศนึกออกทันที
"อ้อ ที่นั้นเหรอ"
"ใช่ .หลังจากนั้นเราก็มาเจอกันอีกที่ซ่องของฟราน"
"อืมย์ ตอนนั้นคุณเข้าไปเที่ยวผู้หญิงใช่มั้ย"
"ชั้นไม่คิดว่าจะได้พบเธออีก แต่พอเจอแล้วและเห็นว่าเธอกำลังย่ำแย่ ตอนนั้นชั้นทิ้งเธอไม่ลงนะ .และเดียวนี้ก็ยิ่งทิ้งไม่ลงใหญ่"
"เพราะอะไร??"
"ไม่รู้สิ ชั้นไม่รู้ .แต่ชั้นบอกเธอได้นะว่า เธอมีความหมายกับชั้นมากแค่ไหน เธอนะทั้งดื้อและเอาใจยากกว่าใครที่ชั้นเคยผ่านมา เธอทำให้ชั้นโกรธแต่ขณะเดียวกันเธอก็ทำให้ชั้นสบายใจ และมีความสุขด้วย มันยากนะที่จะใช้คำพูดที่เจาะจงออกมา .แต่ชั้นคิดว่า . ชั้นชอบเธอนะ และถ้าเราใช้เวลาด้วยกันอีกสักหน่อยเราน่าจะเข้ากันได้ดี .ถึงตอนนั้น .เราอาจจะ .อาจจะ .??"
นเรศออกจะแปลกใจที่ได้ยินเช่นนี้แต่ที่เหนือกว่าที่ตัวเขาเองจะคาดคิดคือเขาดีใจที่ได้ยินคำนี้ ..อลันไม่ได้เห็นเขาเป็นแค่ของใช้ชั่วคราว
"ที่พูด นั้นจริงเหรอ"
"จริง สาบานได้ เนวิล ชั้นอาจจะเอาแต่ใจและรังแกเธอมามากนะ แต่ ..??" อลันอ้ำๆอึ้งๆ
"คุณ..ชอบผมเหรอ" นเรศถาม ความรู้สึกในใจเขาตอนนี้เหมือนมีแสงสว่างส่องนำทางในความมืด
"แน่นอนสิ .ไม่งั้นชั้นไม่ทุ่มเทขนาดนี้หรอก ฟังนะ ชั้นอยากอยู่ใกล้ๆเธอ อยากทานอาหารด้วย อยากเที่ยวไปดูฟุตบอลกันหรือ .อะไรอีกหลายๆอย่าง ชั้นไม่เคยพูดแบบนี้ใครที่ไหนนะนี่ สาบานได้ ..อยู่ด้วยกันกับชั้นนะ" อลันพูดอย่างตรงไปตรงมา นเรศคิดว่าเขาควรปฏิเสธหรือพูดอะไรสักอย่าง แต่สองมือกลับกอดอลันแน่นแทนคำตอบโดยที่ตัวเขาเองยังงงกับการกระทำของตัวเอง ความรู้สึกที่เด่นชัดคือเขาไม่อยากห่างจากอ้อมแขนนี้ ถึงจะโกรธและเกลียดเขามาก่อน นเรศหนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกว่าฤทธิ์ยายังไม่หมด
"นี่ .อีกครั้งได้มั้ย"
นเรศถามเสียงอ้อน อลันทำหน้าไม่ถูกเขาควรดีใจมั้ยเนี่ย
"นะ เนวิล ชั้นว่าเราน่าจะไปหาหมอดีกว่า ชั้นชักจะ .??"
"ไม่เอา คุณอยากใช้ยากับผมทำไมละ มันยังเหลืออยู่นะ ผมไม่อยากไปยืนรอกระวนกระวายหน้าห้องพยาบาล ..คุณทนอีกเดียวเถอะน่า"
"เนวิล"
อลันร้องห้ามได้คำเดียวนเรศก็ปิดปากเขาเสียก่อนลีลาจูบที่ลอกแบบไปจากเขาทำเอาหลงเคลิ้มติดลมบนได้ง่ายๆ อลันปฎิเสธไม่ได้ต้องปล่อยให้นเรศเป็นฝ่ายตักตวงเอาจากเขาจนเต็มคราบ
ร่างน้อยที่ขยับช้าๆบนร่างของเขาส่งเสียงและทำหน้ายั่วเย้าเหลือเกิน อลันมองใบหน้าที่เหมือนจะทรมานแต่สีแดงระเรื่อบนผิวตั้งแต่คอไล่ไปถึงใบหูบอกให้เขารู้ว่าสุขสมแค่ไหน
อลันกอดนเรศด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ กลิ่นไอและรสสัมผัสนี้หอมหวนและตราตรึงในความรู้สึกของเขา คงไม่มีทางจะปล่อยให้คนๆนี้หลุดมือเขาไปได้แน่..จะปัจจุบันหรืออนาคตก็ตาม นเรศหายใจหอบอย่างมีความสุขเขากอดคออลันแน่น ได้กลิ่นแดดทะเลทรายแรงจากบ่าที่กว้างบึกบึ้น เขาชอบวงแขนนี้ชอบสัมผัสของคนๆนี้
แม้จะบอกตัวเองไม่ได้ว่ารู้สึกยังไงแต่เขารู้ว่าวันหน้าเขาจะตอบตัวเองได้
ตอนนี้ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆแค่นี้ก็พอ .นเรศบอกกับตัวเอง..end