Waiting
for you
Story
by Ryu

การรอคอยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการท้อแท้
หมดหวัง
การปล่อยให้รออย่างโดดเดี่ยวมันทรมาน
น่าหวาดกลัว
กลัวการถูกทรยศหักหลัง
แต่เขาไม่มีวันทำเช่นนั้น และผมก็ไม่มีวันทีจะรู้สึกเช่นนั้น
ไปนะ
เขาพูดกับผมก่อนเดินจากไป
จากไปทำความฝันของเขาในที่ไกลแสนไกล
ผมฝืนยิ้มให้แล้วโบกมือให้ในขณะที่รถคันนั้นแล่นออกไปห่างจากผมไปเรื่อยๆ
ผมควรจะร้องไห้ไม่ใช่หรือกับการที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรคนสำคัญของผมจะกลับมาอีกครั้ง ควรที่จะตะโกนเรียกชื่อแล้ววิ่งไล่ตามรถคันนั้นไปเพื่อรั้งให้เขาอยู่กับผม
แต่ผมไม่ทำ เพราะผมเชื่อในตัวของเขา เชื่อว่าเขาต้องกลับมา ไม่รู้ว่าเมื่อไร
แต่เขาสัญญากับผมว่าเขาจะกลับมา เขาพูดว่าอย่างนั้น
ถ้านายไปแล้วจะกลับมาเมื่อไร
ผมถามขึ้นเบาๆ
ไม่รู้สิ แต่ฉันจะไม่กลับมาจนกว่าฉันจะทำมันสำเร็จ
คงนานมาก
ผมมองเขา จะไม่กลับมา มันทำให้ผมรู้สึกใจหาย
ความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว
เข้ามาในจิตใจ ผมไม่ได้พูดอะไรออกไป
เหมือนกลัวว่าถ้าผมพูดอะไรจะทำให้ผมเผลอขอร้องอ้อนวอนให้เขาอยู่
ผมไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น ความฝันมีค่าสำหรับทุกคน สำหรับเขาก็เช่นกัน
นี่
เก็บไว้ซะ
เขาถอดสร้อยเงินจากคอของเขา
ส่งให้ผม
สร้อยเส้นนี้สำคัญต่อนายมากไม่ใช่เหรอ ผมท้วง
ไม่ยอมยื่นมือไปรับสร้อยเส้นนั้น
สิ่งที่สำคัญต่อฉัน
ฉันอยากให้มันอยู่กับคนสำคัญของฉัน มันเป็นสัญลักษณ์แห่งคำสัญญาของฉัน เขาพูดอย่างอ่อนโยนแล้วใส่มันไว้ที่คอของผม
ฉันจะกลับมาเอาสร้อยเส้นนี้คืนจากนาย
นั่นหมายถึงความฝันของฉันต้องไม่มีวันล้มเหลว
ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไรกว่าฉันจะทำมันสำเร็จ แต่ฉันสัญญา ฉันจะกลับมาหานาย
มาเอาสร้อยเส้นนี้คืนจากมือของนายเอง
นายไม่จำเป็นต้องรอฉันหรอก ไม่ต้องสัญญาเพราะฉันไม่รู้ว่าเมื่อไรจะกลับมา
มันอาจจะนานมากกว่าที่เราจะได้เจอกันอีก
เขามองตาผม พูดอย่างจริงจัง
ฉันจะรอนาย ผมพูดออกไปเพียงแค่นั้น
แล้วผมก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคนรัก
มือหนึ่งลูบหัวผมอย่างรักใคร่เอ็นดู
ความรักความอบอุ่นสื่อออกมาจากแววตา การกระทำทุกอย่าง ผมพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
ถ้าเขาเห็นมันคงทำให้เขาลำบากใจที่จะไป
.จุดเริ่มต้นแห่งการรอคอยที่ยาวนานเริ่มต้นขึ้น
ณ ตรงนั้น นับตั้งแต่เวลานั้น ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปอย่างช้าๆ เนิ่นนาน
.
คุณอาค่ะ
คุณอา เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง
ใช้มือดึงขากางเกงของผมไว้ ผมค่อยทรุดตัวลงนั่งอย่างช้าๆ ..
อาต้องไปแล้วล่ะครับ
เดี๋ยวคุณแม่ก็มาแล้ว รอแป๊ปเดียว
ผมลูบหัวเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเบาๆ
ผมโตมาจากที่นี่ผมจึงกลับมาเยี่ยมที่นี่บ่อยๆ
ผู้ที่เลี้ยงผมมาที่ผมเรียกว่าแม่ เด็กกำพร้ารุ่นน้องผมที่ผมเรียกว่าน้อง ทุกๆคนที่นี่กลายเป็นครอบครัวของผม
คุณแม่ไม่มาหรอกค่ะ
หนูรู้ คุณแม่ไม่มาแล้ว เด็กผู้หญิงทำท่าจะร้องไห้ ผมเลยต้องอุ้มขึ้นมาเพื่อปลอบประโลม
มาสิครับ
คุณแม่กำลังส่งน้องๆของหนูให้เข้านอน เดี๋ยวก็มา ทำไมหนูคิดว่าจะไม่มาล่ะครับ
ก็ตั้งนานแล้วแม่ก็ไม่มา
แม่จริงๆของหนู แม่ไม่รักหนูแล้ว
ปล่อยหนูไว้คนเดียว
นายปล่อยฉันไว้คนเดียวนานเกินไปแล้วนะ
นายยังรักฉันอยู่รึเปล่า
อา
คุณอาเป็นอะไรค่ะ หน้าเศร้าๆ
มือน้อยจับที่แก้มของผม ผมยิ้มให้
ไม่มีอะไรหรอก
นั่นไงแม่หนูมาแล้ว ผมชี้ให้เด็กหญิงดูหญิงสาวมีอายุผู้ที่เลี้ยงดูผมมารวมทั้งเลี้ยงเด็กผู้หญิงคนนี้ด้วย
ผมรีบขับรถกลับบ้าน
เวลากลางคืนที่ให้ความรู้สึกน่ากลัว เหงา โดดเดี่ยว
รถกี่คันแล้วที่แซงหน้ารถผมไปยิ่งขับก็ยิ่งช้าลงๆ
จนกระทั่งต้องเข้าจอดรถที่ข้างทาง ไม่ไหวแล้ว ไม่มีแรงขับรถ ทรมานเหลือเกิน
นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วในรอบหลายปีที่ผ่านมานับแต่เขาจากไป
ผมท้อแท้ครั้งที่เท่าไรแล้ว ไม่มีการติดต่อมา
.ผมเหมือนคนบ้าที่นั่งมองโทรศัพท์
เมื่อได้ยินเสียงมันดังก็รีบฉวยด้วยอาการดีใจหวังที่จะได้ยินเสียงของเขา
แต่ผมกลับต้องผิดหวังทุกครั้ง
.
.เหมือนคนไร้สติที่เฝ้ามองตู้จดหมาย
ว่าวันใดจะมีจดหมายที่เขาส่งมา
.
.เฝ้ารอที่หน้าบ้าน
สักวันร่างของเขาอาจปรากฏตัว เรียกชื่อผมด้วยรอยยิ้มพูดกับผมว่าเขากลับมาแล้ว
.
ผมมันบ้าจริงๆ
ทุกสิ่งทุกอย่างมันเกือบทำให้ผมหมดหวังในการที่จะมีชีวิตอยู่ ท้อแท้ที่จะต่อสู้
ผมเคยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันรู้สึกเช่นนั้น
แต่ผมทำผิดสัญญาหลายครั้ง ผมมักจะร้องไห้ คร่ำครวญว่าเขาโกหกหลอกหลวง ความฝันบ้าๆนั่นของนายทำให้นายทิ้งฉันไป
สร้อยที่นายให้ฉันมาก็เหมือนสัญลักษณ์แห่งความโง่เขลาที่ฉันเชื่อคำสัญญาของนาย
เหมือนเครื่องยึดติดบ้าๆที่ให้ฉันหลงคิดละเมอพร่ำเพ้อถึงนาย ผมโทษเขาทั้งๆที่ผมสัญญากับเขาแล้วแท้ๆว่าจะรอให้เขากลับมา
น้ำตาที่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายยังเทียบไม่ได้กับความรักที่ผมมอบให้เขาจนหมดหัวใจ ผมรักเขา
รักมาก
มากเกินไปจริงๆ
.
.เวลาที่แสนยาวนานล่วงเลยไปเท่าใดผมมิอาจล่วงรู้
ผมคิดว่าผมคงจะเริ่มชินกับการใช้ชีวิตเพียงลำพังคนเดียวในเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน
.
ความยาวนานของกาลเวลาทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ในบางสิ่งที่ผมไม่ได้สนใจมัน
มันกลับเป็นสิ่งที่สอนผมได้เป็นอย่างดี
นาฬิกาจะเดินได้ก็ต่อเมื่อมีถ่าน ต้นไม้โตขึ้นได้ก็เพราะมีดิน
น้ำและธาตุอาหาร
สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ได้ก็เพราะมีแสงจากดวงตะวัน โลกยังคงหมุนต่อไปเรื่อยๆโดยไม่ได้สนใจว่าใครจะหยุดพัก
ไม่สนใจว่าใครเหนื่อยล้าเกินไปที่จะออกก้าวเดิน แต่
ไม่ใช่ผม ผมไม่ใช่นาฬิกาที่จำเป็นต้องมีถ่าน ไม่ใช่ต้นไม้
แต่ผมเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่เพื่อตัวเอง โลกหมุนในระหว่างที่ผมเริ่มก้าวเดินต่อ
โลกหมุนในระหว่างที่หัวใจผมยังรอคอย
.ผมไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่ผมไม่นั่งที่โซฟาเพื่อรอโทรศัพท์แต่นั่งลงเพื่อพักจากความเหน็ดเหนี่อยที่ได้รับจากการใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ
.
.เมื่อไรกันที่โต๊ะทำงานของผมไม่ได้มีไว้ให้ผมคร่ำครวญแต่มีไว้เพื่อให้ผมทำงานที่ได้รับมอบหมาย
.
.เมื่อไรกันที่ผมนั่งมองออกไปที่ประตูเพื่อที่จะสังเกตถึงวิถีชีวิตของคนอื่นแทนที่จะนั่งมองเพื่อรอใครบางคน
.
และตั้งแต่เมื่อไรกันนะที่ผมสามารถดำเนินชีวิตด้วยตัวเองมาได้ถึงขนาดนี้
ผมมีชีวิตของตัวเอง
ชีวิตที่ก้าวไปข้างหน้า ชีวิตที่อยู่เพื่อตัวเองและเพื่อคนที่รัก แน่นอน ผมอยู่เพื่อเขาด้วย เขาเป็นแรงใจ เป็นกำลังและเป็นในทุกๆสิ่ง
เขาให้ชีวิต ความรักและความสุขกับผม
มีเหตุผลอะไรมากพองั้นหรือที่จะให้ผมต้องทนทุกข์ทรมานเพื่อคนที่ผมรัก
และเสียน้ำตากับคนที่ให้ทุกอย่างกับผม
เราควรที่จะมีความสุขเพื่อคนที่เรารักมิใช่หรือ ยิ้ม
หัวเราะและคิดถึงสิ่งนี้ต่างหากที่ควรจะทำ
มันช่างเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดีกับการที่มัวแต่จมปลักอยู่กับสิ่งที่เราต้องร้องไห้ให้
คุณเกลียดมันไม่ใช่หรือ แล้วจะไปสนใจและยึดติดกับมันทำไม ไม่มีประโยชน์และเหตุผลใดเพียงพอที่จะเฝ้าพร่ำบ่น
เฝ้าคร่ำครวญถึงคนๆหนึ่งในชีวิต ที่พร้อมให้ทุกอย่างกับคุณ
แต่จากและละทิ้งไปเพื่อความฝัน
ไม่เห็นจะแปลก ใครๆก็มีฝัน
..
.ผมก็มีความฝัน
ทุกคนต่างไล่ตามมัน
และตอนนี้ผมกำลังทำ
ณ เวลานี้
ผมกำลังอยู่อย่างเข้มแข็งและมั่นคงเพื่อรอคอยสิ่งที่ขาดหายในชีวิต
และเมื่อสิ่งนั้นกลับมาผมก็จะยิ้ม วิ่งเข้าไปสวมกอด และบอกว่า
นายให้สิ่งสำคัญแก่ฉันในชีวิต
ฉันอยู่เพียงเดียวดายโดยปราศจากนายได้อย่างไร ปาฏิหาริย์ใช่ไหมล่ะ
ฉันเข้มแข็งขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะ เพราะงั้นฉันก็สามารถรักนายโดยไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว ขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่ง
ดูเหมือนจะเป็นประโยคที่ค่อนข้างยาวสักหน่อย
ผมเตรียมไว้อย่างนั้น แต่ถึงเวลาจริงคงจะเหลือสั้นนิดเดียว ..คุณเชื่อไหมล่ะ จะเหลือคำว่าอะไร
.ใช่
.อย่างที่คุณคิดนั่นแหละ ..ฉันรักนาย ไปๆมาๆคงเหลือแต่ประโยคนี่ละมั้ง
ส่วนที่เหลือเอาไว้พูดต่อจากนั้นก็แล้วกัน
ผมมองสร้อยเงินด้วยรอยยิ้ม
นายให้ของสำคัญของนายแก่ฉัน ฉันจะเก็บมันไว้อย่างดี
รับรู้ถึงความหมายที่นายให้ฉันไว้ลึกสุดใจ เมื่อนึกถึงเรื่องราวต่างๆมากมายที่ได้เกิดขึ้นในอดีตยามมีนาย
และยามโดดเดี่ยว ฉันก็ยิ้มให้มันได้
ผมเอื้อมมือไปปลดสร้อยออกจากการสวมใส่ มองสิ่งสำคัญแห่งจิตใจในมือ ก่อนที่จะวางมันลงอย่างเบามือด้วยความหวงแหน
วางลงไปในลิ้นชักที่ผมไม่เคยเปิดใช้มันมาก่อน
แล้วใช้ลูกกุญแจไขปิดตายเพื่อเก็บของล้ำค่าที่สุดไว้ในนั้น ก่อนที่จะขว้างกุญแจดอกเล็กดอกนั้นออกไปนอกหน้าต่าง
ออกไปไกลแสนไกลโดยไม่ได้สนใจว่ามันจะไปตกอยู่ที่ใด กุญแจดอกเดียวที่สามารถไขปลดล็อคลิ้นชักนี้ได้
สร้อยคอเส้นเดียวที่มีความหมายกับผม
ผมเฝ้าภาวนาให้ผมมีโอกาสได้พูดในสิ่งที่อยากพูด
เฝ้าอธิษฐานให้ความหวังที่ริบหรี่เป็นความจริงและนี่แหละคือความฝันของผม ความหวังหนึ่งในชีวิตที่คงเป็นเพียงแค่แผลเล็กๆ
รอยสะเก็ดเล็กๆของความเจ็บปวดอันแสนยิ่งใหญ่ การอยู่โดยปราศจากคนที่เรารักมันก็ทรมานจริงๆนั่นแหละ
แต่ตอนนี้ผมอยู่ได้แล้ว อยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้แย่สักเท่าไรหรอกน่า
เชื่อสิ แต่ว่านะ
ผมก็อดให้ความหวังกับตัวเองไม่ได้ อดที่จะรอคอยไม่ได้
เฮ้อ ทั้งๆที่ผมก็รู้นะ
รู้ความจริงที่เจ็บปวดอยู่แก่ใจว่า
...เขาไม่มีทางกลับมา
.ไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว
..
END